สารทำความเย็น (Refrigerant) สำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี
ครอบคลุม HFC, HFO, Natural Refrigerant พร้อม COA/SDS ทุก lot และระบบจัดส่งตาม End-User Channel เพื่อป้องกันสินค้าปลอม
โรงกลั่นและ upstream facility ในไทยต้องการสารทำความเย็นสเปกสูงพร้อมเอกสาร COA/SDS ทุก batch สหวัฒนกิจ (1988) จัดหา R-32, R-410A, HFO (R-449A, R-454B, R-513A) และ Natural Refrigerant (R-290, R-744) ผ่านช่องทาง End-User Channel ที่ป้องกัน counterfeit รองรับ Kigali Amendment และ ASHRAE 15 สำหรับระบบทำความเย็นในโรงงานปิโตรเลียมและปิโตรเคมีโดยเฉพาะ
- สหวัฒนกิจ (1988) จัดส่งสารทำความเย็น R-404A, R-134a และ R-32 พร้อม Certificate of Analysis (COA) ทุก batch ผ่านช่องทาง End-User Channel เพื่อป้องกันสินค้าปลอม
- HFO ตัวเลือก R-449A (Opteon XP40), R-452A (XP44), R-454B และ R-513A เป็น retrofit ทดแทน R-22, R-404A, R-410A และ R-134a ที่มี GWP ต่ำกว่า ตาม AHRI 700
- R-290 (propane) และ R-744 (CO2) จัดอยู่ใน ASHRAE Safety Class A3 และ A1 ตามลำดับ เป็น natural refrigerant ที่สอดคล้องกับ Kigali Amendment สำหรับ commercial และ industrial ในไทย ปี 2026
- R-22 (HCFC-22) ถูก phase out ตาม Montreal Protocol — โรงงานในไทยต้องประเมิน retrofit ไปเป็น R-410A, R-32 หรือ HFO low-GWP แทน
- ระบบทำความเย็นในโรงงานปิโตรเลียมต้องมีเอกสาร SDS และ REACH compliance ครบถ้วนสำหรับ chemical export และการตรวจสอบภายในของ operator
- สหวัฒนกิจมีประสบการณ์จัดส่งสารทำความเย็นต่อเนื่องในอุตสาหกรรมการผลิตและ cold chain ไม่น้อยกว่า 5 ปีโดยไม่มีรายงาน batch ที่ COA ล้มเหลว
ทำไมโรงงานปิโตรเลียมจึงต้องเลือกสารทำความเย็นสเปกสูงพร้อม COA ทุก batch
โรงกลั่นและ upstream facility จำเป็นต้องใช้สารทำความเย็นที่ผ่านการรับรองสเปกทุก batch เพราะระบบ process cooling และ utility cooling ในพื้นที่ hazardous มีข้อกำหนดด้านความบริสุทธิ์ (purity) และ moisture content ที่เข้มงวดกว่าอุตสาหกรรมทั่วไป หาก refrigerant ปนเปื้อนหรือเป็นของปลอม อาจทำให้ compressor เสียหาย ระบบ seal รั่ว หรือเกิดปัญหาด้านความปลอดภัยในพื้นที่ที่มีไฮโดรคาร์บอน สหวัฒนกิจ (1988) จัดส่งสารทำความเย็นผ่านช่องทาง End-User Channel ซึ่งตรวจสอบแหล่งที่มาได้ทุกขั้นตอน พร้อม Certificate of Analysis (COA) และ Safety Data Sheet (SDS) ทุก lot เพื่อรองรับการตรวจสอบของ HSE officer และข้อกำหนด REACH compliance สำหรับโครงการที่มีการส่งออกสารเคมี
เปรียบเทียบสารทำความเย็น HFC vs HFO สำหรับระบบ cooling ในโรงงานปิโตรเคมี
HFO low-GWP คือทิศทางหลักสำหรับโรงงานที่ต้องการ Kigali Amendment compliance ในระยะยาว โดย R-449A (Opteon XP40), R-452A (XP44), R-454B และ R-513A ออกแบบมาเพื่อ retrofit ทดแทน R-22, R-404A, R-410A และ R-134a ตามลำดับ โดยมี GWP ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญและผ่านการรับรองตาม AHRI 700 สำหรับโรงงานปิโตรเลียมที่ยังใช้ R-22 อยู่ ต้องประเมิน retrofit vs เปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด เนื่องจาก R-22 (HCFC-22) ถูก phase out ตาม Montreal Protocol แล้ว ทางเลือก HFO มี temperature glide และ oil compatibility ที่แตกต่างกัน จึงต้องตรวจสอบ AHRI oil spec ก่อน retrofit ทุกครั้ง ทีมเทคนิคสหวัฒนกิจสามารถให้ข้อมูลการเลือก grade ที่เหมาะสมกับ compressor รุ่นที่ใช้งานจริง
Natural Refrigerant R-290 / R-744 สำหรับ industrial cooling ในไทย ปี 2026
R-290 (propane) และ R-744 (CO2) เป็น natural refrigerant ที่ GWP ต่ำที่สุดและสอดคล้องกับ Kigali Amendment แต่มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยที่โรงงานปิโตรเลียมต้องประเมินก่อนใช้งาน R-290 จัดอยู่ใน ASHRAE Safety Class A3 (flammable) ซึ่งต้องการมาตรการ zone classification และ leak detection เพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีแหล่งจุดระเบิด ในขณะที่ R-744 (CO2) อยู่ใน Class A1 (non-flammable, non-toxic) แต่ต้องการระบบที่ออกแบบสำหรับ high-pressure operation สำหรับ commercial cooling และ industrial utility ใน upstream facility ที่ต้องการลด carbon footprint ระยะยาว R-744 เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าในพื้นที่ hazardous zone สหวัฒนกิจจัดส่งทั้ง R-290 และ R-744 พร้อม SDS ฉบับภาษาไทยและอังกฤษ ตามมาตรฐาน Thai regulatory ปี 2026
ข้อกำหนดเอกสาร SDS / COA / REACH สำหรับการจัดซื้อ refrigerant ในโรงงานปิโตรเลียม
โรงงานปิโตรเลียมและปิโตรเคมีมีข้อกำหนดด้านเอกสารสูงกว่าอุตสาหกรรมทั่วไป เนื่องจากต้องผ่านการตรวจสอบจาก HSE department, internal audit และหน่วยงาน regulator ภายนอก เอกสารที่ต้องมีพร้อมทุก lot ได้แก่ Certificate of Analysis (COA) ที่ระบุ purity และ moisture content, Safety Data Sheet (SDS) ฉบับปัจจุบันทั้งภาษาไทยและอังกฤษ และหลักฐาน supply chain ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ สำหรับโครงการที่มีการส่งออกหรือ JV กับ partner ต่างชาติ ต้องมีข้อมูล REACH compliance ระบุว่า refrigerant ดังกล่าวไม่อยู่ใน SVHC (Substance of Very High Concern) list สหวัฒนกิจจัดเตรียมเอกสารชุดนี้ครบถ้วนทุก lot โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม **ขอใบเสนอราคาพร้อม sample COA** ได้ทันทีสำหรับ refrigerant ทุกเกรดที่ต้องการ
การวางแผน retrofit ระบบทำความเย็นจาก R-22 สำหรับโรงกลั่นและ upstream facility
การ retrofit จาก R-22 ในโรงงานปิโตรเลียมซับซ้อนกว่าอาคารพาณิชย์ เพราะระบบมักมีขนาดใหญ่ อายุการใช้งานยาวนาน และอยู่ในพื้นที่ที่ downtime ส่งผลกระทบต่อ production ตัวแปรหลักในการตัดสินใจ retrofit vs เปลี่ยนระบบใหม่ ได้แก่ อายุ compressor, ชนิด oil ที่ใช้อยู่ (mineral vs POE), pressure rating ของ piping และ heat exchanger, และ load profile ของระบบ HFO เช่น R-449A มี temperature glide สูงกว่า R-22 จึงต้องตรวจสอบ expansion valve และ evaporator design ก่อน retrofit ทีมเทคนิคสหวัฒนกิจให้ข้อมูล oil compatibility และ AHRI spec เปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยไม่มีค่าที่ปรึกษา **พูดคุยกับทีมเทคนิคผ่าน LINE OA** เพื่อรับข้อมูล retrofit checklist สำหรับ refrigerant ที่ใช้งานจริง
เปรียบเทียบสารทำความเย็นสำหรับระบบ cooling ในโรงงานปิโตรเลียม
| คุณสมบัติ | R-22 (HCFC-22) | R-410A / R-32 (HFC) | R-449A / R-454B (HFO) | R-744 / R-290 (Natural) |
|---|---|---|---|---|
| สถานะ Kigali / Montreal | Phase out แล้ว | ต้องลด GWP ระยะยาว | Low-GWP — สอดคล้อง | GWP ต่ำสุด — สอดคล้อง |
| GWP (approx.) | 1,810 | R-410A: 2,088 / R-32: 675 | R-449A: 1,397 / R-454B: 466 | R-744: 1 / R-290: 3 |
| ASHRAE Safety Class | A1 | A1 | A1 | R-744: A1 / R-290: A3 |
| Oil ที่ต้องใช้ | Mineral / Alkylbenzene | POE | POE (ตรวจสอบ AHRI) | CO₂: POE / R-290: POE |
| เหมาะสำหรับ hazardous zone | ได้ (legacy) | ได้ | ได้ | R-744: ได้ / R-290: ต้องประเมิน zone |
| COA/SDS พร้อมทุก lot (SAHA) | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ |
| REACH Compliance | ต้องตรวจสอบ | ✓ | ✓ | ✓ |
| สถานะ retrofit จาก R-22 | N/A (เป็น R-22 เอง) | ทดแทนตรง (บางระบบ) | Retrofit ทดแทน R-22/R-404A | เปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด |
คำถามที่พบบ่อย
โรงกลั่นน้ำมันสามารถใช้ R-32 แทน R-22 ได้เลยโดยไม่เปลี่ยน compressor หรือไม่
R-32 และ R-22 มี operating pressure และ oil compatibility แตกต่างกัน โดย R-32 ใช้ POE oil ในขณะที่ R-22 ใช้ mineral oil ได้ การ retrofit โดยตรงโดยไม่เปลี่ยน compressor และ expansion valve มักไม่แนะนำ ควรประเมิน HFO เช่น R-449A ที่ออกแบบมาสำหรับ retrofit จาก R-22 โดยเฉพาะตาม AHRI spec
เอกสาร COA และ SDS สำหรับ refrigerant ในโรงงานปิโตรเลียมต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง
COA ต้องระบุ purity (%), moisture content (ppm), non-condensable gas และ acidity ของสารทำความเย็นทุก batch ส่วน SDS ต้องเป็นฉบับปัจจุบันทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ครอบคลุม GHS classification, first aid และ fire-fighting measures รวมถึงข้อมูล REACH compliance สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก
Natural refrigerant อย่าง R-290 ปลอดภัยพอสำหรับใช้ใน upstream oil & gas facility หรือไม่
R-290 (propane) จัด ASHRAE Safety Class A3 (highly flammable) ซึ่งต้องการ zone classification, leak detection และ ventilation เพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีไฮโดรคาร์บอน ในพื้นที่ hazardous zone ของ upstream facility ควรพิจารณา R-744 (CO2, Class A1) แทน เนื่องจากไม่ติดไฟและไม่เป็นพิษ แต่ต้องการระบบ high-pressure design
สหวัฒนกิจจัดส่ง refrigerant ให้โรงงานที่อยู่นอกกรุงเทพฯ เช่น ระยอง หรือมาบตาพุดได้หรือไม่
สหวัฒนกิจ (1988) จัดส่งสารทำความเย็นพร้อม COA/SDS ครบถ้วนให้กับโรงงานทั่วประเทศ รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมระยองและมาบตาพุด ซึ่งเป็นศูนย์กลางปิโตรเลียมและปิโตรเคมีของไทย สามารถติดต่อเพื่อรับข้อมูล lead time และเงื่อนไขการจัดส่งได้ผ่าน LINE OA
ส่งสเปก + ปริมาณ → ใบเสนอราคาภายใน 2 ชม.
ทีมสหวัฒนกิจ (1988) ตอบกลับในเวลาทำการ จ-ศ 08:30-17:30
ขอใบเสนอราคา