สูตรคำนวณต้นทุนดอกเบี้ยจากเครดิตเทอม พร้อมตัวอย่างจริงที่ทำให้ดีลหนึ่งตกจากขั้นคอม 5% ลงมาเป็น 0% — และข้อถกเถียงที่ต้องตอบก่อนนำไปหักจากพนักงานขาย
ดีลที่ดูดี แต่ไม่ดีเท่าที่เห็น
พนักงานขายเดินเข้ามาบอกว่าปิดได้แล้ว ยอด ฿500,000 กำไรขั้นต้น ฿62,500 คิดเป็น 12.5%
ผ่านเกณฑ์ขั้นคอมสูงสุดพอดี
แล้วมีอีกบรรทัดหนึ่งที่ไม่มีใครพูดถึงในที่ประชุม — เครดิต 90 วัน
นั่นแปลว่าบริษัทจ่ายค่าสินค้าไปแล้ว ส่งของไปแล้ว ออกใบกำกับภาษีไปแล้ว แต่เงินจะเข้าอีก 3 เดือน ระหว่างนั้นบริษัทต้องหาเงินมาหมุนเอง
เงินก้อนนั้นไม่ได้ฟรี
สูตรที่ควรอยู่ในทุกใบเสนอราคา
ต้นทุนดอกเบี้ย = ฐานที่ใช้คิด × (อัตราดอกเบี้ยต่อปี ÷ 365) × จำนวนวันเครดิต
ใช้ตัวเลขจริงจากดีลข้างบน สมมติต้นทุนเงินทุน 7.5% ต่อปี:
฿500,000 × (0.075 ÷ 365) × 90 วัน = ฿9,246.58
฿9,246.58 — เกือบเก้าพันบาทที่หายไปจากดีลนี้ ทั้งที่ลูกค้าจ่ายเงินครบตรงเวลาทุกบาท
ต้นทุนของแต่ละเครดิตเทอม (ยอดขาย ฿500,000 ที่ 7.5%/ปี)
| เครดิตเทอม | ต้นทุนดอกเบี้ย | คิดเป็น % ของยอดขาย |
|---|---|---|
| เงินสด / 0 วัน | ฿0 | 0.000% |
| 30 วัน | ฿3,082.19 | 0.616% |
| 45 วัน | ฿4,623.29 | 0.925% |
| 60 วัน | ฿6,164.38 | 1.233% |
| 90 วัน | ฿9,246.58 | 1.849% |
| 120 วัน | ฿12,328.77 | 2.466% |
อ่านตารางนี้ให้ถูก: 1.85% ฟังดูน้อยมาก แต่มันคือ 1.85 จุดของยอดขาย ไม่ใช่ของกำไร
ถ้ากำไรขั้นต้นของคุณอยู่ที่ 12.5% ของยอดขาย การเสียไป 1.85 จุด เท่ากับ กำไรหายไปเกือบ 15% ของกำไรทั้งก้อน
อัตราดอกเบี้ยที่ควรใช้ — เอามาจากไหน
อัตราอ้างอิงที่ตรงประเด็นที่สุดคือ MOR (Minimum Overdraft Rate) — อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชีขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี
จากตารางอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569:
| ธนาคาร | MOR (% ต่อปี) |
|---|---|
| กรุงไทย | 6.27 |
| ไทยพาณิชย์ | 6.275 |
| กสิกรไทย | 6.34 |
| กรุงศรีอยุธยา | 6.375 |
| กรุงเทพ | 6.50 |
| ทีเอ็มบีธนชาต | 6.60 |
| ไทยเครดิต | 8.13 |
⚠️ อย่าใช้ MOR เปล่าถ้าคุณไม่ได้ MOR เปล่า SME ส่วนใหญ่ได้วงเงินในอัตรา MOR บวกส่วนเพิ่ม ตัวเลขที่ถูกต้องที่สุดคืออัตราที่เขียนอยู่ในสัญญาวงเงินของบริษัทคุณเอง เปิดสัญญาดูแล้วใช้ตัวเลขนั้น
ผลของอัตราต่อดีลเดิม (เครดิต 90 วัน ยอด ฿500,000):
| อัตราต่อปี | ต้นทุนดอกเบี้ย | % ของยอดขาย |
|---|---|---|
| 6.27% | ฿7,730.14 | 1.55% |
| 6.50% | ฿8,013.70 | 1.60% |
| 7.50% | ฿9,246.58 | 1.85% |
| 8.13% | ฿10,023.29 | 2.00% |
ช่วง 1.55% – 2.00% ของยอดขาย สำหรับเครดิต 90 วัน — นี่คือขนาดของปัญหาที่กำลังพูดถึง
จุดที่มันเปลี่ยนเงินในกระเป๋าพนักงานจริงๆ
สมมติโครงสร้างขั้นคอมของคุณเป็นแบบนี้:
| กำไรขั้นต้น (% ของยอดขาย) | อัตราคอม (จาก GP) |
|---|---|
| ตั้งแต่ 12.0% ขึ้นไป | 5% |
| 10.0% – 11.99% | 3% |
| ต่ำกว่า 10.0% | 0% |
กรณีที่ 1 — ตกหนึ่งขั้น
| รายการ | ก่อนหักดอกเบี้ย | หลังหักดอกเบี้ย 90 วัน |
|---|---|---|
| ยอดขาย | ฿500,000 | ฿500,000 |
| กำไรขั้นต้น | ฿62,500 | ฿53,253.42 |
| GP % | 12.50% | 10.65% |
| ขั้นคอมที่ได้ | 5% | 3% |
| คอมที่ได้รับ | ฿3,125.00 | ฿1,597.60 |
หายไป ฿1,527.40 หรือเกือบครึ่งหนึ่ง
กรณีที่ 2 — ตกลงไปที่ศูนย์
| รายการ | ก่อนหักดอกเบี้ย | หลังหักดอกเบี้ย 90 วัน |
|---|---|---|
| ยอดขาย | ฿500,000 | ฿500,000 |
| กำไรขั้นต้น | ฿55,000 | ฿45,753.42 |
| GP % | 11.00% | 9.15% |
| ขั้นคอมที่ได้ | 3% | 0% |
| คอมที่ได้รับ | ฿1,650.00 | ฿0 |
นี่คือจุดที่เรื่องนี้เลิกเป็นเรื่องบัญชี และกลายเป็นเรื่องคน
ดีลเดียวกัน ลูกค้าคนเดียวกัน ราคาเดียวกัน งานเท่าเดิม — แต่คอมกลายเป็นศูนย์ เพราะบรรทัดที่พนักงานอาจไม่เคยเห็นและอาจไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ
ข้อถกเถียงที่ต้องตอบก่อนเอาไปใช้จริง
ถึงตรงนี้หลายคนจะสรุปทันทีว่า "งั้นหักจากคอมเลยสิ พนักงานจะได้ระวังเรื่องเครดิต"
ช้าก่อน — เรื่องนี้มีข้อโต้แย้งที่หนักแน่นทั้งสองฝั่ง และต้องตอบให้ได้ก่อน
คำถามเดียวที่ตัดสินทุกอย่าง: ใครเป็นคนกำหนดเครดิตเทอม?
หลักการออกแบบระบบค่าตอบแทนที่ยอมรับกันทั่วไปคือ อย่าวัดคนด้วยสิ่งที่เขาควบคุมไม่ได้ เพราะตัวชี้วัดที่ควบคุมไม่ได้ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม มันเปลี่ยนแค่ความรู้สึกว่าระบบไม่ยุติธรรม
| ใครกำหนดเครดิตเทอม | พบบ่อยแค่ไหนใน SME ไทย | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| นโยบายจัดซื้อของลูกค้า — บริษัทใหญ่กำหนดมาว่าจ่าย 60 หรือ 90 วัน ต่อรองไม่ได้ | พบบ่อยที่สุด | แสดงเป็นข้อมูล ห้ามหักจากคอม |
| เจ้าของกิจการอนุมัติเอง — เพื่อรักษาลูกค้ารายใหญ่ | พบบ่อย | แสดงเป็นข้อมูล ห้ามหักจากคอม |
| พนักงานขายยืดเครดิตเองเพื่อปิดดีล | พบบ้าง | ใช้เป็นตัวปรับได้ ถ้าเขียนไว้ล่วงหน้า |
ในธุรกิจซื้อมาขายไปของไทย ส่วนใหญ่ตกอยู่ในสองแถวแรก — เครดิตเทอมไม่ได้อยู่ในมือพนักงานขาย
แนวปฏิบัติที่แนะนำ
| ❌ อย่าทำ | ✅ ทำแบบนี้ |
|---|---|
| ฝังต้นทุนดอกเบี้ยเข้าไปในกำไรที่ใช้จัดขั้นคอมแบบเงียบๆ | แสดงเป็น บรรทัดแยกที่มองเห็นได้ ในใบคำนวณคอมทุกใบ |
| หักอัตโนมัติกับทุกดีล | เปิดใช้เป็นตัวปรับ เฉพาะดีลที่พนักงานเป็นผู้อนุมัติเครดิตเอง |
| ตั้งค่าไว้ตายตัวในสูตรที่ไม่มีใครแก้ได้ | ทำเป็น ค่าที่ปรับได้ พร้อมบันทึกเหตุผลไว้เป็นลายลักษณ์อักษร |
| เปลี่ยนกลางคันแล้วค่อยบอก | แจ้งล่วงหน้า ทดลองคู่ขนาน แล้วให้เซ็นรับทราบ |
เหตุผลที่ต้องแสดงเป็นบรรทัดแยก แม้ไม่ได้หัก: เพราะมันเปลี่ยนบทสนทนา จากการเถียงกันว่าใครผิด กลายเป็นการเห็นตัวเลขเดียวกันแล้วช่วยกันหาทางออก เช่น ถ้าพนักงานเห็นว่าเครดิต 90 วันกินกำไรไป ฿9,246 เขาจะมีเหตุผลไปคุยกับลูกค้าเรื่องส่วนลดเงินสด — ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทำได้จริง
ฐานที่ใช้คำนวณ: เถียงได้ทั้งสามทาง
นี่คือจุดที่ควรยอมรับตรงๆ ว่า ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกที่สุด
ดีลเดิม: ขาย ฿500,000 ต้นทุนสินค้า ฿437,500 VAT 7% → ยอดลูกหนี้ ฿535,000 เครดิต 90 วัน ที่ 7.5%/ปี
| ฐานที่ใช้ | จำนวนเงิน | ต้นทุนดอกเบี้ย | เหตุผลที่สนับสนุน |
|---|---|---|---|
| ต้นทุนสินค้า | ฿437,500 | ฿8,090.75 | เงินที่บริษัทควักออกไปจริงคือค่าสินค้า ไม่ใช่ราคาขาย — บริษัทไม่เคยได้ออกเงินส่วนกำไรของตัวเอง |
| ยอดขาย | ฿500,000 | ฿9,246.58 | คำนวณง่าย เทียบข้ามดีลได้ตรงไปตรงมา เป็นทางสายกลาง |
| ลูกหนี้รวม VAT | ฿535,000 | ฿9,893.84 | เงินที่ค้างในมือลูกค้าคือยอดเต็มรวม VAT และบริษัทมักต้องนำส่งภาษีขายก่อนเก็บเงินได้ |
ช่วงห่าง ฿8,090.75 ถึง ฿9,893.84 — ต่างกันราว 22%
22% นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก และมากพอที่จะเปลี่ยนขั้นคอมในดีลที่อยู่ตรงรอยต่อพอดี
ข้อสรุปที่ซื่อสัตย์ที่สุด: เมื่อมันเถียงได้ มันต้องเป็น ค่าที่ตั้งได้ (configurable) และมีเอกสารกำกับ ไม่ใช่สูตรลับที่ฝังอยู่ในไฟล์แล้วไม่มีใครอธิบายที่มาได้
แล้วถ้าบริษัทไม่ได้กู้ OD เลย?
ยังต้องคิดอยู่ดี เพราะสิ่งที่เรากำลังวัดคือ ต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินทุน ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยที่จ่ายออกไปจริง
บริษัทที่ไม่ได้กู้ ก็ยังเอาเงินสดของตัวเองไปจมอยู่ในลูกหนี้ ฿500,000 เป็นเวลา 90 วัน แทนที่จะเอาไปซื้อของรอบถัดไป จ่ายซัพพลายเออร์เพื่อรับส่วนลดเงินสด หรือเก็บเป็นกันชนความเสี่ยง
เพียงแต่ในกรณีนี้ ควรใช้อัตราที่สะท้อนต้นทุนเงินทุนของบริษัทเอง แทนที่จะหยิบ MOR ของธนาคารมาใช้ดื้อๆ — และควรเขียนกำกับไว้ว่าเลือกอัตรานั้นเพราะอะไร
สรุปสิ่งที่ควรทำ
- คำนวณต้นทุนดอกเบี้ยของทุกดีลที่มีเครดิต — สูตรมีบรรทัดเดียว ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่ทำ
- ใช้อัตราจริงจากสัญญาวงเงินของคุณ ไม่ใช่ MOR ที่หยิบมาจากข่าว
- แสดงเป็นบรรทัดแยกที่มองเห็นได้เสมอ — ต่อให้ตัดสินใจว่าจะไม่หักก็ตาม
- หักจากคอมเฉพาะเมื่อพนักงานเป็นคนอนุมัติเครดิตนั้นเอง — และต้องเขียนไว้ล่วงหน้า
- ตั้งฐานคำนวณเป็นค่าที่ปรับได้ พร้อมบันทึกเหตุผล — เพราะมันเถียงได้จริง
- เอาตัวเลขนี้ไปใช้ตอนเสนอราคา ไม่ใช่ตอนจ่ายคอม — ถ้ารู้ว่าเครดิต 90 วันกินไป 1.85 จุด ก็ควรบวกกลับเข้าไปในราคาตั้งแต่แรก หรือเสนอส่วนลดเงินสดที่ต่ำกว่า 1.85% ซึ่งได้กำไรมากกว่าทั้งสองฝ่าย
เครื่องมือที่ใช้ทำเรื่องนี้ได้ทันที
สูตรนี้คำนวณมือได้ แต่ปัญหาคือไม่มีใครคำนวณมือทุกบิลจริงๆ — และพอไม่ได้คำนวณ บรรทัดนี้ก็หายไปจากการตัดสินใจทั้งหมด
ระบบคำนวณค่าคอมมิชชั่นจากกำไรขั้นต้น (GP) ของเรา คำนวณบรรทัดต้นทุนดอกเบี้ยนี้ให้อัตโนมัติ จากจำนวนวันเครดิตของแต่ละบิล:
- ใส่จำนวนวันเครดิตในบิล ระบบคิดต้นทุนดอกเบี้ยให้ทันที ด้วยสูตร ฐาน × (อัตราต่อปี ÷ 365) × วันเครดิต
- อัตราดอกเบี้ยเป็นค่าที่ตั้งได้ ในชีตตั้งค่า — ใส่อัตราจริงจากสัญญาวงเงินของบริษัทคุณ ไม่ใช่ตัวเลขที่เราเดาให้
- เลือกฐานคำนวณได้ ระหว่างต้นทุนสินค้า / ยอดขาย / ยอดลูกหนี้รวม VAT เพราะเรารู้ว่าประเด็นนี้เถียงได้
- มีสวิตช์แยกชัดเจน ว่าจะให้ต้นทุนนี้ แสดงเป็นข้อมูลอย่างเดียว หรือ มีผลต่อการจัดขั้นคอม — ตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ "แสดงอย่างเดียว" ตามแนวปฏิบัติที่ปลอดภัยกว่า
- แสดงเป็นคอลัมน์แยก ทุกบิล พนักงานเห็นเองได้ว่าดีลไหนโดนกินไปเท่าไร ไม่มีอะไรซ่อน
- มีชีตประกาศนโยบายให้แก้ชื่อบริษัทแล้วใช้ได้เลย
- ไม่มีมาโคร เปิดได้ทั้ง Excel / LibreOffice / Google Sheets
จ่ายครั้งเดียว ฿999 — ราคาเปิดร้าน ถึง 31 ธ.ค. 2569 (ราคาเต็ม ฿1,490) · รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว · ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบริษัทได้ · ดาวน์โหลดทันทีหลังชำระเงิน
ถ้าปัญหาของคุณอยู่ที่ "ตอนตั้งราคา" ไม่ใช่ "ตอนจ่ายคอม"
ข้อ 6 ด้านบนคือข้อที่คนอ่านบทความนี้แล้วมักติดค้าง — รู้ว่าเครดิต 90 วันกินกำไรไปกี่จุด แต่ตอนเสนอราคาจริงก็ยังไม่ได้บวกกลับเข้าไปอยู่ดี เพราะไม่มีที่ให้กรอก
ระบบคิดต้นทุนงานและตั้งราคาขาย ทำฝั่งนั้น — สำหรับธุรกิจที่ขายเป็น "งาน" (รับเหมา ติดตั้ง ผลิตตามสั่ง ซ่อมบำรุง):
- คิดต้นทุนการรอเงินตามวันเครดิตให้ตั้งแต่ตอนตั้งราคา ไม่ใช่ตอนสรุปคอมทีหลัง
- หักเครดิตที่เจ้าหนี้ออกเงินแทนเราได้ — ถ้าซัพพลายเออร์ให้เครดิต 30 วัน เงินก้อนค่าวัสดุนั้นเราไม่ได้ควักเอง ต้นทุนการรอจึงคิดเฉพาะส่วนที่เราออกจริง
- ฐานคำนวณคิดจากเงินสดที่ไหลออกจริง ไม่ใช่ยอดลูกหนี้รวม VAT — เราเลือกทางนี้โดยตั้งใจ เพราะยอดลูกหนี้รวมกำไรที่ยังไม่เคยควักออกไป การคิดดอกเบี้ยบนนั้นคือคิดดอกเบี้ยบนกำไรของตัวเอง (คนละเหตุผลกับฝั่งคอม ซึ่งเปิดให้เลือกฐานได้เพราะเป็นเรื่องที่ต้องตกลงกับพนักงาน)
- ได้ตัวเลข 4 ระดับที่ต้องแยกให้ออกตอนลูกค้าต่อราคา: พื้นเงินสด (ต่ำกว่านี้ยิ่งทำยิ่งเสียเงิน) · จุดคุ้มทุน · ราคาต่ำสุดที่ยังได้กำไรขั้นต่ำ · ราคาที่ควรเสนอ
- มีชีตทดสอบระบบ 24 เคส กดดูเองได้ว่าสูตรไม่พัง ก่อนเอาไปตั้งราคางานจริง
- ไม่มีมาโคร เปิดได้ทั้ง Excel / LibreOffice / Google Sheets
จ่ายครั้งเดียว ฿999 — ราคาเปิดร้าน ถึง 31 ธ.ค. 2569 (ราคาเต็ม ฿1,490) · รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว · ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบริษัทได้ · ดาวน์โหลดทันทีหลังชำระเงิน
อ่านต่อ
Get this guide as a reference brief (PDF)
Summary + full section list + standards cited, Saha-branded for your memo/RFQ — emailed to you too.
Questions after reading? Talk to our engineers
Tell us what you need — our engineers help you spec it right, with a real quote. No charge.
Need help with this in your facility?
Our team handles full procurement and installation for the topics covered in this article. Free quote within 2 hours.
Frequently Asked Questions
1คำนวณต้นทุนดอกเบี้ยจากเครดิตเทอมอย่างไร?
+
2เครดิตเทอม 90 วัน ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงกี่เปอร์เซ็นต์?
+
3ควรหักต้นทุนดอกเบี้ยจากเครดิตเทอมออกจากคอมมิชชั่นของพนักงานขายไหม?
+
4ทำไมการซ่อนต้นทุนดอกเบี้ยไว้ในกำไรที่ใช้จัดขั้นคอมถึงเป็นปัญหา?
+
5ควรใช้ฐานอะไรคำนวณดอกเบี้ย — ยอดขาย ต้นทุนสินค้า หรือยอดลูกหนี้รวม VAT?
+
6อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชีของไทยอยู่ที่เท่าไร?
+
7ถ้าไม่ได้ใช้วงเงินเบิกเกินบัญชีเลย ยังต้องคิดต้นทุนนี้อยู่ไหม?
+
8ควรตั้งค่าอะไรบ้างให้ระบบคำนวณเรื่องนี้ได้ถูกต้อง?
+
Related content
Cash Locked Up in Finished Work — Pricing the Cost of Waiting for Payment
Ninety-day terms are not expensive because of interest. They are expensive because of the money you must keep standing by. How to size the cash locked up in a job business, net off what suppliers finance, and put it back into the price at quotation time.
Customers Paying Late? Chase Hard and Lose the Relationship, Don't Chase and Lose the Cash — a 4-Step Collection Ladder That Keeps Both
Effective B2B collection is not about harsher words — it is a predictable, escalating ladder tied to days overdue: polite reminder, firm date request, formal notice, delivery hold. With face-saving wording that fits Thai business culture, and the fact most SMEs miss: Thailand's 45-day credit-term guideline for large buyers.
DSO and "Idle Money" — the Credit Terms You Grant Have a Price in Baht per Year, and Most Businesses Never Compute It
Sell on 30-day terms but actually collect on day 70, and you are lending your customer money for 40 days while paying the overdraft interest yourself. How to measure your own DSO, how to price idle money in baht, and why outstanding balances must be computed from the cash you will actually receive after Thai withholding tax.
A Debtor Register with an Aging Table — Half of B2B Invoices Get Paid Late; the Businesses That Survive Know Who Owes What, Every Morning
Global B2B payment research says roughly half of invoices are paid late and bad debts average 6–8% of credit sales. How to build a debtor register and aging table that answers "who do we chase today" in ten seconds — including the parts international templates miss in Thailand: billing dates, cheque rounds, and withholding tax.