Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
กลับไปดูบทความทั้งหมด
Sahawatthanakit (1988) Engineering Team9 นาที

ระบบตรวจจับน้ำยาแอร์รั่ว ASHRAE 15 / EN 378 / ISO 5149 — คู่มือเลือก Gas Detector สำหรับโรงงานและห้องเครื่องในไทย

คู่มือระบบตรวจจับสารทำความเย็นรั่ว (refrigerant leak detection) ตาม ASHRAE 15, EN 378 และ ISO 5149: ชนิดเซนเซอร์ (NDIR/semiconductor/electrochemical/heated-diode), เกณฑ์แจ้งเตือน RCL และ 25% LFL, ตำแหน่งติดตั้ง, ข้อกำหนด A2L (R-32/R-454B) ตาม IEC 60335-2-40, machinery room ventilation และข้อกำหนดงานราชการในไทย

refrigerantleak-detectionashrae-15en-378iso-5149a2lgas-detectorthailand
เครื่องตรวจจับน้ำยาแอร์รั่วและระบบ gas detector ในห้องเครื่องทำความเย็นอุตสาหกรรม

Photo by Unsplash

สรุป (TL;DR)

คู่มือระบบตรวจจับสารทำความเย็นรั่ว (refrigerant leak detection) ตาม ASHRAE 15, EN 378 และ ISO 5149: ชนิดเซนเซอร์ (NDIR/semiconductor/electrochemical/heated-diode), เกณฑ์แจ้งเตือน RCL และ 25% LFL, ตำแหน่งติดตั้ง, ข้อกำหนด A2L (R-32/R-454B) ตาม IEC 60335-2-40, machinery room ventilation และข้อกำหนดงานราชการในไทย

น้ำยาแอร์ที่ "รั่ว" ไม่ได้แค่ทำให้ระบบเย็นไม่พอและค่าไฟพุ่ง — มันคือเรื่อง ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย. น้ำยาบางชนิดทำให้ขาดออกซิเจน (asphyxiation) บางชนิดเป็นพิษ (เช่น แอมโมเนีย) และน้ำยายุคใหม่หลายตัว (R-32, R-454B, R-1234yf) ติดไฟได้ หากสะสมในห้องปิด

มาตรฐานสากล ASHRAE 15, EN 378 และ ISO 5149 จึงกำหนดให้ระบบทำความเย็นที่มีน้ำยาเกินเกณฑ์ ต้องมี ระบบตรวจจับน้ำยารั่ว (refrigerant leak detection) ที่แจ้งเตือนและสั่งระบายอากาศอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายมาตรฐาน เกณฑ์ตั้งค่า ชนิดเซนเซอร์ และการเลือกให้ตรงงานในไทย


1. ทำไมต้องตรวจจับน้ำยารั่ว — 3 อันตรายที่มองไม่เห็น

อันตราย เกิดกับน้ำยา ผลกระทบ
ขาดออกซิเจน (Asphyxiation) HFC/HFO ทุกชนิด, CO2 น้ำยาหนักกว่าอากาศ ไล่ออกซิเจนออกจากห้องเครื่อง/หลุม — หมดสติโดยไม่รู้ตัว
พิษ (Toxicity) แอมโมเนีย (B-class) ระคายเคืองทางเดินหายใจรุนแรง เป็นอันตรายถึงชีวิต
ติดไฟ/ระเบิด (Flammability) A2L (R-32, R-454B), A3 (R-290, R-600a) สะสมถึง LFL + ประกายไฟ = ไฟไหม้/ระเบิด

น้ำยา HFC/HFO ส่วนใหญ่ ไม่มีกลิ่น มองไม่เห็น และหนักกว่าอากาศ — คนเข้าห้องเครื่องอาจหมดสติก่อนรู้ตัว นี่คือเหตุผลที่ระบบตรวจจับแบบ "ต่อเนื่อง" (fixed continuous detector) จึงสำคัญกว่าเครื่องมือพกพา


2. สามมาตรฐานหลักที่ต้องรู้

ASHRAE 15 (Safety Standard for Refrigeration Systems)

มาตรฐานอเมริกัน อ้างอิงมากที่สุดในงานไทย. กำหนด:

  • RCL (Refrigerant Concentration Limit) — ความเข้มข้นสูงสุดที่ยอมรับได้ในพื้นที่ที่มีคน
  • ระบบที่มี charge เกิน RCL ของห้อง → ต้องมี machinery room + refrigerant detector + ระบบระบายอากาศกล (mechanical ventilation)
  • detector ต้องสั่งทำงานทั้ง alarm และ เปิดพัดลมระบายอากาศ อัตโนมัติ
  • ใช้คู่กับ ASHRAE 34 ที่จัดกลุ่มความปลอดภัยน้ำยา (A1/A2L/A2/A3 + B1/B2L/B2/B3)

EN 378 (ยุโรป) และ ISO 5149 (สากล)

EN 378 และ ISO 5149 เป็น "พี่น้อง" เนื้อหาใกล้เคียงกัน แบ่งเป็น 4 ส่วน (Part 1-4: ข้อกำหนดพื้นฐาน / การออกแบบ-ติดตั้ง / สถานที่ติดตั้ง / การใช้งาน-บำรุงรักษา). จุดเด่น:

  • กำหนด charge limit ตามประเภทการเข้าถึงพื้นที่ (occupancy category a/b/c) และ practical limit ของน้ำยาแต่ละตัว
  • charge เกิน practical limit → ต้องมี detector ที่ alarm + สั่ง ventilation
  • ระบุตำแหน่งเซนเซอร์ที่ "จุดที่น้ำยามีแนวโน้มสะสม"

สรุปง่ายๆ: ทั้งสามมาตรฐานพูดเรื่องเดียวกัน — ถ้าน้ำยาในระบบมากพอจะเป็นอันตรายเมื่อรั่วทั้งหมดเข้าห้อง ต้องมีตัวตรวจจับ + แจ้งเตือน + ระบายอากาศ


3. เกณฑ์แจ้งเตือน — ตั้ง setpoint ที่เท่าไร?

หลักการตั้งค่าแจ้งเตือนต่างกันตามกลุ่มความปลอดภัยของน้ำยา:

กลุ่มน้ำยา ตัวอย่าง เกณฑ์ตั้ง alarm
A1 (ไม่ติดไฟ) R-410A, R-134a, R-513A ≤ RCL / TLV-TWA (กันพิษ + ขาดออกซิเจน)
A2L (ติดไฟอ่อน) R-32, R-454B, R-1234yf ≤ 25% ของ LFL
A3 (ติดไฟ) R-290 (โพรเพน), R-600a ≤ 25% ของ LFL (เข้มงวดกว่า)
B (เป็นพิษ) R-717 (แอมโมเนีย) หลายระดับ: เตือนที่ ppm ต่ำ + อพยพที่ ppm สูง

LFL (Lower Flammable Limit) = ความเข้มข้นต่ำสุดที่น้ำยาเริ่มติดไฟได้. การตั้ง alarm ที่ 25% LFL = มี "buffer" 4 เท่าก่อนถึงระดับอันตราย — เป็นค่ามาตรฐานที่ทั้ง EN 378 และ IEC 60335-2-40 ใช้


4. ชนิดเซนเซอร์ — เลือกให้ตรงงาน

ชนิดเซนเซอร์ หลักการ ข้อดี ข้อจำกัด เหมาะกับ
Semiconductor (MOS) ความต้านทานเปลี่ยนเมื่อเจอก๊าซ ถูก ตอบไว ทนทาน เลือกก๊าซไม่ได้ false alarm ง่าย เตือนเบื้องต้น พื้นที่ทั่วไป
Electrochemical ปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมีกับก๊าซ ไวต่อก๊าซเฉพาะ ใช้กับแอมโมเนียดี อายุ ~2 ปี เสื่อมตามการใช้ แอมโมเนีย, ก๊าซพิษ
Infrared NDIR ดูดกลืนแสง IR เฉพาะก๊าซ แม่นยำ เลือกก๊าซได้ อายุยาว ไม่เสื่อมจาก over-exposure ราคาสูงกว่า Machinery room ถาวร
Heated diode ความร้อนแยกฮาโลเจน ไวมากต่อ HFC/HFO ต้องเปลี่ยน sensing element เครื่องมือพกพาหาจุดรั่ว
Ultrasonic ฟังเสียงก๊าซพุ่งผ่านรู หาจุดรั่วเร็ว ไม่สนชนิดก๊าซ ไม่บอกความเข้มข้น หาจุดรั่วในที่เสียงดัง

กฎเลือกง่ายๆ:

  • ตรวจถาวรในห้องเครื่อง → NDIR (แม่น เลือกก๊าซ อายุยาว)
  • เดินหาจุดรั่ว → heated diode หรือ ultrasonic
  • งานแอมโมเนีย → electrochemical หลายระดับ

5. ตำแหน่งติดตั้งเซนเซอร์ — ผิดตำแหน่ง = ไร้ค่า

ความหนาแน่นของน้ำยากำหนดตำแหน่งติดตั้ง:

  • น้ำยาหนักกว่าอากาศ (HFC/HFO ส่วนใหญ่ + CO2): สะสมที่พื้น → ติดเซนเซอร์ ใกล้พื้น (~0.3 ม.) และใกล้แหล่งรั่ว (compressor, ข้อต่อ, valve)
  • แอมโมเนีย (เบากว่าอากาศ): ลอยขึ้น → ติด ใกล้เพดาน
  • ติดเพิ่มที่ หลุม/บ่อ/พื้นที่อับ ที่น้ำยาอาจไหลลงไปสะสม
  • เลี่ยงติดใกล้ประตู/ช่องลมที่ทำให้ก๊าซเจือจางก่อนถึงเซนเซอร์

ติดเซนเซอร์ HFC ไว้บนเพดานทั้งที่น้ำยาลงพื้น = ตรวจไม่เจอแม้รั่วจริง — ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในงานติดตั้ง


6. น้ำยา A2L (R-32, R-454B) — กฎใหม่ที่ต้องรู้

น้ำยายุคใหม่ที่ GWP ต่ำ (R-32, R-454B, R-1234yf) จัดเป็น A2L = ติดไฟอ่อน. มาตรฐาน IEC 60335-2-40 (ฉบับรองรับ A2L) กำหนดเพิ่ม:

  • เครื่องที่มี charge เกินเกณฑ์ตามขนาดห้อง ต้องมี ระบบตรวจรั่วในตัว
  • เมื่อตรวจพบรั่ว ต้องมี มาตรการลดความเสี่ยง (mitigation) เช่น เป่าพัดลมไล่, ตัดวงจร, ปั๊มน้ำยากลับ (pump down) เพื่อไม่ให้ความเข้มข้นถึง LFL
  • ติดตั้งต้องตามคู่มือผู้ผลิตเคร่งครัด (ระยะ, ขนาดห้องขั้นต่ำ, ตำแหน่งท่อ)

ดูเพิ่มเรื่องความปลอดภัย A2L ได้ที่บทความ R-32 A2L — คู่มือความปลอดภัยและการจัดการ และการเลือกน้ำยาทดแทนที่ HFO R-449A vs R-454B vs R-513A


7. การ Calibrate และบำรุงรักษาเซนเซอร์

เซนเซอร์ที่ไม่ calibrate = อาจไม่เตือนเมื่อรั่วจริง:

  • Calibrate ตามรอบ — โดยทั่วไปทุก 6-12 เดือน (ตามผู้ผลิต + ข้อกำหนดงาน)
  • Bump test — ทดสอบว่าเซนเซอร์ตอบสนองก๊าซจริงได้ (ไม่ใช่แค่มีไฟติด)
  • อายุเซนเซอร์ — electrochemical ~2 ปี, NDIR ยาวกว่ามาก
  • เก็บ บันทึกการ calibrate ไว้เป็นหลักฐาน — งานราชการ/ISO มักขอตรวจ

8. วิธีตรวจหาจุดรั่ว (เมื่อระบบเตือนหรือสงสัย)

นอกจากเซนเซอร์ถาวร การ "ตามหาจุดรั่ว" ใช้หลายวิธีร่วมกัน:

  1. เครื่องตรวจอิเล็กทรอนิกส์ (heated diode) — เดินหัวตรวจตามแนวท่อ/ข้อต่อ
  2. น้ำสบู่ (bubble test) — จุดรั่วใหญ่ เห็นฟอง
  3. UV dye (สารเรืองแสง) — ฉีดเข้าระบบ ส่องไฟ UV หาจุดเปื้อน เหมาะ leak เล็กที่หายาก
  4. Nitrogen pressure test / standing vacuum — ทดสอบความดัน/สุญญากาศก่อนชาร์จน้ำยา
  5. Ultrasonic — ฟังเสียงรั่วในที่ที่เข้าถึงยาก

อย่าใช้ halide torch (ไฟเป่าทองแดง) กับน้ำยาติดไฟ A2L/A3 เด็ดขาด — เป็นแหล่งจุดติดไฟโดยตรง


9. ข้อกำหนดในไทย + งานราชการ (TOR)

  • ใบอนุญาตวัตถุอันตราย (วอ.) — น้ำยาทุกชนิดเป็นวัตถุอันตรายตาม พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ผู้นำเข้า/ขายต้องมีใบ วอ. ครบ
  • มาตรฐาน วสท./มยผ. — งานระบบทำความเย็นขนาดใหญ่อ้างอิง ASHRAE 15 / EN 378
  • TOR งานห้องเย็น/โรงพยาบาล/ห้องเซิร์ฟเวอร์ มักกำหนด: gas detector + ventilation + ป้ายเตือน + แผนตอบสนองเหตุรั่ว + เอกสาร calibrate
  • เอกสารน้ำยาที่ขอบ่อย: AHRI 700 purity certificate + SDS + ใบ วอ.

ตารางสรุป — เลือกระบบตรวจรั่วให้ตรงงาน

งาน น้ำยา เซนเซอร์แนะนำ ตำแหน่ง Alarm setpoint
Chiller ห้องเครื่อง R-134a/R-513A (A1) NDIR ใกล้พื้น ≤ RCL
Split/VRF A2L R-32/R-454B NDIR + mitigation ใกล้พื้น ≤ 25% LFL
ห้องเย็น/ซูเปอร์มาร์เก็ต R-449A/R-744 NDIR (CO2) ใกล้พื้น + หลุม ≤ RCL / O2
ระบบแอมโมเนีย R-717 Electrochemical 2 ระดับ ใกล้เพดาน ppm เตือน + อพยพ
หาจุดรั่ว (ซ่อม) ทุกชนิด Heated diode / ultrasonic พกพา

คำถามที่พบบ่อย

Q: ระบบเล็ก (แอร์บ้าน/แอร์สำนักงาน) ต้องมี detector ไหม?

A: โดยทั่วไปไม่ต้อง ถ้า charge น้อยกว่าเกณฑ์ของห้องตามมาตรฐาน. แต่แอร์ A2L รุ่นใหม่ที่ charge สูงและติดตั้งในห้องเล็ก อาจเข้าเกณฑ์ที่ผู้ผลิตกำหนดให้มีระบบตรวจรั่วในตัว — ดูคู่มือเครื่องเป็นหลัก

Q: เซนเซอร์ตัวเดียวครอบคลุมทุกน้ำยาได้ไหม?

A: เซนเซอร์ semiconductor ตรวจได้กว้างแต่เลือกก๊าซไม่ได้ (false alarm ง่าย). NDIR และ electrochemical ต้องเลือกรุ่นให้ตรงน้ำยาที่ใช้ — เปลี่ยนน้ำยาในระบบควรตรวจสอบว่าเซนเซอร์เดิมยังรองรับ

Q: ต้องต่อ detector เข้ากับระบบ ventilation อัตโนมัติเลยไหม?

A: ใช่ — ทั้ง ASHRAE 15 และ EN 378 กำหนดให้ detector ในห้องเครื่องสั่ง เปิดพัดลมระบายอากาศอัตโนมัติ เมื่อถึง setpoint ไม่ใช่แค่ส่งเสียงเตือนเฉยๆ. การแจ้งเตือนอย่างเดียวไม่ลดความเข้มข้นน้ำยา

Q: น้ำยา CO2 (R-744) ตรวจรั่วอย่างไร?

A: CO2 หนักกว่าอากาศและไม่มีกลิ่น — ใช้เซนเซอร์ NDIR เฉพาะ CO2 ติดใกล้พื้น. อันตรายหลักคือขาดออกซิเจนในที่อับ ตั้ง alarm ตามเกณฑ์ความปลอดภัย O2/CO2 (ไม่ใช่ LFL เพราะ CO2 ไม่ติดไฟ)

Q: สหวัฒนกิจขายแค่น้ำยา หรือช่วยเรื่องเอกสารระบบตรวจรั่วด้วย?

A: เราจำหน่ายน้ำยาแอร์ครบทุกกลุ่ม (HCFC/HFC/HFO/Natural) รับรอง AHRI 700 + ใบ วอ. ครบ พร้อม SDS และเอกสารประกอบสำหรับงาน TOR. เรื่องสเปกระบบตรวจรั่วให้ตรงมาตรฐาน เราให้คำแนะนำเชิงเทคนิคเพื่อจับคู่น้ำยากับข้อกำหนดความปลอดภัยได้


ติดต่อขอใบเสนอราคา

ทีมงานสหวัฒนกิจจำหน่ายน้ำยาแอร์ครบทุกกลุ่ม — HCFC + HFC + HFO + Natural (R-744/R-290) รับรอง AHRI 700 (2019) + ใบอนุญาตวัตถุอันตราย (วอ.) ครบ พร้อมเอกสารสำหรับงานราชการและงานที่ต้องปฏิบัติตาม ASHRAE 15 / EN 378

แชร์:LINEFacebook
บริการที่เกี่ยวข้อง

ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?

ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

1

ห้องเครื่องทำความเย็นจำเป็นต้องมีเครื่องตรวจจับน้ำยารั่วหรือไม่?

+
จำเป็น เมื่อปริมาณน้ำยา (charge) ในระบบเกินค่าจำกัดสำหรับพื้นที่นั้น. ASHRAE 15 และ EN 378/ISO 5149 กำหนดว่าห้องเครื่อง (machinery room) ที่มีน้ำยาเกิน RCL (Refrigerant Concentration Limit) ต้องติดตั้ง refrigerant detector ที่แจ้งเตือนและสั่งเปิดพัดลมระบายอากาศอัตโนมัติ. สำหรับน้ำยาติดไฟง่าย (A2L/A3) ยิ่งต้องมี — เพื่อกันการสะสมถึงระดับติดไฟ
2

เซนเซอร์ตรวจน้ำยารั่วมีกี่ชนิด เลือกอย่างไร?

+
หลักๆ มี 4 ชนิด: (1) Semiconductor/MOS — ถูก ตอบสนองไว แต่ false alarm ง่าย ใช้เตือนเบื้องต้น; (2) Electrochemical — ไวต่อก๊าซเฉพาะ อายุ ~2 ปี; (3) Infrared NDIR — แม่นยำ เลือกก๊าซได้ อายุยาว ไม่เสื่อมจาก over-exposure เหมาะ machinery room ถาวร; (4) Heated diode — นิยมในเครื่องมือพกพาหาจุดรั่ว. งานตรวจถาวรในห้องเครื่องแนะนำ NDIR; งานเดินหาจุดรั่วใช้ heated diode หรือ ultrasonic
3

เกณฑ์แจ้งเตือน (alarm setpoint) ตั้งที่เท่าไร?

+
สำหรับน้ำยา A1 (ไม่ติดไฟ) ตั้งที่ไม่เกินค่า TLV-TWA หรือ RCL เพื่อกันการขาดออกซิเจน/พิษ. สำหรับน้ำยาติดไฟ A2L/A2/A3 ต้องตั้งที่ไม่เกิน 25% ของ LFL (Lower Flammable Limit) เพื่อกันการสะสมถึงระดับติดไฟ. ตัวเลขแน่นอนขึ้นกับชนิดน้ำยา — ดูตารางในบทความ
4

ติดเซนเซอร์ไว้สูงหรือต่ำ?

+
ขึ้นกับความหนาแน่นของน้ำยา. น้ำยา HFC/HFO/CO2 ส่วนใหญ่หนักกว่าอากาศ → สะสมที่พื้น → ติดเซนเซอร์ใกล้พื้น (~0.3 ม.) และใกล้แหล่งรั่ว (compressor, valve). แอมโมเนีย (R-717) เบากว่าอากาศ → ติดสูงใกล้เพดาน. ติดผิดตำแหน่ง = ตรวจไม่เจอแม้รั่วจริง
5

R-32 / R-454B ที่เป็น A2L ต้องมีระบบตรวจรั่วในเครื่องไหม?

+
ตามมาตรฐาน IEC 60335-2-40 (ฉบับ A2L) เครื่องปรับอากาศ/ฮีตปั๊มที่ใช้น้ำยาติดไฟง่ายและมี charge เกินเกณฑ์ ต้องมีระบบตรวจรั่วในตัว + มาตรการลดความเสี่ยง (mitigation) เช่น สั่งพัดลมเป่าไล่ ตัดวงจร หรือปั๊มน้ำยากลับ เพื่อให้ความเข้มข้นในห้องไม่ถึงระดับติดไฟ. เป็นเหตุผลที่แอร์ A2L รุ่นใหม่ต้องติดตั้งตามคู่มือผู้ผลิตเคร่งครัด
6

งานราชการ (TOR) ในไทยกำหนดเรื่องตรวจรั่วอย่างไร?

+
งานห้องเย็น โรงพยาบาล ห้องเซิร์ฟเวอร์ และระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ มักอ้างอิง ASHRAE 15 / EN 378 / มาตรฐาน วสท. กำหนดให้มี gas detector + ventilation + ป้ายเตือน + แผนตอบสนองเหตุรั่ว. TOR หลายฉบับขอเอกสารรับรองการ calibrate เซนเซอร์และใบรับรองผลิตภัณฑ์. ทีมงานสหวัฒนกิจจัดทั้งน้ำยา (รับรอง AHRI 700) และเอกสารประกอบครบตามสเปก
เปรียบเทียบ — ตัดสินใจซื้อ

ตารางเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความ·10 นาที

Magnetic Bearing Compressor (Turbocor) vs Screw Compressor — เทียบ TCO 15 ปีในงานชิลเลอร์ไทย

เปรียบเทียบคอมเพรสเซอร์ชิลเลอร์ 2 ชนิด: magnetic bearing centrifugal แบบ oil-free (Danfoss Turbocor) กับ screw compressor แบบ positive displacement — ครอบคลุมประสิทธิภาพ part-load IPLV, ต้นทุนเริ่มต้น, ค่าบำรุงรักษา, oil-free vs oil-flooded, surge limit, และโมเดล TCO 15 ปีที่ค่าไฟไทย ~฿4.5/kWh พร้อมแนวทางเลือกให้ตรงงาน data center, โรงพยาบาล, ห้าง และโรงงาน

อ่าน
บทความ·9 นาที

R-134a เลิกใช้เมื่อไร? ไทม์ไลน์ phase-down ตาม Kigali Amendment และแผนเปลี่ยนน้ำยาทดแทนในไทย

คู่มือไทม์ไลน์การลดใช้ R-134a: ทำไม R-134a ไม่ได้ถูกห้ามตาม Montreal Protocol เดิมแต่อยู่ใต้ Kigali Amendment (HFC phasedown), ตารางลดโควตา HFC ของไทย (DIW), EU F-Gas + MAC Directive, น้ำยาทดแทน R-1234yf (รถยนต์) และ R-513A/R-1234ze (chiller) พร้อมแผนเปลี่ยนสำหรับโรงงานและรถยนต์ในไทย

อ่าน
บทความ·9 นาที

Glycol Chiller vs DX Cooling สำหรับโรงงานอาหาร — เลือกระบบทำความเย็นตาม ASHRAE 90.1 / BEC ไทย

เปรียบเทียบระบบทำความเย็น 2 แบบสำหรับงาน food processing: DX (Direct Expansion) ที่น้ำยาระเหยในคอยล์โดยตรง กับ Glycol Chiller ระบบ secondary loop ที่ใช้ propylene glycol — ครอบคลุมข้อจำกัด refrigerant charge ตาม ASHRAE 15 / EN 378, ความปลอดภัยอาหาร PG vs EG, ประสิทธิภาพพลังงานตาม ASHRAE 90.1 / BEC, การเลือก concentration ของ glycol, และแนวทางเลือกให้ตรงงานโรงงานอาหารไทย

อ่าน
บทความ·9 นาที

R-744 (CO2) vs R-23 สำหรับห้องเย็นอุณหภูมิต่ำพิเศษ — เลือกน้ำยาระบบ Cascade ในงาน food/pharma ไทย

เปรียบเทียบน้ำยาทำความเย็นอุณหภูมิต่ำพิเศษ (ultra-low temperature): R-744 (CO2) GWP 1 กับ R-23 (HFC-23) GWP สูงมาก สำหรับงานแช่แข็งเร็ว -40°C, ตู้แช่ ULT -86°C, ระบบ cascade high/low stage, ขีดจำกัด triple point ของ CO2 ที่ -56.6°C, ทางเลือก R-508B/R-170 และการเลือกให้ตรงงานในไทย

อ่าน