รวมข้อมูลผลิตภัณฑ์ป้องกันการกัดกร่อนสำหรับงานทางทะเลและอุตสาหกรรมในไทย จัดกลุ่มตามประเภท: แอโนดสิ้นเปลือง (สังกะสี/อะลูมิเนียม/แมกนีเซียม/แอโนดในคอนกรีต) และสีกันสนิม/สารเคลือบพิเศษ พร้อมสเปก มาตรฐาน มอก./ASTM/ISO/DNV และตารางเลือกใช้ตามงาน
TL;DR: ผลิตภัณฑ์ป้องกันการกัดกร่อนแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ — (1) แอโนดกันกร่อนแบบสิ้นเปลือง (sacrificial anode) สำหรับระบบ cathodic protection ได้แก่ แอโนดสังกะสี อะลูมิเนียม แมกนีเซียม และแอโนดสังกะสีหุ้มมอร์ตาร์สำหรับเหล็กเสริมในคอนกรีต และ (2) สีกันสนิม/สารเคลือบพิเศษ ได้แก่ สีโพลียูรีเทนบ่มความชื้น สีอีพ็อกซีปราศจากตัวทำละลายสำหรับงานใต้น้ำ สีเรืองแสง และสารเคลือบเพิ่มความแข็งผิวคอนกรีต เลือกแอโนดตามตัวกลาง (น้ำทะเล = สังกะสี/อะลูมิเนียม, ดิน/น้ำจืด = แมกนีเซียม, ในคอนกรีต = แอโนดหุ้มมอร์ตาร์) และเลือกสีตามสภาพผิว (แห้ง/เปียก/ใต้น้ำ) มาตรฐานอ้างอิงหลัก: มอก. 3029-2563, ASTM B418, ASTM B117, ISO 12696, DNV-RP-B401, MIL-A-18001K
การกัดกร่อน (corrosion) เป็นปัญหาหลักของโครงสร้างเหล็กและคอนกรีตเสริมเหล็กในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยและปากแม่น้ำที่จัดอยู่ในระดับความรุนแรง C5-marine ตามการแบ่งสภาพแวดล้อมกัดกร่อน รวมถึงงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่สัมผัสสารเคมีและความชื้นสูง บทความนี้รวบรวมผลิตภัณฑ์ป้องกันการกัดกร่อนจัดกลุ่มตามประเภทการใช้งาน เพื่อให้วิศวกร ผู้รับเหมา และเจ้าหน้าที่จัดซื้อ เลือกใช้ได้ตรงกับงานและตรงตามข้อกำหนดมาตรฐาน
ระบบป้องกันการกัดกร่อนหลักมี 2 แนวทางที่มักใช้ร่วมกัน:
- ระบบไฟฟ้าเคมี (cathodic protection) — ใช้แอโนดสิ้นเปลืองยอมกัดกร่อนแทนโลหะหลัก
- ระบบเคลือบกั้น (protective coating) — ใช้สี/สารเคลือบกั้นความชื้น ออกซิเจน และสารกัดกร่อนไม่ให้ถึงผิวโลหะ/คอนกรีต
แอโนดกันกร่อน (Sacrificial Anode)
🧮 รู้ว่าจะใช้แอโนดแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่ากี่ตัว — เครื่องคำนวณจำนวนและมวลแอโนด คำนวณให้ตาม DNV-RP-B401 / ISO 12696 ใช้ฟรี ไม่มีการเสนอราคา
แอโนดสิ้นเปลืองทำงานบนหลักการกัลวานิก (galvanic) — โลหะที่มีศักย์ไฟฟ้าลบมากกว่าจะกัดกร่อนแทนโลหะที่ต้องการป้องกัน โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก การเลือกชนิดแอโนดขึ้นกับ ตัวกลาง และ ค่าความต้านทานไฟฟ้า (resistivity) ของสภาพแวดล้อมเป็นหลัก ดูภาพรวมการเปรียบเทียบได้ที่ การเปรียบเทียบแอโนดชนิดต่าง ๆ: คอนกรีต อะลูมิเนียม สังกะสี และแมกนีเซียม
แอโนดสังกะสีหุ้มมอร์ตาร์ สำหรับเหล็กเสริมในคอนกรีต
แอโนดสังกะสีแบบ galvanic หุ้มด้วยมอร์ตาร์ผสมพิเศษ (alkali-activating mortar ผสมลิเทียมไฮดรอกไซด์ ค่า pH ≥ 14) ผูก/รัดติดกับเหล็กเสริมในโครงสร้างคอนกรีต เพื่อป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริมจากคลอไรด์และคาร์บอเนชัน เหมาะกับทั้งงานก่อสร้างใหม่และงานซ่อมโครงสร้างเดิม
| คุณสมบัติ | ค่า/รายละเอียด |
|---|---|
| วัสดุแอโนด | สังกะสี (Zinc) ตาม ASTM B418 Type II |
| วัสดุหุ้ม (มอร์ตาร์) | Alkali-Activating Mortar ผสมลิเทียมไฮดรอกไซด์; ไม่มีกรด/คลอไรด์/โบรไมด์ที่ทำลายเหล็กเสริม |
| ค่า pH ของมอร์ตาร์ | ≥ 14 |
| Polarization Decay | ≥ 100 mV |
| รัศมีการป้องกัน (Protection Radius) | ≥ 60 ซม. |
| อายุการใช้งานออกแบบ (Design Life) | ≥ 10 ปี |
| วิธีติดตั้ง | ฝังในคอนกรีต ผูกลวดหรือรัดด้วยเข็มขัดติดกับเหล็กเสริม (galvanic/sacrificial) |
| ชนิดการกัดกร่อนที่ป้องกัน | Chloride-induced และ Carbonation-induced corrosion |
ใช้กับ:
- การกัดกร่อนของเหล็กเสริมในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ทั้งงานใหม่และงานซ่อมโครงสร้างเดิม
- โครงสร้างที่สัมผัสน้ำทะเล น้ำกร่อย ชายฝั่งทะเล และน้ำใต้ดินที่มีความเค็ม
- โครงสร้างที่เสี่ยงการกัดกร่อนจากคลอไรด์ หรือจากคาร์บอเนชัน (CO₂ ทำให้ค่า pH ของคอนกรีตลดลง)
- โครงสร้างสระน้ำ/สระว่ายน้ำคอนกรีต และงานในสภาพแวดล้อมทะเล
ไม่ใช้กับ / ข้อควรระวัง:
- มอร์ตาร์ต้องเป็นสูตรพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อไม่ให้เกิด passivation ของแอโนดสังกะสี และต้องไม่มีส่วนผสมกรดหรือสารคลอไรด์/โบรไมด์ที่ทำลายเหล็กเสริม — ห้ามใช้มอร์ตาร์ทั่วไปแทน
- ประสิทธิภาพและคุณสมบัติควรผ่านการทดสอบยืนยันจากหน่วยงานกลาง เพื่อใช้ประกอบ TOR งานราชการ
มาตรฐานอ้างอิง: มอก. 3029-2563 · ASTM B418 Type II · ISO 12696 (cathodic protection of steel in concrete) · DNV-RP-B401
แอโนดอะลูมิเนียม (Aluminium Sacrificial Anode)
แอโนดอะลูมิเนียมอัลลอยชนิดสิ้นเปลือง ผลิตจากโลหะฐานบริสุทธิ์สูง ให้ค่า current capacity ต่อน้ำหนักสูง จึงประหยัดทั้งต้นทุนและน้ำหนักเมื่อเทียบกับแอโนดชนิดอื่น เป็นตัวเลือกหลักสำหรับโครงสร้างขนาดใหญ่ในน้ำทะเลและน้ำกร่อย รายละเอียดเฉพาะทางและบริบทมาตรฐานสำหรับงานทะเลในไทย ดูเพิ่มที่ แอโนดอะลูมิเนียมสำหรับงานทางทะเลและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
| คุณสมบัติ | ค่า/รายละเอียด |
|---|---|
| ประเภท | แอโนดสิ้นเปลือง (sacrificial anode) ชนิดอะลูมิเนียมอัลลอย สำหรับ cathodic protection |
| วัสดุฐาน | ผลิตจากโลหะฐานบริสุทธิ์สูง (high purity base metals) |
| Current capacity | สูงมาก (ระบุเชิงคุณลักษณะ — ตัวเลข Ah/kg ขึ้นกับรุ่น/ใบรับรองเฉพาะงาน) |
| สภาพแวดล้อมใช้งาน | น้ำทะเล (sea water) และน้ำกร่อย (brackish water) |
| ข้อดี | ประหยัดต้นทุนและน้ำหนัก (cost & weight saving) เทียบกับแอโนดชนิดอื่น |
ใช้กับ:
- ตัวเรือ (ship hulls)
- ท่าเทียบเรือ (piers)
- เสาเข็ม/เสาฐานราก (pilings)
- โครงสร้างนอกชายฝั่ง (offshore structures)
- งานในน้ำทะเลและน้ำกร่อยทั่วไป
ไม่ใช้กับ / ข้อควรระวัง:
- เหมาะกับตัวกลางที่มีค่าความต้านทานไฟฟ้าต่ำ (น้ำทะเล/น้ำกร่อย) ไม่เหมาะกับดินหรือน้ำจืดที่ resistivity สูง ซึ่งควรใช้แอโนดแมกนีเซียมแทน
- น้ำหนักและจำนวนแอโนดควรคำนวณตามมาตรฐานการออกแบบ (DNV) ตามอายุการใช้งานและพื้นที่ผิวที่ต้องป้องกัน
มาตรฐานอ้างอิง: DNV-GL (GL-Guideline for Corrosion Protection and Coating System, Section 7) · ISO 9001 · มอก.
แอโนดสังกะสีบริสุทธิ์สูง (Zinc Sacrificial Anode)
แอโนดสังกะสีบริสุทธิ์สูงชนิดสิ้นเปลือง ผลิตจากสังกะสีเกรดสูงพิเศษ (Special High Grade zinc ingot) ความบริสุทธิ์ตั้งต้น 99.995% ขึ้นไป จุดเด่นคือให้ driving voltage ต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับแอโนดอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม จึงควบคุมการป้องกันได้นุ่มนวล ลดความเสี่ยง overprotection เหมาะกับงานในน้ำทะเลและงานที่ต้องระวังการเสียหายจากไฮโดรเจนในเหล็กกำลังสูง
| คุณสมบัติ | ค่า/รายละเอียด |
|---|---|
| ชนิดวัสดุ | สังกะสีบริสุทธิ์สูง (Special High Grade zinc ingot) |
| ความบริสุทธิ์ของสังกะสีตั้งต้น | 99.995% min. |
| ลักษณะการใช้งาน | แอโนดสิ้นเปลือง (sacrificial anode) สำหรับระบบป้องกันแคโทดิก |
| Driving voltage | ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับแอโนดอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม |
| ตัวกลางใช้งาน | น้ำทะเล (seawater) |
| วัสดุโครงสร้างที่ป้องกันได้ | เหล็ก (steel) และอะลูมิเนียม (aluminium) |
ใช้กับ:
- ตัวเรือ (ship hulls) ในน้ำทะเล
- ห้องดูดน้ำทะเล (sea chests)
- โซ่ทุ่น/โซ่จอดเรือ (mooring chains)
- ฝั่งน้ำทะเลของคอนเดนเซอร์และเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน (seawater side of condensers & heat exchangers)
- โครงสร้างและอุปกรณ์เหล็กและอะลูมิเนียมในสภาพแวดล้อมน้ำทะเลทั่วไป
ไม่ใช้กับ / ข้อควรระวัง:
- ด้วย driving voltage ที่ต่ำ จึงไม่ก่อให้เกิดการป้องกันเกิน (overprotection) ได้ง่าย ช่วยลดความเสี่ยงการหลุดล่อนของสีเคลือบ (coating disbondment) และการเสียหายจากไฮโดรเจน (hydrogen damage/embrittlement) ในเหล็กกำลังสูง — หากใช้แอโนดชนิด driving voltage สูงกว่ากับเหล็กกำลังสูง ต้องระวังปัญหานี้เป็นพิเศษ
- ไม่เหมาะกับตัวกลางที่มีค่าความต้านทานไฟฟ้าสูง เช่น ดินหรือน้ำจืด
มาตรฐานอ้างอิง: MIL-A-18001K · GL-Zn1 · DNV-GL (approved for manufacture)
แอโนดแมกนีเซียม (Magnesium Sacrificial Anode)
แอโนดแมกนีเซียมชนิดสิ้นเปลือง ใช้เป็นโลหะกันกร่อนในระบบ cathodic protection แบบ sacrificial anode จุดเด่นคือให้ driving voltage สูงกว่าแอโนดสังกะสีและอะลูมิเนียม จึงสามารถผลักกระแสป้องกันได้ในสภาพแวดล้อมที่มีค่าความต้านทานไฟฟ้าสูง ซึ่งแอโนดสังกะสี/อะลูมิเนียมทำงานได้ไม่ดี
| คุณสมบัติ | ค่า/รายละเอียด |
|---|---|
| ประเภท | แอโนดสิ้นเปลือง (sacrificial anode) ชนิดแมกนีเซียม |
| หลักการ | cathodic protection ด้วยวิธี sacrificial anode |
| จุดเด่น | driving voltage สูงกว่าแอโนดสังกะสีและอะลูมิเนียม เหมาะกับสภาพแวดล้อม resistivity สูง |
| ตัวกลางที่เหมาะ | ดิน (soil) และน้ำจืด (fresh water) |
ใช้กับ:
- ระบบป้องกันสนิมแบบแคโทดิกด้วยวิธี sacrificial anode
- การกัดกร่อนของโครงสร้างเหล็กและโลหะทั่วไป
- งานป้องกันสนิมในสภาพแวดล้อมที่มีค่าความต้านทานไฟฟ้าสูง เช่น ดิน หรือน้ำจืด (เช่น ท่อฝังดิน ถังเก็บใต้ดิน)
ไม่ใช้กับ / ข้อควรระวัง:
- ด้วย driving voltage สูง หากใช้ในน้ำทะเล (resistivity ต่ำ) จะสิ้นเปลืองเร็วและเสี่ยง overprotection — สำหรับน้ำทะเล/น้ำกร่อย ควรเลือกแอโนดสังกะสีหรืออะลูมิเนียมแทน
- การออกแบบน้ำหนัก/จำนวนแอโนดควรทำโดยวิศวกรตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
เกร็ดการเลือก: กฎง่าย ๆ คือ "ตามค่าความต้านทานไฟฟ้าของตัวกลาง" — resistivity ต่ำ (น้ำทะเล) เลือกสังกะสี/อะลูมิเนียม, resistivity สูง (ดิน/น้ำจืด) เลือกแมกนีเซียม ส่วนเหล็กเสริมในคอนกรีตใช้แอโนดสังกะสีหุ้มมอร์ตาร์โดยเฉพาะ
สีกันสนิม/สารเคลือบพิเศษ (Special Coatings)
ระบบเคลือบกั้นทำหน้าที่ป้องกันความชื้น ออกซิเจน และสารกัดกร่อนไม่ให้สัมผัสผิวโลหะหรือคอนกรีต การเลือกชนิดสีขึ้นกับ สภาพผิวที่ทา (แห้ง/เปียก/ใต้น้ำ), ระดับความรุนแรงของสภาพแวดล้อม และ หน้าที่พิเศษ (เช่น เรืองแสง หรือเพิ่มความแข็งผิว)
สีโพลียูรีเทนส่วนเดียว ชนิดบ่มด้วยความชื้น (One-part MCP)
สีเคลือบป้องกันการกัดกร่อนชนิดโพลียูรีเทนส่วนเดียว บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ (moisture curing polyurethane, MCP) ใช้ปกป้องโครงสร้างเหล็กและพื้นผิวหลากชนิดในงานทางทะเลและอุตสาหกรรมที่มีสภาพการกัดกร่อนรุนแรง จุดเด่นคือทาทับบนผิวที่มีสนิมได้โดยไม่ต้องลอกสีเดิมออกหมด และส่วนใหญ่ไม่ต้องพ่นทราย
| คุณสมบัติ | ค่า/รายละเอียด |
|---|---|
| ชนิด/ระบบ | สีส่วนเดียว (one part) บ่มด้วยความชื้น (MCP) |
| ความหนาฟิล์มแห้ง (DFT) | 150 ไมครอน |
| ผลทดสอบละอองเกลือ (salt spray) | 2,000 ชั่วโมง (ตาม ASTM B117) |
| วิธีการทา | แปรง (Brush), ลูกกลิ้ง (Roller) หรือพ่นแบบ Airless spray |
| พื้นผิวที่ใช้ได้ | เหล็ก, เหล็กชุบสังกะสี (galvanized steel), อะลูมิเนียม, เหล็กที่มีสนิม (ไม่ต้องลอกสีเดิมออกทั้งหมด), คอนกรีต, ไม้, พลาสติก |
| การเตรียมพื้นผิว | ส่วนใหญ่ไม่ต้องพ่นทราย (blasting); ทาทับบนพื้นผิวที่มีสนิมได้ |
ใช้กับ:
- งานป้องกันการกัดกร่อนในสภาพแวดล้อมทางทะเลที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง
- โครงสร้างนอกชายฝั่ง (offshore structures)
- สะพานและโครงสร้างเหล็ก (bridges & steel frameworks)
- โรงงานและสถานประกอบการอุตสาหกรรม
- พื้นที่เขตเมือง (urban areas)
- งานเคลือบบนเหล็ก เหล็กชุบสังกะสี อะลูมิเนียม คอนกรีต ไม้ และพลาสติก
ไม่ใช้กับ / ข้อควรระวัง:
- เหล็กเปลือยใหม่ (new bare steel) ต้องพ่นทราย (blasting) เตรียมพื้นผิวก่อนทา
- ออกแบบสำหรับโครงสร้างที่มีสภาพแวดล้อมรุนแรงและการกัดกร่อนสูง
มาตรฐานอ้างอิง: ASTM B117
สีอีพ็อกซีกันสนิม 2 ส่วน ปราศจากตัวทำละลาย (สำหรับผิวเปียก/ใต้น้ำ)
สีอีพ็อกซีกันสนิมแบบ 2 ส่วน ปราศจากตัวทำละลาย (solvent-free) จุดเด่นคือทาได้ทั้งบนผิวแห้ง ผิวเปียกชื้น และผิวใต้น้ำ บนเหล็กและคอนกรีต เหมาะกับงานป้องกันการกัดกร่อนของท่อ ไรเซอร์ และโครงสร้างทั้งบนบกและนอกชายฝั่ง โดยไม่ต้องหยุดเดินเครื่องจักร
| คุณสมบัติ | ค่า/รายละเอียด |
|---|---|
| ระบบผลิตภัณฑ์ | อีพ็อกซี 2 ส่วน (Part A + Part B), ปราศจากตัวทำละลาย (solvent-free) |
| พื้นผิวที่ทาได้ | ผิวแห้ง, ผิวเปียกชื้น และผิวใต้น้ำ; ใช้ได้กับเหล็ก/โลหะ และคอนกรีต |
| อุณหภูมิใช้งาน | 10 ถึง 40 องศาเซลเซียส |
| ทนการพ่นละอองเกลือ (salt spray/fog) | ไม่พบสนิมหลังทดสอบ 2,000 ชั่วโมง (ASTM B117) ที่ DFT 400 ไมครอน |
| ปริมาณสารระเหย (VOC) | ปราศจากตัวทำละลาย ไม่มี VOC |
| การเตรียมพื้นผิว | เตรียมผิวน้อย ส่วนใหญ่ไม่ต้องพ่นทราย; ขัดสนิม/สีที่หลุดร่อนออก; ไม่ต้องใช้ไพรเมอร์รองพื้น |
| วิธีการทา | แปรง (brush) หรือลูกกลิ้ง (roller) |
| การผสม | ผสมง่ายด้วยมือ ไม่ต้องใช้เครื่องมือกล |
| การใช้งานขณะเครื่องจักรทำงาน | ทาได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของเครื่องจักร |
| ความทนเคมี | ทนการกัดกร่อนจากกรด ด่าง เกลือ และสารละลายต่าง ๆ |
| ความทนการขัดถู | ป้องกัน/ทนการขัดถูได้ดี |
ใช้กับ:
- ท่อ (pipes) และไรเซอร์ (risers) ทั้งเหนือและใต้ระดับน้ำ
- โครงสร้างโลหะและคอนกรีตที่อยู่ใต้น้ำหรือในพื้นที่เปียกชื้นมาก
- งานโครงสร้างบนบก (onshore) และโครงสร้างนอกชายฝั่งทะเล (offshore)
- ผิวเหล็กที่มีสนิมผิวหน้า โดยเตรียมผิวเพียงเล็กน้อย
- งานที่ต้องทนสารเคมี (กรด ด่าง เกลือ สารละลาย)
- งานซ่อม/เคลือบป้องกันโดยไม่ต้องหยุดเดินเครื่องจักร
มาตรฐานอ้างอิง: ASTM B117
สีเรืองแสงโพลียูรีเทน สูตรน้ำ 2 ส่วน (Glow-in-the-Dark)
สีเรืองแสงในที่มืดชนิดโพลียูรีเทนสูตรน้ำ 2 ส่วน ทาบนพื้นผิวเพื่อให้เรืองแสงในเวลากลางคืนหรือที่แสงน้อย เน้นงานความปลอดภัยและการนำทาง เช่น ไหล่ทางถนน อาคารจอดรถ และช่องจราจร
| คุณสมบัติ | ค่า/รายละเอียด |
|---|---|
| ประเภท | สีโพลียูรีเทน สูตรน้ำ ชนิด 2 ส่วน (เรืองแสง/glow-in-the-dark) |
| อัตราการทา (1 ชั้น) | 1 กิโลกรัม ทาได้ประมาณ 5 ตารางเมตร/ชั้น |
| อัตราการทา (2 ชั้น) | 2.5 ตารางเมตร / 2 ชั้น |
| ระยะเวลาเรืองแสง | 8–12 ชั่วโมง (ในที่มืด) |
| อายุการใช้งาน | ไม่น้อยกว่า 1 ปี |
| เฉดสี | เขียว-เหลือง (Yellow-Green), เขียว-ฟ้า (Blue-Green) |
ใช้กับ:
- พื้นที่ที่มีแสงน้อยในเวลากลางคืน
- ไหล่ทางถนน
- อาคารจอดรถ
- เส้นขอบอาคาร และเสาต่าง ๆ
- ช่องจอดรถ และช่องจราจร
หมายเหตุการใช้งาน: เป็นสีหน้าที่พิเศษ (เรืองแสง) ไม่ได้ออกแบบเป็นชั้นกันกร่อนหลักสำหรับงานทะเลรุนแรง — สำหรับงานป้องกันการกัดกร่อนของโครงสร้าง ควรใช้ร่วมกับ/ทับบนระบบสีกันสนิมที่เหมาะสม
สารเคลือบเพิ่มความแข็งผิวคอนกรีต อะคริลิกพอลิเมอร์ผสมซิลิเกต
สารเคลือบผิวคอนกรีตสูตรน้ำ เนื้ออะคริลิกพอลิเมอร์ผสมซิลิเกต ทำปฏิกิริยาเคมีจับกับไลม์อิสระ (free lime) ในคอนกรีต เพื่อเพิ่มความแข็งผิว กันคราบ/สารเคมี และยับยั้งเชื้อรา-ตะไคร่ ใช้กับพื้นและผนังคอนกรีต
| คุณสมบัติ | ค่า/รายละเอียด |
|---|---|
| ประเภท/เนื้อสาร | สารเคลือบผิวคอนกรีตสูตรน้ำ (water-based) เนื้อ Modified Acrylic Polymer ผสมซิลิเกต |
| ปริมาณซิลิเกต (Silicate) | ไม่น้อยกว่า 10% |
| กลไกซิลิเกต | ทำปฏิกิริยาเคมีจับตัวกับไลม์อิสระ (free lime) ในคอนกรีต |
| การเพิ่มความแข็งผิว | เพิ่มความแข็งแรงผิวคอนกรีต 3–5 เท่า |
| การป้องกันจุลชีพ (Anti Bio-Organism) | ป้องกันการเกิดจุลชีพ เช่น เชื้อราและตะไคร่ อย่างน้อย 3–5 ปี |
| คุณสมบัติต้านทาน | ทนสารเคมีและคราบสกปรกบนพื้นและผนังคอนกรีต |
| สีให้เลือก | 2 สี คือ สีน้ำนม และสีขาว |
| พื้นที่ใช้งาน | พื้นและผนัง (floors & wall) |
ใช้กับ:
- เคลือบเพิ่มความแข็งและป้องกันผิวพื้นคอนกรีต
- เคลือบป้องกันผนังคอนกรีต
- ป้องกัน/ยับยั้งเชื้อราและตะไคร่บนผิวคอนกรีต (อย่างน้อย 3–5 ปี)
- เพิ่มความทนทานต่อสารเคมีและคราบสกปรกบนผิวคอนกรีต
หมายเหตุการใช้งาน: เป็นสารเคลือบสำหรับ "พื้นผิวคอนกรีต" โดยตรง — ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งและกันคราบ/จุลชีพ ต่างจากแอโนดในคอนกรีตที่ทำหน้าที่ปกป้องเหล็กเสริมด้วยไฟฟ้าเคมี
ตารางสรุปเลือกใช้ตามงาน
ตารางนี้ช่วยเลือกผลิตภัณฑ์ข้ามกลุ่มตามลักษณะงานจริง:
| ลักษณะงาน / สภาพแวดล้อม | ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะ | กลุ่ม | เหตุผลหลัก |
|---|---|---|---|
| เหล็กเสริมในคอนกรีตริมทะเล/โดนคลอไรด์-คาร์บอเนชัน | แอโนดสังกะสีหุ้มมอร์ตาร์ | แอโนด | มอร์ตาร์ pH ≥ 14, รัศมีป้องกัน ≥ 60 ซม., อายุ ≥ 10 ปี |
| ตัวเรือ ท่าเทียบเรือ เสาเข็ม โครงสร้างนอกชายฝั่ง (น้ำทะเล/กร่อย) | แอโนดอะลูมิเนียม | แอโนด | current capacity/น้ำหนักสูง ประหยัดต้นทุน-น้ำหนัก |
| ตัวเรือ/sea chest/คอนเดนเซอร์ + เหล็กกำลังสูงที่ต้องเลี่ยง overprotection | แอโนดสังกะสีบริสุทธิ์สูง | แอโนด | driving voltage ต่ำสุด ลดเสี่ยง hydrogen damage/coating disbondment |
| น้ำจืด/น้ำกร่อยมาก (resistivity สูง) | แอโนดแมกนีเซียม (คอนเดนเซอร์อาโนด) | แอโนด | driving voltage สูง ผลักกระแสในตัวกลางต้านทานสูงได้ |
| โครงสร้างเหล็กเหนือน้ำ สภาพกัดกร่อนสูง ทาทับสนิมโดยไม่พ่นทราย | สีโพลียูรีเทนส่วนเดียว (MCP) | สีเคลือบ | บ่มด้วยความชื้น, salt spray 2,000 ชม. ที่ DFT 150 µm |
| ท่อ/ไรเซอร์/โครงสร้างผิวเปียกหรือใต้น้ำ ทนเคมี | สีอีพ็อกซี 2 ส่วน solvent-free | สีเคลือบ | ทาผิวเปียก/ใต้น้ำ, ไม่มี VOC, salt spray 2,000 ชม. ที่ DFT 400 µm |
| ไหล่ทาง/ที่จอดรถ/ช่องจราจร ต้องการการมองเห็นกลางคืน | สีเรืองแสง PU สูตรน้ำ 2 ส่วน | สีเคลือบ | เรืองแสง 8–12 ชม. (งานหน้าที่พิเศษ ไม่ใช่ชั้นกันกร่อนหลัก) |
| พื้น/ผนังคอนกรีต ต้องการความแข็ง กันคราบ-เชื้อรา-ตะไคร่ | สารเคลือบอะคริลิก-ซิลิเกต | สีเคลือบ | เพิ่มความแข็งผิว 3–5 เท่า, กันจุลชีพ 3–5 ปี |
หลักการตัดสินใจ 3 ข้อ: (1) งานปกป้อง "เหล็ก/โลหะ" ในตัวกลางนำไฟฟ้า → ใช้แอโนด เลือกชนิดตาม resistivity; (2) งานปกป้อง "ผิว" ด้วยชั้นกั้น → ใช้สี เลือกตามสภาพผิว (แห้ง/เปียก/ใต้น้ำ) และความรุนแรง; (3) งานเหล็กเสริมในคอนกรีต → ใช้แอโนดหุ้มมอร์ตาร์โดยเฉพาะ ส่วนการเคลือบผิวคอนกรีตใช้สารเคลือบคอนกรีตแยกหน้าที่กัน ในงานจริงมักใช้ทั้งระบบแอโนดและระบบสีร่วมกันเพื่อยืดอายุโครงสร้างให้ยาวที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
1. แอโนดสิ้นเปลือง (sacrificial anode) คืออะไร? โลหะที่มีศักย์ไฟฟ้าลบมากกว่าโลหะที่ต้องการป้องกัน เมื่อต่อกันในตัวกลางนำไฟฟ้า แอโนดจะกัดกร่อนแทน (ยอมสึกเอง) ทำให้โลหะหลักเป็นแคโทดและไม่เกิดสนิม เป็นหลักการ cathodic protection แบบ galvanic ที่ไม่ต้องใช้ไฟภายนอก
2. แอโนดสังกะสี อะลูมิเนียม หรือแมกนีเซียม เลือกอย่างไร? ตามตัวกลาง: น้ำทะเล/น้ำกร่อย (resistivity ต่ำ) เลือกสังกะสีหรืออะลูมิเนียม; ดิน/น้ำจืด (resistivity สูง) เลือกแมกนีเซียม สังกะสีให้ driving voltage ต่ำสุด (ปลอดภัยกับเหล็กกำลังสูง) อะลูมิเนียมให้ capacity/น้ำหนักสูง (คุ้มสำหรับโครงสร้างใหญ่)
3. แอโนดในคอนกรีตต่างจากแอโนดในน้ำทะเลอย่างไร? แอโนดในคอนกรีตเป็นสังกะสีหุ้มมอร์ตาร์ pH ≥ 14 (ไม่มีกรด/คลอไรด์/โบรไมด์) ฝังและผูกติดเหล็กเสริม รัศมีป้องกัน ≥ 60 ซม. อายุ ≥ 10 ปี อ้างอิง มอก. 3029-2563 และ ISO 12696 ส่วนแอโนดน้ำทะเลแช่ในน้ำโดยตรง
4. salt spray 2,000 ชั่วโมง ตาม ASTM B117 บอกอะไร? เป็นการทดสอบกัดกร่อนเร่งด้วยตู้พ่นละอองเกลือ ทนได้ 2,000 ชม. โดยไม่พบสนิมที่ความหนาฟิล์มที่ระบุ = ป้องกันได้ดีในสภาพทะเล/อุตสาหกรรม ใช้เทียบประสิทธิภาพได้ แต่ต้องดูเงื่อนไข DFT และการเตรียมผิวประกอบ
5. สีแบบไหนทาบนผิวเปียก/ใต้น้ำได้? สีอีพ็อกซี 2 ส่วน ปราศจากตัวทำละลาย ออกแบบให้ทาผิวแห้ง เปียกชื้น และใต้น้ำ บนเหล็กและคอนกรีต เตรียมผิวน้อย ไม่มี VOC และทาได้โดยไม่หยุดเดินเครื่องจักร
6. ใช้กับงานราชการ/TOR ที่ระบุ มอก. ได้ไหม? ได้ กลุ่มแอโนดอ้างอิงมาตรฐานที่ใช้ใน TOR เช่น มอก. 3029-2563, ASTM B418 Type II, ISO 12696, DNV-RP-B401, MIL-A-18001K สำหรับงานที่ระบุมาตรฐานเฉพาะ ควรขอเอกสารรับรอง/ผลทดสอบจากหน่วยงานกลางเพื่อยืนยันให้ตรงข้อกำหนด
ขอใบเสนอราคา
ต้องการคำแนะนำการเลือกชนิดแอโนด การคำนวณน้ำหนัก/จำนวนแอโนดตามอายุการใช้งาน หรือเทียบสเปกสีกันสนิม/สารเคลือบให้ตรงกับ TOR และมาตรฐานที่กำหนด ทีมวิศวกรช่วยประเมินและจัดเตรียมเอกสารประกอบการเสนอราคาได้
- LINE Official Account: @sahawatt1988
- โทร: 081-866-8368
แจ้งลักษณะงาน (ตัวกลาง/สภาพแวดล้อม, ชนิดโครงสร้าง, พื้นที่ผิวหรือปริมาณงาน, มาตรฐานที่ TOR กำหนด) เพื่อรับคำแนะนำ 1 ตัวเลือกหลักพร้อมทางเลือกสำรอง และใบเสนอราคาที่ตรงกับงานของคุณ
Get this guide as a reference brief (PDF)
Summary + full section list + standards cited, Saha-branded for your memo/RFQ — emailed to you too.
Questions after reading? Talk to our engineers
Tell us what you need — our engineers help you spec it right, with a real quote. No charge.
Need help with this in your facility?
Our team handles full procurement and installation for the topics covered in this article. Free quote promptly during business hours.
Another line of ours — spreadsheet tools for SMEs
Quote Register + Win Rate (Thai + English editions)
For quotes that go silent — one row per quote, telling you which to chase today and what your real win rate is.
Frequently Asked Questions
1แอโนดสิ้นเปลือง (sacrificial anode) คืออะไร และทำงานอย่างไร?
+
2ควรเลือกแอโนดสังกะสี อะลูมิเนียม หรือแมกนีเซียม?
+
3แอโนดสำหรับเหล็กเสริมในคอนกรีตต่างจากแอโนดในน้ำทะเลอย่างไร?
+
4ผลทดสอบ salt spray 2,000 ชั่วโมง ตาม ASTM B117 หมายความว่าอย่างไร?
+
5สีกันสนิมแบบไหนทาได้บนผิวเปียกหรือใต้น้ำ?
+
6ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ใช้กับงานราชการ/TOR ที่กำหนดมาตรฐาน มอก. ได้หรือไม่?
+
Comparison tables related to this article
Related content
Marine & Shipyard Corrosion Protection Field Guide — Choose the Whole System: Surface Prep (Sa 2.5) · ISO 12944 C5-M/CX/Im2 Paint Systems · Cathodic Protection (Anode/ICCP) · Safe Hot Work + How to Lock In Project Material Pricing
Field guide for shipyard, jetty, and coastal steel-structure maintenance: plan corrosion protection across the whole asset by zone (atmospheric/splash/immersed/buried) — abrasive blast Sa 2.5 per ISO 8501, select an ISO 12944 paint system for C5-M/CX and immersed Im2, design cathodic protection with sacrificial anodes (zinc/aluminium/magnesium) vs ICCP per DNV-RP-B401/ISO 12696, control hot work in confined spaces per NFPA 51B, and lubricate marine machinery — plus how to standardize materials to lock project pricing and delivery.
Corrosion-Resistant Rebar — Epoxy (A775) vs Galvanized (A767) vs Stainless (A955): Choosing for Budget and Service Life
Comparing three corrosion-resistant rebar systems: epoxy-coated (ASTM A775/A934), hot-dip galvanized (A767), and stainless (A955) — protection mechanism, chloride threshold, cost relative to black bar, installation cautions, and a decision tree to choose by exposure + design life for Thai coastal projects.
Carbonation vs Chloride — The Two Root Causes of Rebar Corrosion, and How to Match the Right Protection
Rebar in concrete corrodes by two fundamentally different mechanisms: carbonation (pH drop, uniform corrosion) and chloride attack (localized pitting). How to tell them apart with phenolphthalein + chloride profiling, EN 206 exposure classes, the Tuutti model, and how to match protection (cover, CP anodes, coatings) to the actual cause.
Galvanic Cathodic Protection for Steel Rebar in Concrete — ASTM B418, TIS 3029, ISO 12696
How Galvanic Cathodic Protection (GCP) embeds zinc anodes in concrete to protect rebar from corrosion under ASTM B418, TIS 3029-2563, and ISO 12696 — with practical guidance for Thai infrastructure projects.


