Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
กลับไปดูบทความทั้งหมด
Sahawatthanakit (1988)10 นาที

ให้เครดิตเทอม 90 วัน กำไรหายไปไหน? — ต้นทุนดอกเบี้ยที่ไม่มีใครคิด

สูตรคำนวณต้นทุนดอกเบี้ยจากเครดิตเทอม พร้อมตัวอย่างจริงที่ทำให้ดีลหนึ่งตกจากขั้นคอม 5% ลงมาเป็น 0% — และข้อถกเถียงที่ต้องตอบก่อนนำไปหักจากพนักงานขาย

commissioncredit-termscashflowgross-profitodsmesales-management
สรุป (TL;DR)

สูตรคำนวณต้นทุนดอกเบี้ยจากเครดิตเทอม พร้อมตัวอย่างจริงที่ทำให้ดีลหนึ่งตกจากขั้นคอม 5% ลงมาเป็น 0% — และข้อถกเถียงที่ต้องตอบก่อนนำไปหักจากพนักงานขาย

ดีลที่ดูดี แต่ไม่ดีเท่าที่เห็น

พนักงานขายเดินเข้ามาบอกว่าปิดได้แล้ว ยอด ฿500,000 กำไรขั้นต้น ฿62,500 คิดเป็น 12.5%

ผ่านเกณฑ์ขั้นคอมสูงสุดพอดี

แล้วมีอีกบรรทัดหนึ่งที่ไม่มีใครพูดถึงในที่ประชุม — เครดิต 90 วัน

นั่นแปลว่าบริษัทจ่ายค่าสินค้าไปแล้ว ส่งของไปแล้ว ออกใบกำกับภาษีไปแล้ว แต่เงินจะเข้าอีก 3 เดือน ระหว่างนั้นบริษัทต้องหาเงินมาหมุนเอง

เงินก้อนนั้นไม่ได้ฟรี


สูตรที่ควรอยู่ในทุกใบเสนอราคา

ต้นทุนดอกเบี้ย = ฐานที่ใช้คิด × (อัตราดอกเบี้ยต่อปี ÷ 365) × จำนวนวันเครดิต

ใช้ตัวเลขจริงจากดีลข้างบน สมมติต้นทุนเงินทุน 7.5% ต่อปี:

฿500,000 × (0.075 ÷ 365) × 90 วัน = ฿9,246.58

฿9,246.58 — เกือบเก้าพันบาทที่หายไปจากดีลนี้ ทั้งที่ลูกค้าจ่ายเงินครบตรงเวลาทุกบาท

ต้นทุนของแต่ละเครดิตเทอม (ยอดขาย ฿500,000 ที่ 7.5%/ปี)

เครดิตเทอม ต้นทุนดอกเบี้ย คิดเป็น % ของยอดขาย
เงินสด / 0 วัน ฿0 0.000%
30 วัน ฿3,082.19 0.616%
45 วัน ฿4,623.29 0.925%
60 วัน ฿6,164.38 1.233%
90 วัน ฿9,246.58 1.849%
120 วัน ฿12,328.77 2.466%

อ่านตารางนี้ให้ถูก: 1.85% ฟังดูน้อยมาก แต่มันคือ 1.85 จุดของยอดขาย ไม่ใช่ของกำไร

ถ้ากำไรขั้นต้นของคุณอยู่ที่ 12.5% ของยอดขาย การเสียไป 1.85 จุด เท่ากับ กำไรหายไปเกือบ 15% ของกำไรทั้งก้อน


อัตราดอกเบี้ยที่ควรใช้ — เอามาจากไหน

อัตราอ้างอิงที่ตรงประเด็นที่สุดคือ MOR (Minimum Overdraft Rate) — อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชีขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี

จากตารางอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569:

ธนาคาร MOR (% ต่อปี)
กรุงไทย 6.27
ไทยพาณิชย์ 6.275
กสิกรไทย 6.34
กรุงศรีอยุธยา 6.375
กรุงเทพ 6.50
ทีเอ็มบีธนชาต 6.60
ไทยเครดิต 8.13

⚠️ อย่าใช้ MOR เปล่าถ้าคุณไม่ได้ MOR เปล่า SME ส่วนใหญ่ได้วงเงินในอัตรา MOR บวกส่วนเพิ่ม ตัวเลขที่ถูกต้องที่สุดคืออัตราที่เขียนอยู่ในสัญญาวงเงินของบริษัทคุณเอง เปิดสัญญาดูแล้วใช้ตัวเลขนั้น

ผลของอัตราต่อดีลเดิม (เครดิต 90 วัน ยอด ฿500,000):

อัตราต่อปี ต้นทุนดอกเบี้ย % ของยอดขาย
6.27% ฿7,730.14 1.55%
6.50% ฿8,013.70 1.60%
7.50% ฿9,246.58 1.85%
8.13% ฿10,023.29 2.00%

ช่วง 1.55% – 2.00% ของยอดขาย สำหรับเครดิต 90 วัน — นี่คือขนาดของปัญหาที่กำลังพูดถึง


จุดที่มันเปลี่ยนเงินในกระเป๋าพนักงานจริงๆ

สมมติโครงสร้างขั้นคอมของคุณเป็นแบบนี้:

กำไรขั้นต้น (% ของยอดขาย) อัตราคอม (จาก GP)
ตั้งแต่ 12.0% ขึ้นไป 5%
10.0% – 11.99% 3%
ต่ำกว่า 10.0% 0%

กรณีที่ 1 — ตกหนึ่งขั้น

รายการ ก่อนหักดอกเบี้ย หลังหักดอกเบี้ย 90 วัน
ยอดขาย ฿500,000 ฿500,000
กำไรขั้นต้น ฿62,500 ฿53,253.42
GP % 12.50% 10.65%
ขั้นคอมที่ได้ 5% 3%
คอมที่ได้รับ ฿3,125.00 ฿1,597.60

หายไป ฿1,527.40 หรือเกือบครึ่งหนึ่ง

กรณีที่ 2 — ตกลงไปที่ศูนย์

รายการ ก่อนหักดอกเบี้ย หลังหักดอกเบี้ย 90 วัน
ยอดขาย ฿500,000 ฿500,000
กำไรขั้นต้น ฿55,000 ฿45,753.42
GP % 11.00% 9.15%
ขั้นคอมที่ได้ 3% 0%
คอมที่ได้รับ ฿1,650.00 ฿0

นี่คือจุดที่เรื่องนี้เลิกเป็นเรื่องบัญชี และกลายเป็นเรื่องคน

ดีลเดียวกัน ลูกค้าคนเดียวกัน ราคาเดียวกัน งานเท่าเดิม — แต่คอมกลายเป็นศูนย์ เพราะบรรทัดที่พนักงานอาจไม่เคยเห็นและอาจไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ


ข้อถกเถียงที่ต้องตอบก่อนเอาไปใช้จริง

ถึงตรงนี้หลายคนจะสรุปทันทีว่า "งั้นหักจากคอมเลยสิ พนักงานจะได้ระวังเรื่องเครดิต"

ช้าก่อน — เรื่องนี้มีข้อโต้แย้งที่หนักแน่นทั้งสองฝั่ง และต้องตอบให้ได้ก่อน

คำถามเดียวที่ตัดสินทุกอย่าง: ใครเป็นคนกำหนดเครดิตเทอม?

หลักการออกแบบระบบค่าตอบแทนที่ยอมรับกันทั่วไปคือ อย่าวัดคนด้วยสิ่งที่เขาควบคุมไม่ได้ เพราะตัวชี้วัดที่ควบคุมไม่ได้ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม มันเปลี่ยนแค่ความรู้สึกว่าระบบไม่ยุติธรรม

ใครกำหนดเครดิตเทอม พบบ่อยแค่ไหนใน SME ไทย ควรทำอย่างไร
นโยบายจัดซื้อของลูกค้า — บริษัทใหญ่กำหนดมาว่าจ่าย 60 หรือ 90 วัน ต่อรองไม่ได้ พบบ่อยที่สุด แสดงเป็นข้อมูล ห้ามหักจากคอม
เจ้าของกิจการอนุมัติเอง — เพื่อรักษาลูกค้ารายใหญ่ พบบ่อย แสดงเป็นข้อมูล ห้ามหักจากคอม
พนักงานขายยืดเครดิตเองเพื่อปิดดีล พบบ้าง ใช้เป็นตัวปรับได้ ถ้าเขียนไว้ล่วงหน้า

ในธุรกิจซื้อมาขายไปของไทย ส่วนใหญ่ตกอยู่ในสองแถวแรก — เครดิตเทอมไม่ได้อยู่ในมือพนักงานขาย

แนวปฏิบัติที่แนะนำ

❌ อย่าทำ ✅ ทำแบบนี้
ฝังต้นทุนดอกเบี้ยเข้าไปในกำไรที่ใช้จัดขั้นคอมแบบเงียบๆ แสดงเป็น บรรทัดแยกที่มองเห็นได้ ในใบคำนวณคอมทุกใบ
หักอัตโนมัติกับทุกดีล เปิดใช้เป็นตัวปรับ เฉพาะดีลที่พนักงานเป็นผู้อนุมัติเครดิตเอง
ตั้งค่าไว้ตายตัวในสูตรที่ไม่มีใครแก้ได้ ทำเป็น ค่าที่ปรับได้ พร้อมบันทึกเหตุผลไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
เปลี่ยนกลางคันแล้วค่อยบอก แจ้งล่วงหน้า ทดลองคู่ขนาน แล้วให้เซ็นรับทราบ

เหตุผลที่ต้องแสดงเป็นบรรทัดแยก แม้ไม่ได้หัก: เพราะมันเปลี่ยนบทสนทนา จากการเถียงกันว่าใครผิด กลายเป็นการเห็นตัวเลขเดียวกันแล้วช่วยกันหาทางออก เช่น ถ้าพนักงานเห็นว่าเครดิต 90 วันกินกำไรไป ฿9,246 เขาจะมีเหตุผลไปคุยกับลูกค้าเรื่องส่วนลดเงินสด — ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทำได้จริง


ฐานที่ใช้คำนวณ: เถียงได้ทั้งสามทาง

นี่คือจุดที่ควรยอมรับตรงๆ ว่า ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกที่สุด

ดีลเดิม: ขาย ฿500,000 ต้นทุนสินค้า ฿437,500 VAT 7% → ยอดลูกหนี้ ฿535,000 เครดิต 90 วัน ที่ 7.5%/ปี

ฐานที่ใช้ จำนวนเงิน ต้นทุนดอกเบี้ย เหตุผลที่สนับสนุน
ต้นทุนสินค้า ฿437,500 ฿8,090.75 เงินที่บริษัทควักออกไปจริงคือค่าสินค้า ไม่ใช่ราคาขาย — บริษัทไม่เคยได้ออกเงินส่วนกำไรของตัวเอง
ยอดขาย ฿500,000 ฿9,246.58 คำนวณง่าย เทียบข้ามดีลได้ตรงไปตรงมา เป็นทางสายกลาง
ลูกหนี้รวม VAT ฿535,000 ฿9,893.84 เงินที่ค้างในมือลูกค้าคือยอดเต็มรวม VAT และบริษัทมักต้องนำส่งภาษีขายก่อนเก็บเงินได้

ช่วงห่าง ฿8,090.75 ถึง ฿9,893.84 — ต่างกันราว 22%

22% นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก และมากพอที่จะเปลี่ยนขั้นคอมในดีลที่อยู่ตรงรอยต่อพอดี

ข้อสรุปที่ซื่อสัตย์ที่สุด: เมื่อมันเถียงได้ มันต้องเป็น ค่าที่ตั้งได้ (configurable) และมีเอกสารกำกับ ไม่ใช่สูตรลับที่ฝังอยู่ในไฟล์แล้วไม่มีใครอธิบายที่มาได้


แล้วถ้าบริษัทไม่ได้กู้ OD เลย?

ยังต้องคิดอยู่ดี เพราะสิ่งที่เรากำลังวัดคือ ต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินทุน ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยที่จ่ายออกไปจริง

บริษัทที่ไม่ได้กู้ ก็ยังเอาเงินสดของตัวเองไปจมอยู่ในลูกหนี้ ฿500,000 เป็นเวลา 90 วัน แทนที่จะเอาไปซื้อของรอบถัดไป จ่ายซัพพลายเออร์เพื่อรับส่วนลดเงินสด หรือเก็บเป็นกันชนความเสี่ยง

เพียงแต่ในกรณีนี้ ควรใช้อัตราที่สะท้อนต้นทุนเงินทุนของบริษัทเอง แทนที่จะหยิบ MOR ของธนาคารมาใช้ดื้อๆ — และควรเขียนกำกับไว้ว่าเลือกอัตรานั้นเพราะอะไร


สรุปสิ่งที่ควรทำ

  1. คำนวณต้นทุนดอกเบี้ยของทุกดีลที่มีเครดิต — สูตรมีบรรทัดเดียว ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่ทำ
  2. ใช้อัตราจริงจากสัญญาวงเงินของคุณ ไม่ใช่ MOR ที่หยิบมาจากข่าว
  3. แสดงเป็นบรรทัดแยกที่มองเห็นได้เสมอ — ต่อให้ตัดสินใจว่าจะไม่หักก็ตาม
  4. หักจากคอมเฉพาะเมื่อพนักงานเป็นคนอนุมัติเครดิตนั้นเอง — และต้องเขียนไว้ล่วงหน้า
  5. ตั้งฐานคำนวณเป็นค่าที่ปรับได้ พร้อมบันทึกเหตุผล — เพราะมันเถียงได้จริง
  6. เอาตัวเลขนี้ไปใช้ตอนเสนอราคา ไม่ใช่ตอนจ่ายคอม — ถ้ารู้ว่าเครดิต 90 วันกินไป 1.85 จุด ก็ควรบวกกลับเข้าไปในราคาตั้งแต่แรก หรือเสนอส่วนลดเงินสดที่ต่ำกว่า 1.85% ซึ่งได้กำไรมากกว่าทั้งสองฝ่าย

เครื่องมือที่ใช้ทำเรื่องนี้ได้ทันที

สูตรนี้คำนวณมือได้ แต่ปัญหาคือไม่มีใครคำนวณมือทุกบิลจริงๆ — และพอไม่ได้คำนวณ บรรทัดนี้ก็หายไปจากการตัดสินใจทั้งหมด

ระบบคำนวณค่าคอมมิชชั่นจากกำไรขั้นต้น (GP) ของเรา คำนวณบรรทัดต้นทุนดอกเบี้ยนี้ให้อัตโนมัติ จากจำนวนวันเครดิตของแต่ละบิล:

  • ใส่จำนวนวันเครดิตในบิล ระบบคิดต้นทุนดอกเบี้ยให้ทันที ด้วยสูตร ฐาน × (อัตราต่อปี ÷ 365) × วันเครดิต
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นค่าที่ตั้งได้ ในชีตตั้งค่า — ใส่อัตราจริงจากสัญญาวงเงินของบริษัทคุณ ไม่ใช่ตัวเลขที่เราเดาให้
  • เลือกฐานคำนวณได้ ระหว่างต้นทุนสินค้า / ยอดขาย / ยอดลูกหนี้รวม VAT เพราะเรารู้ว่าประเด็นนี้เถียงได้
  • มีสวิตช์แยกชัดเจน ว่าจะให้ต้นทุนนี้ แสดงเป็นข้อมูลอย่างเดียว หรือ มีผลต่อการจัดขั้นคอม — ตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ "แสดงอย่างเดียว" ตามแนวปฏิบัติที่ปลอดภัยกว่า
  • แสดงเป็นคอลัมน์แยก ทุกบิล พนักงานเห็นเองได้ว่าดีลไหนโดนกินไปเท่าไร ไม่มีอะไรซ่อน
  • มีชีตประกาศนโยบายให้แก้ชื่อบริษัทแล้วใช้ได้เลย
  • ไม่มีมาโคร เปิดได้ทั้ง Excel / LibreOffice / Google Sheets

จ่ายครั้งเดียว ฿999 — ราคาเปิดร้าน ถึง 31 ธ.ค. 2569 (ราคาเต็ม ฿1,490) · รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว · ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบริษัทได้ · ดาวน์โหลดทันทีหลังชำระเงิน

→ ดูรายละเอียดสินค้า


ถ้าปัญหาของคุณอยู่ที่ "ตอนตั้งราคา" ไม่ใช่ "ตอนจ่ายคอม"

ข้อ 6 ด้านบนคือข้อที่คนอ่านบทความนี้แล้วมักติดค้าง — รู้ว่าเครดิต 90 วันกินกำไรไปกี่จุด แต่ตอนเสนอราคาจริงก็ยังไม่ได้บวกกลับเข้าไปอยู่ดี เพราะไม่มีที่ให้กรอก

ระบบคิดต้นทุนงานและตั้งราคาขาย ทำฝั่งนั้น — สำหรับธุรกิจที่ขายเป็น "งาน" (รับเหมา ติดตั้ง ผลิตตามสั่ง ซ่อมบำรุง):

  • คิดต้นทุนการรอเงินตามวันเครดิตให้ตั้งแต่ตอนตั้งราคา ไม่ใช่ตอนสรุปคอมทีหลัง
  • หักเครดิตที่เจ้าหนี้ออกเงินแทนเราได้ — ถ้าซัพพลายเออร์ให้เครดิต 30 วัน เงินก้อนค่าวัสดุนั้นเราไม่ได้ควักเอง ต้นทุนการรอจึงคิดเฉพาะส่วนที่เราออกจริง
  • ฐานคำนวณคิดจากเงินสดที่ไหลออกจริง ไม่ใช่ยอดลูกหนี้รวม VAT — เราเลือกทางนี้โดยตั้งใจ เพราะยอดลูกหนี้รวมกำไรที่ยังไม่เคยควักออกไป การคิดดอกเบี้ยบนนั้นคือคิดดอกเบี้ยบนกำไรของตัวเอง (คนละเหตุผลกับฝั่งคอม ซึ่งเปิดให้เลือกฐานได้เพราะเป็นเรื่องที่ต้องตกลงกับพนักงาน)
  • ได้ตัวเลข 4 ระดับที่ต้องแยกให้ออกตอนลูกค้าต่อราคา: พื้นเงินสด (ต่ำกว่านี้ยิ่งทำยิ่งเสียเงิน) · จุดคุ้มทุน · ราคาต่ำสุดที่ยังได้กำไรขั้นต่ำ · ราคาที่ควรเสนอ
  • มีชีตทดสอบระบบ 24 เคส กดดูเองได้ว่าสูตรไม่พัง ก่อนเอาไปตั้งราคางานจริง
  • ไม่มีมาโคร เปิดได้ทั้ง Excel / LibreOffice / Google Sheets

จ่ายครั้งเดียว ฿999 — ราคาเปิดร้าน ถึง 31 ธ.ค. 2569 (ราคาเต็ม ฿1,490) · รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว · ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบริษัทได้ · ดาวน์โหลดทันทีหลังชำระเงิน

→ ดูรายละเอียดสินค้า


อ่านต่อ

แชร์:LINEFacebook
ดาวน์โหลดฟรี · ไม่ต้องรับสายขาย

รับเอกสารสรุปหัวข้อนี้เป็น PDF

บทสรุป + หัวข้อครบ + มาตรฐานอ้างอิง มีโลโก้ Saha แนบ memo/TOR ได้ทันที — ส่งเข้าอีเมลให้ด้วย

ใช้อีเมลเพื่อส่งเอกสาร + ติดต่อจากทีม Saha เท่านั้น · ไม่ส่งต่อบุคคลที่สาม

ปรึกษาฟรี · ใบเสนอราคาจริงภายใน 2 ชั่วโมง

อ่านแล้วมีคำถาม? ให้วิศวกรช่วย

บอกสิ่งที่อยากรู้สั้นๆ — วิศวกรสหวัฒนกิจช่วยเลือกสเปกที่เหมาะ พร้อมใบเสนอราคาจริง ไม่มีค่าบริการ

หรือติดต่อตรง:02-096-2118LINE: @sahawatt1988
บริการที่เกี่ยวข้อง

ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?

ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

1

คำนวณต้นทุนดอกเบี้ยจากเครดิตเทอมอย่างไร?

+
สูตรพื้นฐานคือ ต้นทุนดอกเบี้ย = ฐานที่ใช้คิด × (อัตราดอกเบี้ยต่อปี ÷ 365) × จำนวนวันเครดิต ตัวอย่างเช่น ขายได้ 500,000 บาท ให้เครดิต 90 วัน อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชี 7.5% ต่อปี ต้นทุนดอกเบี้ยจะเท่ากับ 500,000 × (0.075 ÷ 365) × 90 = 9,246.58 บาท หรือคิดเป็น 1.85% ของยอดขาย ซึ่งเป็นกำไรที่หายไปจริงแม้ลูกค้าจะจ่ายเงินครบตามกำหนดก็ตาม
2

เครดิตเทอม 90 วัน ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงกี่เปอร์เซ็นต์?

+
ที่อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชีระดับ 6.5% ถึง 8% ต่อปี เครดิต 90 วันมีต้นทุนราว 1.6% ถึง 2.0% ของยอดขาย และเครดิต 60 วันราว 1.1% ถึง 1.3% ของยอดขาย ตัวเลขนี้ฟังดูน้อย แต่สำหรับธุรกิจซื้อมาขายไปที่กำไรขั้นต้นอยู่ราว 10-15% ของยอดขาย การเสียไป 1.85 จุดหมายถึงกำไรขั้นต้นหายไปประมาณ 12-18% ของกำไรทั้งก้อน ไม่ใช่ 1.85% ของกำไร
3

ควรหักต้นทุนดอกเบี้ยจากเครดิตเทอมออกจากคอมมิชชั่นของพนักงานขายไหม?

+
ขึ้นอยู่กับว่าพนักงานขายเป็นคนกำหนดเครดิตเทอมนั้นจริงหรือไม่ หลักการออกแบบระบบค่าตอบแทนที่ยอมรับกันคือ อย่าวัดพนักงานด้วยตัวชี้วัดที่เขาควบคุมไม่ได้ ในธุรกิจซื้อมาขายไปของไทยส่วนใหญ่ เครดิตเทอมถูกกำหนดโดยนโยบายของลูกค้าหรือโดยเจ้าของกิจการ ไม่ใช่โดยพนักงานขาย กรณีเช่นนี้ควรแสดงต้นทุนดอกเบี้ยเป็นบรรทัดให้เห็นชัดเพื่อใช้ตัดสินใจ แต่ไม่ควรนำไปหักออกจากกำไรที่ใช้จัดขั้นคอมโดยอัตโนมัติ ส่วนกรณีที่พนักงานเป็นผู้อนุมัติยืดเครดิตเองจึงค่อยนำมาใช้เป็นตัวปรับ
4

ทำไมการซ่อนต้นทุนดอกเบี้ยไว้ในกำไรที่ใช้จัดขั้นคอมถึงเป็นปัญหา?

+
เพราะมันเปลี่ยนผลลัพธ์โดยที่พนักงานไม่เห็นสาเหตุ ดีลที่กำไรขั้นต้น 12.5% อาจตกลงมาเหลือ 10.65% หลังหักดอกเบี้ยเครดิต 90 วัน ซึ่งพอจะทำให้ตกจากขั้นคอม 5% ลงมาเป็นขั้น 3% พนักงานเห็นแค่ว่าคอมลดลงโดยไม่รู้ว่าทำไม ผลคือเขาไม่เชื่อระบบและไม่รู้ว่าต้องเปลี่ยนพฤติกรรมอะไร ระบบค่าตอบแทนที่พนักงานอธิบายที่มาของตัวเลขตัวเองไม่ได้ จะไม่สร้างแรงจูงใจตามที่ตั้งใจไว้
5

ควรใช้ฐานอะไรคำนวณดอกเบี้ย — ยอดขาย ต้นทุนสินค้า หรือยอดลูกหนี้รวม VAT?

+
เป็นประเด็นที่เถียงได้ทั้งสามทางและควรตั้งเป็นค่าที่ปรับได้พร้อมบันทึกเหตุผลไว้ ฝ่ายที่ใช้ต้นทุนสินค้าให้เหตุผลว่าเงินที่บริษัทควักออกไปจริงคือค่าสินค้า ไม่ใช่ราคาขาย ฝ่ายที่ใช้ยอดลูกหนี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มให้เหตุผลว่าเงินที่ค้างอยู่ในมือลูกค้าคือยอดเต็มรวม VAT และบริษัทมักต้องนำส่งภาษีขายก่อนได้รับเงิน ส่วนการใช้ยอดขายเป็นทางสายกลางที่คำนวณง่ายที่สุด ในตัวอย่างขาย 500,000 บาท ต้นทุน 437,500 บาท เครดิต 90 วัน ที่ 7.5% ต่อปี ผลลัพธ์อยู่ระหว่าง 8,090.75 ถึง 9,893.84 บาท ต่างกันราว 22%
6

อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชีของไทยอยู่ที่เท่าไร?

+
อัตราอ้างอิงที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ MOR หรือ Minimum Overdraft Rate ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชีขั้นต่ำที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี จากตารางอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 MOR ของธนาคารขนาดใหญ่อยู่ในช่วงประมาณ 6.27% ถึง 6.60% ต่อปี ขณะที่ธนาคารขนาดเล็กบางแห่งสูงถึง 8.13% ต่อปี อย่างไรก็ตาม SME ส่วนใหญ่ไม่ได้รับอัตรา MOR เปล่า แต่มักเป็น MOR บวกส่วนเพิ่ม จึงควรใช้อัตราจริงในสัญญาวงเงินของบริษัทตนเองมาคำนวณ
7

ถ้าไม่ได้ใช้วงเงินเบิกเกินบัญชีเลย ยังต้องคิดต้นทุนนี้อยู่ไหม?

+
ควรคิด เพราะต้นทุนนี้คือต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินทุน ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยที่จ่ายจริง บริษัทที่ไม่ได้กู้ก็ยังเอาเงินสดของตัวเองไปจมอยู่ในลูกหนี้แทนที่จะใช้ทำอย่างอื่น เพียงแต่ในกรณีนี้ควรใช้อัตราที่สะท้อนต้นทุนเงินทุนของบริษัทเองแทนอัตราเงินกู้ธนาคาร และควรระบุไว้ให้ชัดว่าเลือกใช้อัตราใดเพราะเหตุใด
8

ควรตั้งค่าอะไรบ้างให้ระบบคำนวณเรื่องนี้ได้ถูกต้อง?

+
อย่างน้อย 4 ค่า ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยต่อปีที่สะท้อนต้นทุนเงินทุนจริงของบริษัท ฐานที่ใช้คำนวณว่าจะใช้ต้นทุนสินค้า ยอดขาย หรือยอดลูกหนี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวนวันเครดิตที่นับจากวันวางบิลหรือวันส่งของตามที่ตกลง และสวิตช์ว่าจะให้ต้นทุนนี้แสดงเป็นข้อมูลอย่างเดียว หรือให้มีผลต่อการจัดขั้นคอมด้วย ทั้งสี่ค่านี้ควรบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและแจ้งให้ทีมขายทราบล่วงหน้า

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความ·9 นาที

เงินจมในงานที่ทำเสร็จแล้ว — ต้นทุนการรอเงินที่ต้องบวกกลับเข้าราคา

ให้เครดิต 90 วันไม่ได้แพงที่ดอกเบี้ย แต่แพงที่เงินก้อนที่ต้องมีสำรองไว้หมุน — คำนวณเงินจมของธุรกิจที่ขายเป็นงาน หักเครดิตที่เจ้าหนี้ออกให้ และวิธีบวกกลับเข้าราคาตั้งแต่ตอนเสนอ

อ่าน
บทความ·10 นาที

พนักงานขายทุบราคาเพื่อปั่นยอด — สาเหตุจริงและวิธีแก้ที่ระบบ

ส่วนลด 5% กินกำไรขั้นต้นได้ถึง 62.5% ในงานมาร์จิ้นบาง แต่พนักงานเสียคอมแค่ 5% — บทความนี้แสดงเลขให้เห็นว่าทำไมการทุบราคาแทบไม่เคยเป็นปัญหาที่ตัวคน แต่เป็นปัญหาที่แผนค่าตอบแทน และวิธีแก้ 4 ข้อที่แก้ที่ระบบ

อ่าน
บทความ·11 นาที

คิดค่าคอมจากยอดขาย vs จากกำไรขั้นต้น (GP) — แบบไหนเหมาะกับ SME ไทย

พนักงานสองคนทำยอดเท่ากันเป๊ะ แต่ทำกำไรให้บริษัทต่างกัน 2.5 เท่า — ทำไมคอมจากยอดขายถึงจ่ายเงินให้คนลดราคา เมื่อไหร่ที่คิดจากยอดขายยังใช้ได้ จุดที่แผน GP พังบ่อยที่สุด และวิธีทำ 'GP บัญชี' กับ 'GP คำนวณคอม' ให้อธิบายกันได้ทุกบาท

อ่าน
บทความ·9 นาที

รับงานต่ำกว่าทุนได้ไหม? — จุดคุ้มทุน กับ พื้นเงินสด ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน

ลูกค้าต่อราคาลงมาต่ำกว่าทุน ปฏิเสธหรือรับ — ทำไม 'ต่ำกว่าจุดคุ้มทุน = ขาดทุน' ถึงเป็นคำแนะนำที่ทำให้ธุรกิจรับงานเป็นชิ้นเสียเงินโดยไม่รู้ตัว พร้อมตัวเลขสองเส้นที่ต้องแยกให้ออก และเงื่อนไข 3 ข้อที่ทำให้กฎนี้ใช้ไม่ได้

อ่าน