Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
กลับไปดูบทความทั้งหมด
8 นาที

Solar Cell สำหรับโรงงานและคลังสินค้า: ROI คุ้มไหม ติดตั้งได้เลยหรือเปล่า

คู่มือครบถ้วนการติดตั้ง Solar Cell สำหรับโรงงานและคลังสินค้าในไทย ครอบคลุม ROI จริง ระบบ On-grid/Hybrid/Off-grid ขั้นตอน MEA/PEA และ NEM ปี 2026

ติดตั้ง solar cell โรงงานsolar เพื่อลดค่าไฟโรงงานคืนทุน solaron-grid solar ไทยNEM ไทยsolar คลังสินค้าsolar panel โรงงาน นนทบุรี

ค่าไฟโรงงานลดได้ 30–60% — แล้วทำไมยังไม่ติดตั้ง?

ค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมเฉลี่ยในไทยอยู่ที่ประมาณ ฿4.5–5.5 ต่อหน่วย (kWh) โรงงานขนาดเล็กที่ใช้ไฟ 30,000–50,000 หน่วยต่อเดือน จ่ายค่าไฟ ฿135,000–275,000 ต่อเดือน

ระบบ Solar Cell ออนกริดขนาด 50 kWp สามารถผลิตไฟได้ประมาณ 6,000–7,000 หน่วยต่อเดือน ลดค่าไฟได้ ฿27,000–38,500 ต่อเดือน — และเงินก้อนนี้คืนทุนค่าติดตั้งได้ใน 4–6 ปี หลังจากนั้นคือกำไรล้วนๆ นาน 20+ ปี

สาเหตุที่หลายโรงงานยังไม่ติดตั้งมักเป็นเพราะ: ไม่แน่ใจว่าหลังคาแข็งแรงพอไหม ไม่รู้ว่าต้องขออนุมัติอะไรบ้าง หรือคิดว่าซับซ้อนเกินไป — ซึ่งเราจะตอบทุกคำถามในบทความนี้


3 ระบบหลัก: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับโรงงาน

ระบบ 1: On-grid Solar (Grid-tied)

เชื่อมต่อกับระบบไฟ MEA/PEA ตลอดเวลา ผลิตไฟได้เท่าไรใช้เท่านั้น ส่วนที่เกินขายคืน กฟน./กฟภ. ผ่านโครงการ NEM

ข้อดี: ราคาติดตั้งต่ำที่สุด คืนทุนเร็วที่สุด ไม่ต้องมีแบตเตอรี่ ข้อเสีย: ไม่มีไฟสำรองเมื่อไฟดับ ผลิตไฟได้เฉพาะตอนกลางวัน เหมาะกับ: โรงงานที่ทำงานกะกลางวัน ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ไฟดับบ่อย

ระบบ 2: Hybrid Solar (Grid-tied with Battery)

มีแบตเตอรี่เก็บพลังงานส่วนเกิน ใช้ในช่วงกลางคืนหรือเมื่อไฟดับ

ข้อดี: มีไฟสำรอง ใช้ไฟโซลาร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อเสีย: ราคาติดตั้งสูงกว่า On-grid 40–60% แบตเตอรี่ต้องเปลี่ยนทุก 8–12 ปี เหมาะกับ: โรงงานที่ต้องการ backup power, ระบบ cold chain, โรงพยาบาลสัตว์

ระบบ 3: Off-grid Solar (ไม่เชื่อมกริด)

ผลิตและใช้เองทั้งหมด ไม่มีไฟ MEA/PEA เลย

ข้อดี: เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้า ข้อเสีย: ราคาสูงมาก แบตเตอรี่ใหญ่ ไม่เหมาะกับโรงงานที่ใช้ไฟมาก เหมาะกับ: ป้ายสัญญาณ, ระบบ monitoring ห่างไกล, ฟาร์มห่างไกล

สำหรับโรงงาน/คลังสินค้าทั่วไปในไทย: On-grid คุ้มที่สุดในแทบทุกกรณี


ขั้นตอนการติดตั้ง: จากศูนย์ถึง Commercial Operation

  1. Site Survey (1–2 วัน) ตรวจสภาพหลังคา (โครงสร้าง ความลาดชัน ทิศทาง) วิเคราะห์ load profile จากบิลค่าไฟ ออกแบบระบบเบื้องต้น

  2. ออกแบบระบบ + ยื่นขออนุมัติ (2–4 สัปดาห์) จัดทำแบบก่อสร้าง ยื่น MEA หรือ PEA (แล้วแต่พื้นที่) รอใบอนุญาต PEA ใช้เวลา 2–4 สัปดาห์, MEA อาจนานกว่า

  3. ติดตั้งแผงและ Inverter (3–7 วัน) ติดตั้ง mounting structure บนหลังคา วางแผงโซลาร์ ต่อ inverter และ main distribution board

  4. ตรวจสอบและทดสอบ (1–2 วัน) กฟน./กฟภ. ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัย ตรวจ anti-islanding function (IEC 62116) ก่อนอนุมัติ

  5. ติดตั้งมิเตอร์ NEM + Commercial Operation เปลี่ยนมิเตอร์เป็น bidirectional meter เริ่มนับหน่วยที่ขายคืน ระบบพร้อมใช้งานจริง


ROI ตัวเลขจริง: ระบบ 50 kWp On-grid

รายการ ตัวเลขจริง
ขนาดระบบ 50 kWp (แผงประมาณ 100–120 แผ่น)
พื้นที่หลังคาที่ต้องการ ~300–400 ตร.ม.
ค่าติดตั้งทั้งหมด ฿1,500,000 – 2,000,000
ผลิตไฟได้ (ไทย เฉลี่ย) ~6,500 หน่วย/เดือน
ประหยัดค่าไฟ (@ ฿5/หน่วย) ~฿32,500/เดือน
ประหยัดต่อปี ~฿390,000
ระยะคืนทุน 4 – 5 ปี
อายุแผง 25–30 ปี
กำไรหลังคืนทุน (20 ปี) ฿5–7 ล้าน

ตัวเลขขึ้นกับค่าไฟจริง อุตสาหกรรมประเภท TOU/Non-TOU และทิศทางหลังคา


NEM ปี 2026: ขายไฟคืนได้เท่าไร

NEM (Net Energy Metering) คือโครงการที่ MEA/PEA รับซื้อไฟที่ระบบโซลาร์ผลิตเกินในราคา:

  • MEA (กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ): ปัจจุบันรับซื้อ ~฿2.20 ต่อหน่วย (FiT residential rate)
  • PEA (ภูมิภาคอื่น): ปัจจุบันรับซื้อ ~฿2.20 ต่อหน่วยเช่นกัน

หลักคิด: ราคาขายคืนต่ำกว่าราคาซื้อ (~฿5/หน่วย) มาก ดังนั้น ROI ที่ดีที่สุดคือ ใช้ไฟเองให้มากที่สุด ขายน้อยที่สุด การออกแบบระบบที่ดีต้องให้ self-consumption สูงกว่า 80%


มาตรฐานที่ต้องผ่านก่อนติดตั้ง

มาตรฐาน ครอบคลุมเรื่อง
IEC 61215 คุณภาพแผงโซลาร์ (electrical performance)
IEC 61730 ความปลอดภัยของแผง (fire rating, shock protection)
IEC 61727 การเชื่อมต่อกับระบบไฟ (grid interface)
IEC 62116 Anti-islanding — ตัด inverter เมื่อไฟดับ (ความปลอดภัยสายส่ง)
DPT 1311-50 น้ำหนักลมสำหรับโครงสร้างหลังคาในไทย
MEA/PEA Regulation ระยะห่าง, ขนาดสาย, protective device ตามข้อกำหนดท้องถิ่น

การติดตั้งที่ไม่ผ่านมาตรฐานเหล่านี้ กฟน./กฟภ. จะไม่อนุมัติต่อมิเตอร์ NEM และอาจมีความเสี่ยงด้านประกันภัยอาคาร


สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

1. โครงสร้างหลังคา

หลังคาคอนกรีต (RC slab) รองรับน้ำหนักได้ดีที่สุด หลังคาเหล็ก (metal deck) ต้องตรวจว่า purlin และ rafter รับน้ำหนักเพิ่มได้ประมาณ 12–15 kg/m² ไหม หลังคาเก่าอายุ > 15 ปีควรตรวจสภาพก่อนเสมอ

2. ระบบไฟฟ้าในอาคาร

ต้องตรวจว่า main breaker และ distribution board รองรับการ feed-in กลับได้ ในบางอาคารเก่าต้องเพิ่ม bidirectional meter socket และ protection relay

3. Load Profile ของโรงงาน

ดาวน์โหลดข้อมูล half-hourly demand จากบิลค่าไฟ หรือขอจาก กฟน./กฟภ. เพื่อออกแบบขนาดระบบให้ self-consumption สูงสุด — ระบบที่ใหญ่เกินไปจะขายไฟในราคาต่ำโดยไม่จำเป็น


ทำไมต้องเลือกทีมที่มีประสบการณ์

การติดตั้งโซลาร์บนหลังคาโรงงานไม่ใช่งานแค่วางแผง — มีความเสี่ยงด้านโครงสร้าง ไฟฟ้า และกฎระเบียบที่หากทำผิดขั้นตอน สามารถส่งผลให้ ประกันอาคารโมฆะ หรือ MEA/PEA ไม่ยอมรับ ระบบ

ทีมของสหวัฒนกิจ (1988) มีประสบการณ์ด้านระบบอุตสาหกรรมมากกว่า 38 ปี พร้อมให้บริการตั้งแต่ site survey จนถึง commissioning

📞 โทรนัด Site Survey ฟรี: 02-096-2118 | 081-866-8368 | 096-109-4244 📍 สหวัฒนกิจ (1988) จำกัด — นนทบุรี (ให้บริการทั่ว กทม. และปริมณฑล) ขอใบเสนอราคา Solar Cell →

บทความที่เกี่ยวข้อง