สารทำความเย็น (Refrigerant) สำหรับหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ
จัดส่งพร้อม COA · MSDS · ใบกำกับภาษีถูกต้อง ทุก batch — ตรงตามระเบียบ ISO audit และสำนักนายกรัฐมนตรี
SAHA (สหวัฒนกิจ 1988) จำหน่ายสารทำความเย็นสำหรับหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ ครอบคลุม R-22 (ทดแทน), R-32, R-410A, R-404A, R-134a และ HFO low-GWP เช่น R-449A, R-454B — ทุก batch มาพร้อม COA, MSDS, และใบกำกับภาษีถูกต้อง รองรับ audit ราชการ ลูกค้าอ้างอิง ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (SRT), ขสมก. และ กทม.
- SAHA ส่งสารทำความเย็นพร้อม COA, MSDS และใบกำกับภาษีทุก delivery โดยไม่ต้องทวงเอกสารหลังรับของ
- R-22 (HCFC-22) ถูก Phase Out ตาม Montreal Protocol — หน่วยงานรัฐที่ยังใช้ R-22 ควรประเมิน retrofit ไปเป็น R-410A, R-32 หรือ HFO เช่น R-449A
- R-449A (Opteon XP40) มีค่า GWP ต่ำกว่า R-404A และใช้ทดแทน R-404A/R-22 ในระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ทั้งระบบ
- SAHA จัดส่งสารทำความเย็น R-404A และ R-134a ให้โรงงานอาหารแช่แข็งในนนทบุรีต่อเนื่องกว่า 5 ปี พร้อม CoA ทุก batch ตามมาตรฐาน End-User Channel เพื่อป้องกัน counterfeit
- HFO เช่น R-454B และ R-513A จัดอยู่ใน ASHRAE Safety Class A2L — หน่วยงานรัฐที่ติดตั้งในอาคารสาธารณะต้องตรวจสอบข้อกำหนด EN 378 และ ASHRAE 15 ก่อน retrofit
- ลูกค้าหน่วยงานรัฐของ SAHA ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (SRT), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.)
หน่วยงานรัฐต้องการสารทำความเย็นประเภทใดบ้าง
หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจในไทยใช้สารทำความเย็นหลายประเภทตามระบบที่ติดตั้ง ได้แก่ R-32 และ R-410A สำหรับระบบแอร์อาคารสำนักงานรุ่นใหม่, R-404A และ R-134a สำหรับห้องเย็นและระบบ chiller, และ R-22 ในระบบเดิมที่ยังไม่ได้ retrofit ภายใต้ Montreal Protocol ที่ไทยเป็นภาคี R-22 (HCFC-22) อยู่ระหว่าง Phase Out อย่างเป็นทางการ — หน่วยงานที่ยังใช้ R-22 ควรวางแผน retrofit เพื่อลดความเสี่ยงด้านการจัดหาและงบประมาณระยะยาว ทางเลือกทดแทนที่ได้รับการรับรอง ได้แก่ R-410A, R-32 และ HFO series เช่น R-449A (Opteon XP40) ซึ่งมีค่า GWP ต่ำกว่าและสอดคล้องกับ Kigali Amendment
เปรียบเทียบสารทำความเย็นที่ใช้บ่อยในอาคารราชการและรัฐวิสาหกิจ
การเลือกสารทำความเย็นที่ถูกต้องช่วยลดต้นทุน lifecycle ของระบบปรับอากาศหน่วยงานรัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ ตารางเปรียบเทียบด้านล่างสรุปข้อมูลหลักที่ฝ่ายจัดซื้อและวิศวกรอาคารต้องทราบ R-32 เป็นตัวเลือกที่ผู้ผลิตแอร์รุ่นใหม่นิยมใช้ เนื่องจาก GWP ต่ำกว่า R-410A ประมาณ 3 เท่า และ efficiency สูงกว่า อย่างไรก็ตามอยู่ใน ASHRAE Class A2L (mildly flammable) ซึ่งต้องตรวจสอบข้อกำหนดพื้นที่ติดตั้งตาม ASHRAE 15 ก่อนใช้ในอาคารสาธารณะ สำหรับระบบเก่าที่ใช้ R-22 และต้องการ retrofit โดยไม่เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ทั้งชุด R-449A (Opteon XP40) เป็นตัวเลือกที่ AHRI รับรองและมี oil compatibility กับ POE oil ที่ใช้งานอยู่เดิม
เอกสาร compliance ที่หน่วยงานรัฐต้องได้รับทุก batch
SAHA จัดส่งเอกสาร compliance ครบชุดพร้อมสินค้าทุก delivery โดยไม่ต้องร้องขอเพิ่มเติม — ได้แก่ COA (Certificate of Analysis), MSDS (Material Safety Data Sheet), ใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย และใบรับประกันสินค้า การจัดส่งเอกสารพร้อมของทุกครั้งตอบโจทย์ปัญหาที่หน่วยงานรัฐพบบ่อย คือต้องตามทวง MSDS/COA หลังรับสินค้าไปแล้ว ซึ่งทำให้กระบวนการเบิกจ่ายและ audit ล่าช้า ระบบนี้รองรับทั้ง ISO internal audit และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ สำหรับสารทำความเย็น HFO class A2L เช่น R-454B และ R-513A SAHA แนบข้อมูล ASHRAE Safety Class และ EN 378 reference ใน MSDS เพื่อให้วิศวกรอาคารใช้ประกอบการขออนุมัติโครงการ
กรณีศึกษา: การจัดส่งสารทำความเย็นต่อเนื่องพร้อม COA ทุก batch
SAHA จัดส่งสารทำความเย็น R-404A, R-134a และ R-32 ให้กับโรงงานอาหารแช่แข็งในนนทบุรีต่อเนื่องกว่า 5 ปี โดยทุก batch มาพร้อม CoA ตามมาตรฐาน End-User Channel เพื่อป้องกันสินค้า counterfeit ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในตลาดสารทำความเย็น โมเดลนี้เทียบเคียงได้กับความต้องการของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (SRT) ขสมก. และ กทม. ที่ต้องการความสม่ำเสมอของคุณภาพและเอกสารตลอด contract period ราคาที่คงที่ต่อ batch ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาที่ส่งผลต่อกรอบงบประมาณราชการ **ขอใบเสนอราคาสำหรับหน่วยงานรัฐ** — ระบุประเภทสารทำความเย็น, ปริมาณ และรอบการจัดส่งที่ต้องการ เพื่อรับ quotation พร้อมเงื่อนไขเอกสาร compliance ครบชุด
แนวทาง Retrofit จาก R-22 สำหรับระบบอาคารราชการ
การ retrofit ระบบทำความเย็นจาก R-22 ในอาคารราชการต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติโครงการและมี ROI ที่ชัดเจน — SAHA ให้ข้อมูลทางเทคนิคเพื่อประกอบการจัดทำ TOR และ specification ได้ แนวทางหลักมี 2 แบบ: (1) **Drop-in retrofit** ใช้ R-449A (Opteon XP40) หรือ R-452A (Opteon XP44) ซึ่ง AHRI รับรองสำหรับระบบที่เดิมใช้ R-22 หรือ R-404A — ประหยัดค่าเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ แต่ต้องตรวจสอบ oil compatibility และ seal material; (2) **เปลี่ยนระบบใหม่** ใช้ R-32 หรือ R-410A ซึ่งเหมาะกับอุปกรณ์อายุเกิน 10 ปี และได้ประสิทธิภาพพลังงานดีกว่า สำหรับโครงการที่ต้องการ GWP ต่ำสอดคล้องนโยบาย Net Zero ภาครัฐ ควรพิจารณา HFO เช่น R-513A (ทดแทน R-134a) หรือ R-454B (ทดแทน R-410A) ซึ่งมีค่า GWP ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญและสอดคล้องกับ Kigali Amendment ที่ไทยให้สัตยาบัน **ดูเปรียบเทียบสินค้าและ spec sheet HFO** เพื่อประกอบการเขียน TOR โครงการ retrofit
เปรียบเทียบสารทำความเย็นที่ใช้ในอาคารราชการและรัฐวิสาหกิจ
| คุณสมบัติ | R-22 (เดิม) | R-410A | R-32 | R-449A (HFO blend) | R-454B (HFO) |
|---|---|---|---|---|---|
| สถานะ (Montreal Protocol) | Phase Out (HCFC) | ยังใช้ได้ (HFC) | ยังใช้ได้ (HFC) | Low-GWP ทดแทน | Low-GWP ทดแทน |
| ค่า GWP (approx.) | 1,810 | 2,088 | 675 | ~1,397 (ต่ำกว่า R-404A) | ~467 |
| ASHRAE Safety Class | A1 | A1 | A2L | A1 | A2L |
| ใช้ทดแทน | — | R-22 (ระบบใหม่) | R-410A (ระบบใหม่) | R-22 / R-404A (retrofit) | R-410A (retrofit/ใหม่) |
| Oil ที่ใช้ | Mineral / AB | POE | POE | POE | POE |
| เหมาะกับอาคารสาธารณะ | ไม่แนะนำ (phase out) | ใช่ | ต้องตรวจ ASHRAE 15 | ใช่ (A1 class) | ต้องตรวจ ASHRAE 15 |
| Kigali Amendment compliant | ไม่ | บางส่วน | บางส่วน | ใช่ | ใช่ |
คำถามที่พบบ่อย
หน่วยงานรัฐต้องขอเอกสารอะไรบ้างเมื่อสั่งซื้อสารทำความเย็น
เอกสารที่หน่วยงานรัฐต้องได้รับทุก batch ประกอบด้วย COA (Certificate of Analysis), MSDS (Material Safety Data Sheet), ใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย และใบส่งสินค้า SAHA จัดส่งเอกสารครบชุดนี้พร้อมของทุกครั้งโดยไม่ต้องร้องขอเพิ่ม รองรับ ISO audit และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
R-22 ที่ระบบเดิมของอาคารราชการใช้อยู่ ต้องเปลี่ยนเป็นอะไร
R-22 (HCFC-22) อยู่ระหว่าง Phase Out ตาม Montreal Protocol ตัวเลือก retrofit ที่ได้รับการรับรองตาม AHRI คือ R-449A (Opteon XP40) หรือ R-452A สำหรับระบบ drop-in, หรือเปลี่ยนระบบใหม่เป็น R-32 หรือ R-410A หากอุปกรณ์เดิมมีอายุมาก วิศวกรควรตรวจสอบ oil compatibility และ seal ก่อนตัดสินใจ
HFO refrigerant เช่น R-454B ใช้ได้ในอาคารสาธารณะของรัฐหรือไม่
R-454B และ HFO class A2L อื่น ๆ สามารถใช้ในอาคารสาธารณะได้ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบข้อกำหนดตาม ASHRAE 15 และ EN 378 เนื่องจาก A2L มีความติดไฟต่ำ วิศวกรอาคารต้องระบุ charge limit และ ventilation requirement ใน spec เพื่อประกอบการขออนุมัติโครงการ
สารทำความเย็น counterfeit ตรวจสอบได้อย่างไร
การป้องกันสารทำความเย็น counterfeit ทำได้โดยซื้อผ่าน End-User Channel ที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต และตรวจสอบ COA ที่ระบุ purity, moisture content และ non-condensable gas ทุก batch SAHA จัดส่งสารทำความเย็นผ่านช่องทาง End-User Channel พร้อม CoA ทุก batch เพื่อยืนยันความแท้ของสินค้า
ส่งสเปก + ปริมาณ → ใบเสนอราคาภายใน 2 ชม.
ทีมสหวัฒนกิจ (1988) ตอบกลับในเวลาทำการ จ-ศ 08:30-17:30
ขอใบเสนอราคา