Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
สหวัฒนกิจ (1988)

น้ำยาแอร์ (Refrigerant) สำหรับงานก่อสร้างและผู้รับเหมา

เปรียบเทียบ R-32, R-410A, R-22, R-449A และ HFO สำหรับระบบปรับอากาศชั่วคราวและถาวรในไซต์ก่อสร้าง พร้อมเอกสาร CoA และ MSDS ครบชุด

สรุป

ผู้รับเหมาและผู้จัดการไซต์ก่อสร้างที่ต้องการสารทำความเย็นสำหรับระบบแอร์ในสำนักงานชั่วคราวหรืออาคารที่กำลังก่อสร้าง สหวัฒนกิจ (1988) จัดหา R-32, R-410A, R-449A (HFO) และ R-22 สำรองสต็อก พร้อม CoA ทุก batch ป้องกัน counterfeit และส่งตรงหน้าไซต์งาน ทั่วกรุงเทพฯ/ปริมณฑล รองรับ Kigali Amendment ระยะยาว

  • R-22 (HCFC-22) อยู่ระหว่าง phase-out ตาม Montreal Protocol — ผู้รับเหมาที่ติดตั้งระบบใหม่ควรหลีกเลี่ยง R-22 และเลือก R-32 หรือ R-410A แทน
  • R-449A (Opteon XP40) เป็น HFO blend ที่ใช้ทดแทน R-22 และ R-404A ในระบบเดิม (retrofit) โดยมีค่า GWP ต่ำกว่า R-410A อย่างมีนัยสำคัญ
  • R-32 มีค่า GWP 675 ซึ่งต่ำกว่า R-410A (GWP 2,088) ประมาณ 3 เท่า เหมาะสำหรับระบบแอร์ขนาด residential และ light commercial ในสำนักงานก่อสร้าง
  • สหวัฒนกิจ (1988) จัดส่งสารทำความเย็นพร้อม CoA ทุก batch ตามมาตรฐาน End-User Channel เพื่อป้องกันสินค้าปลอมปน ตามที่บันทึกไว้ใน case study โรงงานอาหารนนทบุรี
  • R-290 (propane) และ R-600a (isobutane) เป็น natural refrigerant ที่มี GWP ต่ำมาก แต่จัดอยู่ใน ASHRAE Safety Class A3 (ติดไฟได้) — ต้องประเมินความปลอดภัยก่อนใช้ในพื้นที่ก่อสร้างที่มีการเชื่อมโลหะ
  • R-513A เป็นตัวเลือก HFO สำหรับ retrofit จาก R-134a เหมาะกับระบบ chiller ขนาดกลางที่ติดตั้งในโครงการอาคารสูง
  • สารทำความเย็นกลุ่ม HFO เช่น R-454B และ R-449A ผ่านมาตรฐาน AHRI 700 และสอดคล้องกับ Kigali Amendment ที่ไทยต้องปฏิบัติตามในระยะยาว

ระบบแอร์ในไซต์ก่อสร้างต้องการสารทำความเย็น spec ใดบ้าง

ระบบปรับอากาศในไซต์ก่อสร้างแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก คือ (1) แอร์ชั่วคราวสำนักงานกลางไซต์ (site office) และ (2) ระบบถาวรที่ติดตั้งในอาคารที่กำลังก่อสร้าง เช่น คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน หรือโรงงาน **กลุ่มที่ 1 — ระบบแอร์ชั่วคราว (site office):** ส่วนใหญ่เป็นเครื่องแอร์ split type ขนาด 9,000–24,000 BTU ใช้สารทำความเย็น **R-32** หรือ **R-410A** ตามรุ่นเครื่องที่จัดซื้อ R-32 เริ่มเป็นมาตรฐานในแอร์รุ่นใหม่ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา เนื่องจาก GWP 675 ต่ำกว่า R-410A (GWP 2,088) ประมาณ 3 เท่า **กลุ่มที่ 2 — ระบบถาวรในอาคาร:** โครงการขนาดใหญ่มักใช้ระบบ VRV/VRF หรือ chiller ซึ่งต้องการ **R-410A**, **R-32** หรือ HFO blend เช่น **R-454B** และ **R-449A** ตามที่ผู้ผลิตระบุ การเลือกสารทำความเย็นในขั้นตอนออกแบบ M&E ควรพิจารณา GWP และความสอดคล้องกับ Kigali Amendment ในระยะยาวด้วย สหวัฒนกิจ (1988) สต็อกสารทำความเย็นทั้งสองกลุ่มนี้พร้อมเอกสาร MSDS และ CoA ทุก batch

R-32, R-410A และ R-22 — เลือกอันไหนสำหรับงานก่อสร้าง

R-32 คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการติดตั้งระบบแอร์ใหม่ในโครงการก่อสร้างปัจจุบัน เนื่องจาก GWP ต่ำ ประสิทธิภาพพลังงานสูง และเป็นมาตรฐานของเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่จากผู้ผลิตหลายราย **R-410A** ยังคงใช้งานได้ในระบบที่ผู้ผลิตระบุ แต่ GWP 2,088 ทำให้มีแรงกดดันด้านกฎระเบียบในระยะยาวภายใต้ Kigali Amendment **R-22** ถูก phase-out ตาม Montreal Protocol แล้ว ผู้รับเหมาที่ยังมีระบบเก่าใช้ R-22 อยู่ควรวางแผน retrofit ไปเป็น **R-449A (Opteon XP40)** ซึ่งเป็น HFO blend ที่ทดแทน R-22 และ R-404A ได้โดยใช้อุปกรณ์เดิมบางส่วน ลด capex เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด สำหรับโครงการที่ต้องการ **natural refrigerant** เช่น R-290 (propane) หรือ R-600a (isobutane) — GWP ต่ำมาก แต่ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากจัดอยู่ใน ASHRAE Safety Class A3 (ติดไฟได้) ซึ่งในไซต์ก่อสร้างที่มีงานเชื่อมอยู่ใกล้เคียง ต้องประเมินความเสี่ยงก่อนเลือกใช้

HFO refrigerant กับงานก่อสร้างระยะยาว — ต้องรู้อะไรบ้าง

HFO (Hydrofluoroolefin) เป็นสารทำความเย็นรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อ Kigali Amendment compliance โดยมีค่า GWP ต่ำกว่า HFC รุ่นเดิมอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการก่อสร้างที่วางแผนระบบ M&E ระยะยาว การเลือก HFO ตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกบังคับ retrofit ในอนาคต ตัวเลือก HFO หลักสำหรับงานอาคาร: - **R-449A (Opteon XP40)** — ทดแทน R-22 / R-404A ในระบบเดิม, ASHRAE Class A1 - **R-454B** — ทดแทน R-410A ในระบบ VRF/chiller รุ่นใหม่, GWP ต่ำกว่า R-410A - **R-513A** — ทดแทน R-134a ใน chiller ขนาดกลาง - **R-452A (Opteon XP44)** — ใช้ในระบบ transport refrigeration และ industrial cooling บางประเภท สารทำความเย็น HFO เหล่านี้ผ่านมาตรฐาน **AHRI 700** และ **EN 378** สหวัฒนกิจ (1988) จัดหาพร้อมเอกสารรับรองครบชุดตามที่ระบุในข้อมูลผลิตภัณฑ์

การจัดซื้อสารทำความเย็นสำหรับโครงการก่อสร้าง — ควรระวังอะไร

การจัดซื้อสารทำความเย็นสำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มีความเสี่ยงหลักสองด้าน คือ **สินค้าปลอม (counterfeit)** และ **การส่งมอบไม่ตรงเวลา** ซึ่งกระทบแผนงาน M&E commissioning โดยตรง **ป้องกัน counterfeit:** สหวัฒนกิจ (1988) จัดส่งสารทำความเย็นตามมาตรฐาน **End-User Channel** พร้อม **CoA ทุก batch** — แนวทางนี้ได้รับการยืนยันจาก case study การจัดส่ง R-404A และ R-134a ให้โรงงานอาหารแช่แข็งในนนทบุรีอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี **เอกสารที่ต้องร้องขอ:** CoA (Certificate of Analysis), MSDS, และเอกสาร purity specification ตาม AHRI 700 — ขาดเอกสารใดเอกสารหนึ่ง ควรปฏิเสธการรับมอบสินค้า **การจัดส่งหลายไซต์:** สำหรับผู้รับเหมาที่มีโครงการกระจายหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล สหวัฒนกิจ (1988) รองรับการส่งตรงหน้าไซต์งาน ลดภาระการขนส่งภายในของผู้รับเหมา [ขอใบเสนอราคาสารทำความเย็นสำหรับโครงการของคุณ](#contact)

เปรียบเทียบสารทำความเย็นหลักที่ใช้ในงานก่อสร้างและอาคาร

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างสรุปคุณสมบัติสำคัญของสารทำความเย็นที่พบบ่อยในโครงการก่อสร้างและอาคาร เพื่อช่วยวิศวกร M&E และผู้จัดซื้อตัดสินใจได้ถูกต้อง ข้อมูลอ้างอิงจาก ASHRAE Safety Classification และ GWP values ตามมาตรฐาน AR5 ข้อสังเกตสำคัญ: R-22 ไม่ควรเลือกสำหรับการติดตั้งใหม่ และ R-290/R-600a ต้องประเมินความปลอดภัยด้านการติดไฟก่อนใช้ในพื้นที่ที่มีงานร้อน [ดูเปรียบเทียบสินค้าสารทำความเย็นทั้งหมด](#compare)

ข้อควรพิจารณาด้านความปลอดภัยสำหรับสารทำความเย็นในไซต์ก่อสร้าง

ไซต์ก่อสร้างมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากโรงงานหรืออาคารสำเร็จ — พื้นที่ยังไม่ปิดสนิท มีงานเชื่อมโลหะและงานร้อนอื่น ๆ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงหากเลือกสารทำความเย็นผิดประเภท **กลุ่ม A1 (ไม่ติดไฟ, ความเป็นพิษต่ำ):** R-32, R-410A, R-449A, R-454B, R-513A — ปลอดภัยสำหรับใช้งานในไซต์ก่อสร้างทั่วไป เมื่อจัดเก็บและจัดการตาม MSDS **กลุ่ม A3 (ติดไฟได้):** R-290 (propane), R-600a (isobutane) — GWP ต่ำมากและเป็น natural refrigerant ที่น่าสนใจด้านสิ่งแวดล้อม แต่ ASHRAE Safety Class A3 หมายความว่าต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ที่มีประกายไฟหรืองานเชื่อม ซึ่งพบได้ทั่วไปในไซต์ก่อสร้าง **R-744 (CO2):** Natural refrigerant ที่มี GWP = 1 และ ASHRAE Class A1 แต่ต้องการระบบที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับความดันสูง ไม่เหมาะสำหรับระบบแอร์ทั่วไปในงานก่อสร้าง ก่อนสั่งซื้อ ควรแจ้งประเภทระบบ รุ่นเครื่อง และลักษณะพื้นที่ติดตั้งให้ทีมงานสหวัฒนกิจ (1988) เพื่อให้แนะนำสารทำความเย็นที่เหมาะสมและเอกสารที่ต้องใช้

เปรียบเทียบสารทำความเย็นหลักสำหรับระบบแอร์ในงานก่อสร้างและอาคาร

คุณสมบัติR-32R-410AR-22 (legacy)R-449A (HFO)R-454B (HFO)R-290 (Natural)
GWP (AR5)6752,0881,810~1,397~4673
ASHRAE Safety ClassA2LA1A1A1A2LA3
สถานะ phase-outใช้ได้ (ระวัง GWP ระยะยาว)ใช้ได้ (ระวัง GWP ระยะยาว)Phase-out แล้วแนะนำสำหรับ retrofitแนะนำระบบใหม่ต้องประเมินความปลอดภัย
ใช้ทดแทนR-22 (ระบบใหม่)R-22 (ระบบใหม่)R-22 / R-404A (retrofit)R-410A (ระบบใหม่)ระบบ low-charge เฉพาะทาง
ความสอดคล้อง Kigaliปานกลางต่ำไม่สอดคล้องสูงสูงสูงมาก
ความเหมาะสมไซต์ก่อสร้างสูงสูงไม่แนะนำ (ใหม่)สูง (retrofit)สูง (ระบบใหม่)ต้องประเมินก่อน
มาตรฐานอ้างอิงASHRAE 34ASHRAE 34Montreal ProtocolAHRI 700, EN 378AHRI 700, KigaliASHRAE 15, A3 safety

คำถามที่พบบ่อย

ผู้รับเหมาก่อสร้างควรเลือกสารทำความเย็นตัวไหนสำหรับแอร์สำนักงานไซต์งาน

สำหรับแอร์ site office ชั่วคราว แนะนำ R-32 หรือ R-410A ตามสเปกเครื่องที่จัดซื้อ R-32 เป็นมาตรฐานของเครื่องแอร์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ มี GWP 675 ต่ำกว่า R-410A (GWP 2,088) และสอดคล้องกับแนวโน้มกฎระเบียบระยะยาวได้ดีกว่า ควรหลีกเลี่ยง R-22 สำหรับการติดตั้งใหม่ทั้งหมด

R-22 ยังสั่งซื้อได้อยู่ไหม หรือต้องเปลี่ยนเป็นตัวอื่นแล้ว

R-22 (HCFC-22) อยู่ระหว่าง phase-out ตาม Montreal Protocol ไม่ควรเลือกสำหรับระบบใหม่ หากมีระบบเก่าที่ยังใช้ R-22 อยู่ ตัวเลือก retrofit ที่แนะนำคือ R-449A (Opteon XP40) ซึ่งทดแทน R-22 ได้โดยใช้อุปกรณ์เดิมบางส่วน ช่วยลด capex เมื่อเทียบกับเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด

สั่งสารทำความเย็นจาก สหวัฒนกิจ (1988) ต้องการเอกสารอะไรบ้าง

สหวัฒนกิจ (1988) จัดส่งสารทำความเย็นพร้อม CoA (Certificate of Analysis) ทุก batch, MSDS และเอกสาร purity specification ตาม AHRI 700 ครบชุด ผู้ซื้อควรร้องขอเอกสารเหล่านี้ทุกครั้งเพื่อยืนยันคุณภาพและป้องกันสินค้าปลอม

R-290 หรือ natural refrigerant ใช้ในไซต์ก่อสร้างได้ไหม

R-290 (propane) มี GWP ต่ำมาก (GWP 3) แต่จัดอยู่ใน ASHRAE Safety Class A3 หมายถึงติดไฟได้ ในไซต์ก่อสร้างที่มีงานเชื่อมหรืองานร้อน ต้องประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างละเอียดก่อนเลือกใช้ กรณีทั่วไปแนะนำ R-32 หรือ R-449A ซึ่งปลอดภัยกว่าในสภาพแวดล้อมก่อสร้าง

ส่งสเปก + ปริมาณ → ใบเสนอราคาภายใน 2 ชม.

ทีมสหวัฒนกิจ (1988) ตอบกลับในเวลาทำการ จ-ศ 08:30-17:30

ขอใบเสนอราคา

บริการที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง