Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
กลับไปดูบทความทั้งหมด
Sahawatthanakit (1988) Engineering Team10 นาที

Magnetic Bearing Compressor (Turbocor) vs Screw Compressor — เทียบ TCO 15 ปีในงานชิลเลอร์ไทย

เปรียบเทียบคอมเพรสเซอร์ชิลเลอร์ 2 ชนิด: magnetic bearing centrifugal แบบ oil-free (Danfoss Turbocor) กับ screw compressor แบบ positive displacement — ครอบคลุมประสิทธิภาพ part-load IPLV, ต้นทุนเริ่มต้น, ค่าบำรุงรักษา, oil-free vs oil-flooded, surge limit, และโมเดล TCO 15 ปีที่ค่าไฟไทย ~฿4.5/kWh พร้อมแนวทางเลือกให้ตรงงาน data center, โรงพยาบาล, ห้าง และโรงงาน

refrigerantturbocormagnetic-bearingscrew-compressorchillertcothailand
คอมเพรสเซอร์ centrifugal แบบ magnetic bearing oil-free เทียบกับ screw compressor ในห้องเครื่องชิลเลอร์

Photo by Unsplash

สรุป (TL;DR)

เปรียบเทียบคอมเพรสเซอร์ชิลเลอร์ 2 ชนิด: magnetic bearing centrifugal แบบ oil-free (Danfoss Turbocor) กับ screw compressor แบบ positive displacement — ครอบคลุมประสิทธิภาพ part-load IPLV, ต้นทุนเริ่มต้น, ค่าบำรุงรักษา, oil-free vs oil-flooded, surge limit, และโมเดล TCO 15 ปีที่ค่าไฟไทย ~฿4.5/kWh พร้อมแนวทางเลือกให้ตรงงาน data center, โรงพยาบาล, ห้าง และโรงงาน

เมื่อต้องเลือกหัวใจของระบบชิลเลอร์ — คอมเพรสเซอร์ — สำหรับ data center, โรงพยาบาล, ห้างสรรพสินค้า หรือ process cooling ในโรงงาน คำถามที่กลับมาเสมอคือ: Magnetic Bearing Compressor (Danfoss Turbocor) ที่ oil-free และประหยัดไฟ part-load หรือ Screw Compressor ที่ทนทานและทุนแรกต่ำ?

คำตอบไม่ได้ดูแค่ป้ายราคา แต่ต้องดู TCO (Total Cost of Ownership) 15 ปี เพราะค่าไฟครองสัดส่วนใหญ่ที่สุด บทความนี้แยกองค์ประกอบให้ครบและวางโมเดลตัวเลขที่ค่าไฟไทย


1. สองเทคโนโลยี — หลักการต่างกันที่ราก

flowchart LR
    subgraph T["Magnetic Bearing (Turbocor)"]
        T1["เพลาลอยด้วยแม่เหล็ก
(ไม่มีการสัมผัส)"] --> T2["Centrifugal impeller
+ VSD ในตัว"] T2 --> T3["Oil-free
ไม่มีระบบน้ำมัน"] end subgraph S["Screw Compressor"] S1["โรเตอร์คู่ขบกัน
(positive displacement)"] --> S2["Oil-flooded
หล่อลื่น+ซีล+ระบายความร้อน"] S2 --> S3["Slide valve / VSD
คุมภาระ"] end
  • Turbocor: centrifugal ที่เพลาลอยด้วยสนามแม่เหล็ก ไม่มีโลหะเสียดสี ไม่มีน้ำมัน มี VSD ในตัว ปรับรอบตามภาระ → ประสิทธิภาพ part-load สูงมาก, soft start (กระแสเริ่มต่ำ ~2-5A), เบาและเงียบ
  • Screw: positive displacement ด้วยโรเตอร์คู่ ใช้น้ำมันหล่อลื่น/ซีล/ระบายความร้อน → ทนทาน รับ lift สูง คุมภาระด้วย slide valve (หรือ VSD) แต่ part-load ด้อยกว่า และมีงานดูแลน้ำมัน

2. ตารางเปรียบเทียบทางเทคนิค

ประเด็น Magnetic Bearing (Turbocor) Screw Compressor
ชนิด Centrifugal, oil-free Positive displacement, oil-flooded
ความเร็วรอบ VSD ในตัว (ปรับต่อเนื่อง) คงที่ + slide valve / VSD
ประสิทธิภาพ full-load ดี ดี (บางรุ่นเทียบเท่า)
ประสิทธิภาพ part-load (IPLV) ดีเด่นมาก ปานกลาง
น้ำมัน ไม่มี (oil-free) มี — ต้องดูแล
Oil fouling ใน HX ไม่มี → ประสิทธิภาพคงตัว มี → ประสิทธิภาพลดตามเวลา
Soft start / inrush ต่ำมาก (~2-5A) สูง (ต้องมี starter)
รับ lift สูง / air-cooled ร้อน จำกัด (surge) ดี
Turndown ต่อตัว จำกัด → ใช้หลายโมดูล กว้าง
ทุนแรก สูง ต่ำกว่า
Service network ในไทย เฉพาะทาง กว้าง หาช่าง/อะไหล่ง่าย
เสียง/น้ำหนัก เงียบ/เบา ดังกว่า/หนักกว่า

3. ทำไม part-load คือหัวใจของค่าไฟ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: เทียบ COP ที่ full-load อย่างเดียว ความจริงคือ ชิลเลอร์แทบไม่เคยเดินเต็มภาระ — อาคารส่วนใหญ่อยู่ที่ 40-80% ของภาระเกือบทั้งปี

มาตรฐาน AHRI 550/590 จึงนิยาม IPLV (Integrated Part-Load Value) = ค่าประสิทธิภาพเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ภาระ 100/75/50/25%:

ภาระ น้ำหนักใน IPLV
100% 1%
75% 42%
50% 45%
25% 12%

ภาระ 50-75% รวมกันคิดเป็น 87% ของน้ำหนัก IPLV — นี่คือจุดที่ Turbocor (centrifugal + VSD + oil-free) ทำได้ดีกว่า screw อย่างชัดเจน เพราะ centrifugal ที่ลดรอบจะมีประสิทธิภาพ "ดีขึ้น" ที่ภาระต่ำ (เมื่อ condenser water เย็นลงตามไปด้วย)

ASHRAE 90.1 / BEC ก็ประเมินทั้ง full-load และ IPLV — TOR งานใหญ่จึงมักระบุ IPLV ขั้นต่ำหรือ oil-free โดยตรง


4. โมเดล TCO 15 ปี (ตัวอย่างเชิงประกอบ)

สมมติชิลเลอร์ water-cooled ~500 ตัน, เดิน ~4,500 ชม./ปี, ค่าไฟไทย ~฿4.5/kWh สัดส่วนต้นทุนแบบประกอบ (ตัวเลขเพื่ออธิบายโครงสร้าง — งานจริงต้องคิดจาก load profile + ใบเสนอราคา):

flowchart TD
    TCO["TCO 15 ปี"] --> E["ค่าพลังงาน
~60-70%"] TCO --> C["ทุนแรก (CapEx)
~20-25%"] TCO --> M["บำรุงรักษา
~10-15%"] E --> note["ค่าไฟครองสัดส่วนใหญ่ที่สุด
→ ส่วนต่าง IPLV สำคัญที่สุด"]
องค์ประกอบ Turbocor Screw ใครได้เปรียบ
ทุนแรก (CapEx) สูงกว่า ต่ำกว่า Screw
ค่าพลังงาน (IPLV) ต่ำกว่า (ประหยัด) สูงกว่า Turbocor
บำรุงรักษาน้ำมัน ไม่มี มี (เปลี่ยนถ่าย/separator) Turbocor
อะไหล่/ช่างเฉพาะทาง แพง/หายาก ถูก/หาง่าย Screw
ประสิทธิภาพเสื่อมตามเวลา คงที่ (oil-free) ลดลง (oil fouling) Turbocor
Downtime/ความเสี่ยง bearing แม่เหล็ก ไม่สึก ต้อง overhaul ตามชม. Turbocor

สรุปโครงสร้าง TCO: เพราะค่าไฟ = 60-70% ของ TCO และ Turbocor ชนะ IPLV ชัดเจน → ในงานที่ เดินชั่วโมงสูงและภาระแปรผัน Turbocor มักคืนทุนส่วนต่างได้ภายในไม่กี่ปีแรกและประหยัดต่อเนื่องอีก 10+ ปี แต่ในงาน ชั่วโมงเดินน้อย ส่วนต่างค่าไฟไม่พอชดเชยทุนแรก → screw คุมกว่า


5. มุม Refrigerant — ทั้งคู่ต้องเติม ต้องดูแล

ไม่ว่าจะเลือกเทคโนโลยีใด คอมเพรสเซอร์คือตัวอัด น้ำยาทำความเย็น ที่ต้องเตรียมและดูแลตลอดอายุ:

  • Turbocor centrifugal นิยมใช้กับ R-134a และทางเลือก low-GWP อย่าง R-513A / R-1234ze
  • Screw ใช้ได้หลากหลายตั้งแต่ R-134a, R-513A ไปจนถึง R-410A / R-454B (ในงาน positive displacement)
  • ทั้งคู่ต้องมีแผน เติม/ตรวจรั่ว/reclaim ตาม ASHRAE 15 / EN 378 และเผื่อ phase-down ตาม Kigali
  • การเลือกน้ำยาให้ตรงกับชนิดคอมเพรสเซอร์และเกณฑ์ GWP ของ TOR คือสิ่งที่กระทบทั้งประสิทธิภาพและการผ่านเกณฑ์

Turbocor + R-513A เป็นชุดที่พบบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในงานใหม่ที่ต้องการทั้ง IPLV สูงและ GWP ต่ำพร้อมกัน


6. แนวทางเลือกให้ตรงงาน

flowchart TD
    Q1{ชั่วโมงเดินสูง
+ ภาระแปรผันมาก?} -->|ใช่| Q2{Water-cooled
หรือ lift ไม่สูงมาก?} Q1 -->|ไม่ เดินน้อย/งบจำกัด| SC[เอนเอียง Screw] Q2 -->|ใช่| TC[เลือก Turbocor] Q2 -->|Air-cooled lift สูง| SC Q1 -->|งาน process หนัก/lift สูง| SC TC --> R1[ผสาน VSD + oil-free
+ น้ำยา low-GWP R-513A] SC --> R2[ทุนแรกต่ำ + ช่างหาง่าย
+ วางแผนดูแลน้ำมัน]

เลือก Turbocor (magnetic bearing) เมื่อ:

  • ชั่วโมงเดินสูง (data center, โรงพยาบาล, ห้าง) + ภาระแปรผัน → IPLV เป็นตัวตัดสิน
  • Water-cooled หรือ lift ไม่สูงเกิน (เลี่ยง surge)
  • มองระยะยาว/ค่าไฟเป็นหลัก, ต้องการเสียงเบา, หรือ retrofit แทน centrifugal เก่า

เลือก Screw Compressor เมื่อ:

  • ชั่วโมงเดินน้อยหรืองบลงทุนจำกัด → ทุนแรกเป็นตัวตัดสิน
  • งาน lift สูง / air-cooled ร้อนจัด / process cooling ที่ต้องการความทนทาน
  • พื้นที่ที่ service network + อะไหล่หาง่ายสำคัญต่อ uptime

สรุป

Turbocor ชนะที่ ประสิทธิภาพ part-load (IPLV), oil-free ที่ประสิทธิภาพคงตัว, soft start และเสียงเบา ส่วน Screw ชนะที่ ทุนแรกต่ำ, รับ lift สูง, ทนงานหนัก และ service network กว้าง

เพราะค่าไฟครอง 60-70% ของ TCO 15 ปี งานที่ เดินชั่วโมงสูงและภาระแปรผัน มักให้ Turbocor คุ้มในระยะยาวแม้ทุนแรกสูง ส่วนงาน เดินน้อย/lift สูง/งบจำกัด screw ยังเป็นทางที่สมเหตุสมผลที่สุด

ทั้งสองเทคโนโลยีต้องการ น้ำยาทำความเย็นที่ถูกชนิดและการดูแลต่อเนื่อง — ทีมงานสหวัฒนกิจพร้อมให้คำปรึกษาการเลือกน้ำยา (R-134a / R-513A / R-1234ze / R-454B) ให้ตรงกับชนิดคอมเพรสเซอร์, เกณฑ์ GWP ของ TOR และแผน reclaim ตลอดอายุระบบ

แชร์:LINEFacebook
บริการที่เกี่ยวข้อง

ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?

ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

1

Turbocor (magnetic bearing) ต่างจาก screw compressor อย่างไร?

+
Turbocor เป็น centrifugal แบบ oil-free ที่ใช้แม่เหล็กยกเพลาลอย (magnetic bearing) + มี VSD ในตัว — ไม่มีน้ำมัน ไม่มีการเสียดสีโลหะ ประสิทธิภาพ part-load สูงมาก. Screw เป็น positive displacement ใช้น้ำมันหล่อลื่น (oil-flooded) — ทนทาน รับ lift สูงได้ดี ทุนแรกต่ำกว่า แต่ part-load efficiency ด้อยกว่าและต้องดูแลน้ำมัน
2

ทำไม Turbocor ประหยัดไฟกว่าในระยะยาว?

+
เพราะอาคารส่วนใหญ่เดินที่ part-load (ไม่เต็มภาระ) แทบทั้งปี — Turbocor ผสาน centrifugal + VSD + oil-free ทำให้ IPLV (ค่าประสิทธิภาพเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักภาระ) ดีกว่า screw มาก. ในโมเดล TCO 15 ปี ค่าไฟคิดเป็น 60-70% ของต้นทุนรวม ส่วนต่าง IPLV จึงชดเชยทุนแรกที่สูงกว่าได้
3

oil-free สำคัญอย่างไรต่อประสิทธิภาพ?

+
ในระบบ oil-flooded น้ำมันบางส่วนหลุดไปเคลือบผิว heat exchanger (oil fouling) ทำให้การถ่ายเทความร้อนแย่ลงและประสิทธิภาพตกลงตามเวลา. Oil-free ไม่มีปัญหานี้ — ประสิทธิภาพคงเดิมตลอดอายุ และตัดงานบำรุงรักษาน้ำมัน (เปลี่ยนถ่าย, separator, ระบบ oil management) ออกไป
4

screw compressor ยังมีข้อได้เปรียบอะไรบ้าง?

+
ทุนแรกต่ำกว่ามาก, รับ lift สูง (condenser ร้อน / งาน air-cooled) ได้ดีโดยไม่ surge, ทนทานในงานหนัก/process cooling, และมีช่างซ่อม + อะไหล่หาง่ายทั่วไทย. เหมาะกับงานชั่วโมงเดินน้อย, งบจำกัด, หรือพื้นที่ห่างไกลที่ service network สำคัญ
5

Turbocor มีข้อจำกัดอะไร?

+
ทุนแรกสูง, มี surge limit ที่ lift สูง/flow ต่ำ จึงเหมาะกับ water-cooled มากกว่า air-cooled ที่ร้อนจัด, turndown ต่อตัวจำกัด (มักใช้หลายโมดูลขนาน), และ controller/อะไหล่เฉพาะทางราคาสูงกว่าและช่างต้องมีความชำนาญเฉพาะ
เปรียบเทียบ — ตัดสินใจซื้อ

ตารางเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความ·9 นาที

ระบบตรวจจับน้ำยาแอร์รั่ว ASHRAE 15 / EN 378 / ISO 5149 — คู่มือเลือก Gas Detector สำหรับโรงงานและห้องเครื่องในไทย

คู่มือระบบตรวจจับสารทำความเย็นรั่ว (refrigerant leak detection) ตาม ASHRAE 15, EN 378 และ ISO 5149: ชนิดเซนเซอร์ (NDIR/semiconductor/electrochemical/heated-diode), เกณฑ์แจ้งเตือน RCL และ 25% LFL, ตำแหน่งติดตั้ง, ข้อกำหนด A2L (R-32/R-454B) ตาม IEC 60335-2-40, machinery room ventilation และข้อกำหนดงานราชการในไทย

อ่าน
บทความ·9 นาที

R-134a เลิกใช้เมื่อไร? ไทม์ไลน์ phase-down ตาม Kigali Amendment และแผนเปลี่ยนน้ำยาทดแทนในไทย

คู่มือไทม์ไลน์การลดใช้ R-134a: ทำไม R-134a ไม่ได้ถูกห้ามตาม Montreal Protocol เดิมแต่อยู่ใต้ Kigali Amendment (HFC phasedown), ตารางลดโควตา HFC ของไทย (DIW), EU F-Gas + MAC Directive, น้ำยาทดแทน R-1234yf (รถยนต์) และ R-513A/R-1234ze (chiller) พร้อมแผนเปลี่ยนสำหรับโรงงานและรถยนต์ในไทย

อ่าน
บทความ·9 นาที

Glycol Chiller vs DX Cooling สำหรับโรงงานอาหาร — เลือกระบบทำความเย็นตาม ASHRAE 90.1 / BEC ไทย

เปรียบเทียบระบบทำความเย็น 2 แบบสำหรับงาน food processing: DX (Direct Expansion) ที่น้ำยาระเหยในคอยล์โดยตรง กับ Glycol Chiller ระบบ secondary loop ที่ใช้ propylene glycol — ครอบคลุมข้อจำกัด refrigerant charge ตาม ASHRAE 15 / EN 378, ความปลอดภัยอาหาร PG vs EG, ประสิทธิภาพพลังงานตาม ASHRAE 90.1 / BEC, การเลือก concentration ของ glycol, และแนวทางเลือกให้ตรงงานโรงงานอาหารไทย

อ่าน
บทความ·9 นาที

R-744 (CO2) vs R-23 สำหรับห้องเย็นอุณหภูมิต่ำพิเศษ — เลือกน้ำยาระบบ Cascade ในงาน food/pharma ไทย

เปรียบเทียบน้ำยาทำความเย็นอุณหภูมิต่ำพิเศษ (ultra-low temperature): R-744 (CO2) GWP 1 กับ R-23 (HFC-23) GWP สูงมาก สำหรับงานแช่แข็งเร็ว -40°C, ตู้แช่ ULT -86°C, ระบบ cascade high/low stage, ขีดจำกัด triple point ของ CO2 ที่ -56.6°C, ทางเลือก R-508B/R-170 และการเลือกให้ตรงงานในไทย

อ่าน