ให้เครดิต 90 วันไม่ได้แพงที่ดอกเบี้ย แต่แพงที่เงินก้อนที่ต้องมีสำรองไว้หมุน — คำนวณเงินจมของธุรกิจที่ขายเป็นงาน หักเครดิตที่เจ้าหนี้ออกให้ และวิธีบวกกลับเข้าราคาตั้งแต่ตอนเสนอ
บทความนี้เป็นหลักการบัญชีบริหารเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชี ภาษี หรือการเงินเฉพาะราย อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขวงเงินของแต่ละกิจการต่างกัน ควรใช้อัตราจริงจากสัญญาของคุณเอง
งานจบแล้ว ลูกค้าพอใจ แต่เงินยังไม่เข้า
ธุรกิจที่ขายเป็นงานเจอเรื่องนี้ทุกราย — งานเสร็จ ส่งมอบเรียบร้อย วางบิลแล้ว แล้วรออีก 60–90 วัน
ระหว่างที่รอ เงินค่าวัสดุที่คุณควักไปแล้วไม่ได้กลับมา และงานถัดไปก็ต้องควักอีกก้อน
คนส่วนใหญ่รู้ว่า "การให้เครดิตมีต้นทุน" แต่ไปคิดผิดที่ — ไปคิดที่ดอกเบี้ย ทั้งที่ตัวที่ทำให้สะดุดจริงคือเงินก้อนที่ต้องมีสำรองไว้
ตัวเลขที่คนคิด: ดอกเบี้ย
ใช้ตัวอย่างเดียวกันทั้งคลัสเตอร์ — งานหนึ่ง ค่าวัสดุ ฿38,000 + ค่าขนส่ง ฿4,000 = เงินสดที่ควักออกไป ฿42,000
สูตรมีบรรทัดเดียว:
ต้นทุนการรอเงิน = เงินที่ควักออกไป × (อัตราต่อปี ÷ 365) × จำนวนวันที่รอ
ที่อัตรา 7.5% ต่อปี:
| เงื่อนไข | วันที่เราออกเงินเอง | ต้นทุนการรอ |
|---|---|---|
| ลูกค้า 60 วัน · เจ้าหนี้ไม่ให้เครดิต | 60 วัน | ฿468 |
| ลูกค้า 60 วัน · เจ้าหนี้ให้ 30 วัน | 30 วัน | ฿234 |
| ลูกค้า 90 วัน · เจ้าหนี้ให้ 30 วัน | 60 วัน | ฿468 |
บนราคาเสนอ ฿88,308 — ฿468 คือ 0.53%
ถ้าหยุดอ่านตรงนี้ คุณจะสรุปว่า "ไม่เท่าไหร่" และนั่นคือข้อสรุปที่ทำให้หลายกิจการประหลาดใจในภายหลัง
ตัวเลขที่ทำให้สะดุดจริง: เงินก้อนที่ต้องมี
คำถามที่สำคัญกว่าไม่ใช่ "ดอกเบี้ยเท่าไหร่" แต่คือ "ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะหมุนธุรกิจนี้ได้"
จากชั่วโมงที่ขายได้จริง 416 ชม./เดือน และงานละ 24 ชั่วโมง ⇒ ประมาณ 17 งานต่อเดือน
ควักเงินสดออกต่อเดือน = 17 งาน × ฿42,000 ≈ ฿728,000
| ลูกค้าจ่ายที่ | เงินที่จมอยู่ตลอดเวลา |
|---|---|
| 30 วัน | ฿728,000 |
| 60 วัน | ฿1,456,000 |
| 90 วัน | ฿2,184,000 |
นี่คือเงินที่ต้องมีอยู่ในระบบตลอดเวลา ไม่ใช่เงินที่จ่ายทิ้ง — แต่เป็นเงินที่เอาไปทำอย่างอื่นไม่ได้
ดอกเบี้ยของเงินจมก้อนนั้นทั้งปี ที่ 7.5%:
| เครดิตลูกค้า | ดอกเบี้ยต่อปี | คิดเป็น % ของยอดขายทั้งปี (฿18.4 ล้าน) |
|---|---|---|
| 30 วัน | ฿54,600 | 0.30% |
| 60 วัน | ฿109,200 | 0.59% |
| 90 วัน | ฿163,800 | 0.89% |
ตัวเลขดอกเบี้ยยังเล็กอยู่จริง — แต่ ฿2.18 ล้านที่ต้องหาให้ได้ก่อนถึงจะรับ 17 งานต่อเดือนได้ ไม่เล็กเลย
และมันโตตามยอดขายเสมอ: ยิ่งขายดี ยิ่งต้องมีเงินจมมากขึ้น นี่คือสาเหตุที่ธุรกิจกำไรดีแต่โตเร็วมักขาดเงินหมุนก่อนขาดกำไร
🔴 ฐานคำนวณ — จุดที่คนคิดผิดบ่อยที่สุด
คำถามที่เถียงกันได้จริงคือ คิดดอกเบี้ยบนอะไร
| ฐาน | ควรใช้ไหม |
|---|---|
| เงินสดที่ไหลออกจริง (วัสดุ + ขนส่ง + แรงที่จ่ายเพิ่ม) | ✅ ใช่ |
| ยอดขายของงาน | ❌ รวมกำไรที่ยังไม่เคยควักออกไป |
| ยอดลูกหนี้รวม VAT | ❌ แย่ที่สุด |
ทำไมยอดลูกหนี้รวม VAT ถึงไม่ควรใช้ในการตั้งราคา — เหตุผล 3 ข้อ:
- มันรวมกำไรที่คุณยังไม่เคยควักออกไป — คิดดอกเบี้ยบนนั้น = คิดดอกเบี้ยบนกำไรของตัวเอง
- ที่เครดิต 30 วันตามปกติ ขา VAT ยังไม่ถึงกำหนดยื่น ภ.พ.30 ด้วยซ้ำ ⇒ ต้นทุนจริงของขานั้นเกือบเป็นศูนย์
- มันทำให้ต้นทุนขึ้นกับราคา ซึ่งราคาก็คำนวณจากต้นทุน ⇒ สูตรวนกันเอง
ℹ️ หมายเหตุ — ในบริบทของการคำนวณค่าคอมมิชชั่น การเปิดให้เลือกฐานได้เป็นเรื่องที่มีเหตุผล เพราะเป็นเรื่องที่ต้องตกลงกับพนักงานและเถียงได้จริง เราเขียนแยกไว้ที่บทความเรื่องต้นทุนดอกเบี้ยจากเครดิตเทอมกับค่าคอม — คนละคำถามกับการตั้งราคา
หักเครดิตที่เจ้าหนี้ออกให้เรา
จุดที่คนลืมบ่อยและทำให้ราคาสูงเกินจริง: ถ้าซัพพลายเออร์ให้เครดิตเรา เงินก้อนนั้นเราไม่ได้ควักเอง
ลูกค้าให้เรา 60 วัน · ซัพพลายเออร์ให้เรา 30 วัน ⇒ เราออกเงินค่าวัสดุเองแค่ 30 วัน
แต่ต้องแยกให้ขาด:
- ค่าวัสดุ — หักเครดิตเจ้าหนี้ได้
- ค่าขนส่ง / ค่าแรงที่จ่ายสด / ค่าล่วงเวลา — จ่ายทันที ต้องคิดเต็มจำนวนวันที่ลูกค้าใช้
การไม่หักส่วนนี้ทำให้ต้นทุนสูงเกินจริง และคุณจะแพ้งานที่จริง ๆ ทำกำไรได้ — รูปแบบเดียวกับการนับค่าแรงซ้ำ
บวกกลับเข้าราคา — ตอนไหนและอย่างไร
ตอนตั้งราคา ไม่ใช่ตอนวางบิล เพราะเมื่อเซ็นสัญญาแล้ว เงื่อนไขการชำระถูกล็อกไปแล้ว การรู้ตัวเลขทีหลังไม่เปลี่ยนอะไรนอกจากทำให้เสียใจ
ทางที่ได้ผลดีกว่าการบวกเข้าไปเฉย ๆ คือเสนอเป็นทางเลือกคู่:
"ราคานี้ ฿88,300 ที่เครดิต 60 วันครับ — ถ้าชำระภายใน 15 วัน ผมลดให้เหลือ ฿87,500"
ส่วนลด ฿800 นั้นสูงกว่าต้นทุนการรอที่แท้จริง (฿234–468) แต่ยังต่ำกว่ามูลค่าของเงินที่กลับมาเร็ว 45 วันสำหรับธุรกิจที่เงินหมุนตึง — และลูกค้าที่มีเงินสดจะรับทันที เพราะสำหรับเขามันคือผลตอบแทนที่ดีกว่าฝากธนาคาร
ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์จริง ไม่ใช่การย้ายเงินจากกระเป๋าหนึ่งไปอีกกระเป๋า
🔴 ถ้าลูกค้ายืนยัน 90 วัน และคุณต้องการงานนั้น
สามทางที่ใช้ได้จริง เรียงตามผลที่ได้:
1. ขอแบ่งงวดชำระตามความคืบหน้า — โดยเฉพาะมัดจำค่าวัสดุตอนเริ่มงาน ซึ่งตัดเงินจมก้อนที่ใหญ่ที่สุดออกไปได้ทันที ในตัวอย่างนี้คือ ฿38,000 จาก ฿42,000 — เกือบทั้งหมด และเป็นข้อเสนอที่ลูกค้ารับได้ง่ายกว่าการขอลดวันเครดิต เพราะเขาจ่ายเท่าเดิม แค่จ่ายคนละจังหวะ
2. ขอเครดิตจากซัพพลายเออร์ให้ยาวขึ้น — ทุกวันที่เจ้าหนี้ให้เพิ่ม คือหนึ่งวันที่คุณไม่ต้องออกเงินเอง
3. บวกเข้าราคาแล้วเสนอทางเลือกคู่ ตามด้านบน ให้ลูกค้าเลือกเอง
สรุปสิ่งที่ควรทำ
- คำนวณเงินจม ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ย — ตัวเลขที่ทำให้ธุรกิจสะดุดคือเงินก้อนที่ต้องมี ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่จ่าย
- คิดจากเงินสดที่ไหลออกจริง ไม่ใช่ยอดขายและไม่ใช่ยอดลูกหนี้รวม VAT
- หักวันที่เจ้าหนี้ออกเงินแทนเรา — เฉพาะขาค่าวัสดุ ไม่ใช่ทุกก้อน
- ใช้อัตราจริงจากสัญญาวงเงินของคุณ ไม่ใช่ตัวเลขจากข่าว และบันทึกไว้ว่าเลือกอัตรานั้นเพราะอะไร
- บวกกลับเข้าราคาตอนเสนอ ไม่ใช่ตอนวางบิล
- เสนอส่วนลดเงินสดที่สูงกว่าต้นทุนการรอเล็กน้อย — ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายจริง
- ถ้าติดเครดิตยาว ขอมัดจำค่าวัสดุก่อนขอลดวัน — ได้ผลกว่าและลูกค้ารับง่ายกว่า
เครื่องมือที่ใช้ทำเรื่องนี้ได้ทันที
ระบบคิดต้นทุนงานและตั้งราคาขาย คำนวณบรรทัดนี้ให้ตั้งแต่ตอนตั้งราคา:
- ใส่จำนวนวันเครดิตของงาน ระบบคิดต้นทุนการรอเงินให้ทันที และดันเข้าไปในราคาที่ควรเสนอ
- มีช่องเครดิตเจ้าหนี้แยกต่างหาก — หักเฉพาะขาค่าวัสดุที่ซัพพลายเออร์ออกเงินแทนเราได้ ไม่ใช่หักมั่วทั้งก้อน
- ฐานคำนวณเป็นเงินสดที่ไหลออกจริง ไม่ใช่ยอดลูกหนี้รวม VAT — เลือกแบบนี้โดยตั้งใจ ด้วยเหตุผล 3 ข้อในบทความนี้
- อัตราดอกเบี้ยเป็นค่าที่ตั้งได้ ใส่อัตราจริงจากสัญญาวงเงินของบริษัทคุณ ไม่ใช่ตัวเลขที่เราเดาให้
- ชีตสรุปรายลูกค้า ดูย้อนได้ว่าเจ้าไหนจ่ายช้าประจำจนกินกำไรที่ควรได้
- ชีตทดสอบระบบ 24 เคส กดดูเองได้ว่าสูตรไม่พังก่อนเอาไปใช้จริง
- ไม่มีมาโคร เปิดได้ทั้ง Excel / LibreOffice / Google Sheets
จ่ายครั้งเดียว ฿999 — ราคาเปิดร้าน ถึง 31 ธ.ค. 2569 (ราคาเต็ม ฿1,490) · รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว · ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบริษัทได้ · ดาวน์โหลดทันทีหลังชำระเงิน
อ่านต่อ
รับเอกสารสรุปหัวข้อนี้เป็น PDF
บทสรุป + หัวข้อครบ + มาตรฐานอ้างอิง มีโลโก้ Saha แนบ memo/TOR ได้ทันที — ส่งเข้าอีเมลให้ด้วย
อ่านแล้วมีคำถาม? ให้วิศวกรช่วย
บอกสิ่งที่อยากรู้สั้นๆ — วิศวกรสหวัฒนกิจช่วยเลือกสเปกที่เหมาะ พร้อมใบเสนอราคาจริง ไม่มีค่าบริการ
ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?
ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี อย่างรวดเร็วในเวลาทำการ
คำถามที่พบบ่อย
1ต้นทุนการรอเงิน คิดจากฐานไหน ยอดขาย ต้นทุน หรือยอดลูกหนี้รวม VAT
+
2ถ้าซัพพลายเออร์ให้เครดิตเราด้วย ต้องคิดยังไง
+
3บริษัทเราไม่ได้กู้ OD เลย ยังต้องคิดต้นทุนนี้ไหม
+
4ทำไมบทความบอกว่าดอกเบี้ยไม่ใช่ปัญหาหลัก
+
5แล้วควรบวกกลับเข้าราคาตอนไหน
+
6ถ้าลูกค้ายืนยันเครดิต 90 วันและเราต้องการงานนั้น ทำอะไรได้บ้าง
+
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รับงานต่ำกว่าทุนได้ไหม? — จุดคุ้มทุน กับ พื้นเงินสด ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน
ลูกค้าต่อราคาลงมาต่ำกว่าทุน ปฏิเสธหรือรับ — ทำไม 'ต่ำกว่าจุดคุ้มทุน = ขาดทุน' ถึงเป็นคำแนะนำที่ทำให้ธุรกิจรับงานเป็นชิ้นเสียเงินโดยไม่รู้ตัว พร้อมตัวเลขสองเส้นที่ต้องแยกให้ออก และเงื่อนไข 3 ข้อที่ทำให้กฎนี้ใช้ไม่ได้
ลูกค้าต่อราคา ลดได้ถึงไหน — บันได 4 ตัวเลขที่ต้องรู้ก่อนเปิดปากตอบ
แทนที่จะเดาหรือใจอ่อน ใช้บันได 4 ขั้นที่คำนวณไว้ล่วงหน้า — ราคาที่ควรเสนอ ราคาต่ำสุดที่ยังได้กำไรขั้นต่ำ จุดคุ้มทุน และพื้นเงินสด พร้อมสคริปต์ที่ใช้ได้จริงในแต่ละขั้น และสิ่งที่ต้องแลกทุกครั้งที่ลด
ค่าแรงช่างถูกนับสองรอบ — ทำไมราคาที่คุณคำนวณถึงสูงเกินจริงโดยไม่รู้ตัว
เงินเดือนช่างอยู่ในค่าใช้จ่ายคงที่แล้ว แต่ยังใส่ค่าแรงรายชั่วโมงของคนกลุ่มเดิมเข้าไปในต้นทุนงานอีก — ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการคิดต้นทุนงาน วิธีตรวจว่าคุณกำลังทำอยู่ไหม และวิธีแก้ที่ถูกต้อง
ลูกค้าเจ้าไหนทำเงินให้จริง — ทำไมเจ้าที่สั่งบ่อยที่สุดถึงมักเป็นเจ้าที่ขาดทุน
ยอดขายรายลูกค้าไม่ได้บอกว่าใครทำเงินให้ — วิธีอ่านกำไรรายลูกค้าหลังเฉลี่ยค่าโสหุ้ยตามชั่วโมงที่กินไป พร้อมตารางตัวอย่างที่เจ้าอันดับสองด้านจำนวนงานกลับขาดทุนปีละเกือบครึ่งล้าน และสิ่งที่ควรทำต่อ

