Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
กลับไปดูบทความทั้งหมด
Sahawatthanakit (1988)10 นาที

พนักงานขายทุบราคาเพื่อปั่นยอด — สาเหตุจริงและวิธีแก้ที่ระบบ

ส่วนลด 5% กินกำไรขั้นต้นได้ถึง 62.5% ในงานมาร์จิ้นบาง แต่พนักงานเสียคอมแค่ 5% — บทความนี้แสดงเลขให้เห็นว่าทำไมการทุบราคาแทบไม่เคยเป็นปัญหาที่ตัวคน แต่เป็นปัญหาที่แผนค่าตอบแทน และวิธีแก้ 4 ข้อที่แก้ที่ระบบ

commissiondiscountingpricinggross-profitsales-compensationquotasmesales-management
สรุป (TL;DR)

ส่วนลด 5% กินกำไรขั้นต้นได้ถึง 62.5% ในงานมาร์จิ้นบาง แต่พนักงานเสียคอมแค่ 5% — บทความนี้แสดงเลขให้เห็นว่าทำไมการทุบราคาแทบไม่เคยเป็นปัญหาที่ตัวคน แต่เป็นปัญหาที่แผนค่าตอบแทน และวิธีแก้ 4 ข้อที่แก้ที่ระบบ

📌 บทความนี้เป็นเรื่องการออกแบบแผนค่าตอบแทน สำหรับประเด็นกฎหมายแรงงานเรื่องการหักหรือปรับค่าคอม ดูที่ หักค่าคอมมิชชั่นคืนจากพนักงานขาย ทำได้ไหม? — ม.76 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

เริ่มจากการเลิกโทษคน

ถ้าคุณกำลังคิดว่า "ทีมขายผมไม่มีวินัยเรื่องราคา" — หยุดตรงนี้ก่อน

เกือบทุกครั้งที่เจ้าของกิจการเจอปัญหาทีมขายทุบราคา สาเหตุไม่ได้อยู่ที่นิสัยของพนักงาน แต่อยู่ที่แผนค่าตอบแทนที่จ่ายเงินให้เขาทำแบบนั้น

บทความนี้จะแสดงเลขให้เห็นว่าทำไม แล้วเสนอวิธีแก้ 4 ข้อที่แก้ที่ระบบ ไม่ใช่ที่คน


เลขที่ทำให้เข้าใจทั้งเรื่องภายใน 30 วินาที

งานหนึ่งใบ ราคาตั้ง ฿100,000 ลูกค้าขอลด 5% = ส่วนลด ฿5,000

ต้นทุนสินค้าไม่ได้ลดตาม ส่วนลดทั้งก้อนจึงหักออกจากกำไรขั้นต้นตรงๆ:

อัตรากำไรขั้นต้นเดิม (GM%) GP เดิม GP หลังลด 5% GP ที่หายไป
8% 8,000 3,000 −62.5%
10% 10,000 5,000 −50.0%
12% 12,000 7,000 −41.7%
15% 15,000 10,000 −33.3%
20% 20,000 15,000 −25.0%
30% 30,000 25,000 −16.7%

สูตรลัดที่ควรจำ:

ส่วนลดกินกำไรกี่ % = ส่วนลด% ÷ GM% เดิม

ลด 5% ที่มาร์จิ้น 10% → กินกำไร 50% เสมอ ไม่ต้องคำนวณใหม่ทุกครั้ง

ประเด็นสำคัญสำหรับธุรกิจเทรดดิ้ง: ยิ่งมาร์จิ้นบาง ยิ่งไม่มีพื้นที่ให้ลดราคา ที่ GM 8% ส่วนลดแค่ 5% ก็กินกำไรไปเกือบสองในสามแล้ว


แล้วทำไมพนักงานถึงยังลด? เพราะเลขของเขาไม่เหมือนเลขของคุณ

ดูเหตุการณ์จริงที่เกิดทุกสิ้นเดือน

สถานการณ์: เป้ายอดขาย ฿2,000,000/เดือน มีโบนัสถึงเป้า ฿10,000 คอมจ่าย 1% ของยอดขาย

วันที่ 28 พนักงานทำยอดได้ ฿1,900,000 เหลือดีลค้างอยู่ใบเดียว ราคาตั้ง ฿120,000 ต้นทุน ฿105,600 (GM 12%) ลูกค้าขอลด 5%

ไม่ลดราคา (ดีลไม่ปิดเดือนนี้) ลดราคา 5% (ปิดได้)
ยอดขายที่ปิด 0 114,000
ยอดสะสมทั้งเดือน 1,900,000 2,014,000
ถึงเป้าไหม ❌ ไม่ถึง ✅ ถึง
คอมจากดีลนี้ (1%) 0 1,140
โบนัสถึงเป้า 0 10,000
พนักงานได้รวม 0 11,140

จากมุมของพนักงาน คำตอบชัดเจนมาก การลดราคาให้ผลต่างกว่า ฿11,000 ในขณะที่ค่าคอมที่เสียไปจากการลดราคาคือ ฿60 (1% ของส่วนลด ฿6,000)

ทีนี้ดูมุมของบริษัท:

จำนวน
กำไรขั้นต้นถ้าขายเต็มราคา 14,400
กำไรขั้นต้นหลังลด 5% 8,400
หัก คอมที่จ่าย (1,140)
หัก โบนัสถึงเป้า (10,000)
บริษัทเหลือจากดีลนี้ −2,740

บริษัทขาดทุน จากดีลที่พนักงานได้เงินเพิ่ม ฿11,140

และย้ำอีกครั้ง — พนักงานไม่ได้ทำผิด เขาทำสิ่งที่แผนของคุณออกแบบมาให้เขาทำ ถ้าคุณอยู่ในตำแหน่งเขา คุณก็ทำแบบเดียวกัน

นี่คือเหตุผลที่การประกาศว่า "ห้ามลดราคาเกิน 3%" ไม่เคยได้ผล — ตราบใดที่แผนยังจ่ายเงินให้ลดราคา ประกาศเป็นแค่กระดาษ


4 วิธีแก้ที่ระบบ

วิธีที่ 1 — จ่ายคอมจากกำไรขั้นต้น ไม่ใช่จากยอดขาย

นี่คือการแก้ที่รากที่สุด เพราะมันทำให้ความเจ็บของพนักงานเท่ากับความเจ็บของบริษัทพอดี

กลับไปที่ดีลเดิม (GP เต็ม ฿14,400) ถ้าจ่ายคอม 7% ของ GP:

ขายเต็มราคา ลด 5% พนักงานเสีย
GP 14,400 8,400 −41.7%
คอม 7% ของ GP 1,008 588 −41.7%
(เทียบ) คอม 1% ของยอดขาย 1,200 1,140 −5.0%

พนักงานเสียสัดส่วนเท่ากับบริษัทพอดี 41.7% ต่อไปนี้เขาจะคิดก่อนลด เพราะเงินที่หายไปเป็นเงินของเขาในสัดส่วนเดียวกัน

รายละเอียดวิธีเปลี่ยนฐานคำนวณ การหาอัตราที่งบไม่บานปลาย และจุดที่แผน GP พังบ่อย อ่านที่ คิดค่าคอมจากยอดขาย vs จากกำไรขั้นต้น (GP)

วิธีที่ 1.5 — เปลี่ยนฐานของ "เป้า" ด้วย ไม่ใช่แค่ฐานของ "คอม"

ข้อนี้ถูกลืมบ่อยที่สุด และมันทำลายวิธีที่ 1 ได้ทั้งหมด

ถ้าคุณเปลี่ยนคอมมาเป็น GP แล้ว แต่โบนัสถึงเป้ายังวัดจากยอดขาย แรงจูงใจให้ทุบราคาช่วงปลายเดือนยังอยู่ครบ เพราะโบนัสก้อนใหญ่ยังนับส่วนลดเข้าเป้าเกือบเต็มจำนวน

เปลี่ยนเป้าเป็น กำไรขั้นต้นสะสม แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับดีลเดิม (เป้า GP ฿240,000/เดือน ทำมาแล้ว ฿228,000):

ขายเต็มราคา ลด 5%
GP จากดีลนี้ 14,400 8,400
GP สะสมทั้งเดือน 242,400 236,400
ถึงเป้า ฿240,000 ไหม ✅ ถึง ❌ ไม่ถึง

ผลกลับด้านทันที การลดราคาทำให้ไม่ถึงเป้า พนักงานคนเดิมจะสู้เพื่อรักษาราคาแทน โดยที่คุณไม่ต้องออกกฎห้ามอะไรเลย

วิธีที่ 2 — ตั้ง GM floor: ต่ำกว่าเกณฑ์ คอมเป็นศูนย์ เว้นแต่ผู้จัดการอนุมัติ

แม้จ่ายจาก GP แล้ว ก็ยังมีงานที่มาร์จิ้นบางจนไม่ควรรับ กติกาที่ใช้ได้จริงคือ:

อัตรากำไรขั้นต้นของงาน อัตราคอม
≥ 9% 7% ของ GP (อัตราปกติ)
< 9% 0% — เว้นแต่ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเสนอราคา จึงจ่ายที่ 3% ของ GP

หัวใจอยู่ที่คำว่า "ก่อน" การอนุมัติต้องเกิดก่อนเสนอราคาลูกค้า ไม่ใช่มาขออนุมัติย้อนหลังตอนคำนวณคอมสิ้นเดือน มิฉะนั้นมันจะกลายเป็นพิธีกรรมที่อนุมัติทุกใบ

วิธีตั้งเกณฑ์ให้ถูก — ตั้งจากข้อมูลของตัวเอง ไม่ใช่จากความรู้สึก:

  1. ดึงงานทุกใบย้อนหลัง 12 เดือน คำนวณ GM% รายใบ
  2. เรียงจากน้อยไปมาก
  3. ตั้งเกณฑ์ให้กระทบประมาณ 10-15% ล่างสุด ของจำนวนงาน

ตัวอย่าง: จากงาน 240 ใบ ถ้าตั้ง floor ที่ 9% จะมีงานตกเกณฑ์ 22 ใบ (9.2%) → เหมาะสม กระทบเฉพาะหางล่างจริงๆ

แต่ถ้าตั้ง floor ที่ 15% แล้วมีงานตกเกณฑ์ 108 ใบ (45%) → สูงเกินไป ทีมจะเริ่มปฏิเสธงานที่จริงๆ ควรรับ และคุณจะเสียยอดโดยไม่ได้กำไรเพิ่ม

ข้อควรระวัง: ทบทวนเกณฑ์ทุก 6 เดือน เพราะโครงสร้างต้นทุนเปลี่ยน เกณฑ์ที่ถูกเมื่อปีที่แล้วอาจผิดในปีนี้

วิธีที่ 3 — ทำให้การอนุมัติส่วนลด "เห็นได้"

การอนุมัติที่ทำผ่านโทรศัพท์หรือแชทส่วนตัวจะกลายเป็นการอนุมัติทุกใบภายในสามเดือน เพราะไม่มีใครเห็นภาพรวม

ทำให้มันเห็นได้ ด้วยสองอย่าง:

หนึ่ง — บันทึกในเอกสารเดียวกับที่คำนวณคอม ไม่ใช่ไฟล์แยก:

งาน ผู้ขอ ส่วนลด GM% หลังลด ผู้อนุมัติ วันที่ เหตุผล
INV-2608-041 คุณ A 5.0% 7.4% ผจก.ขาย 12 ส.ค. แข่งราคางานประมูล
INV-2608-055 คุณ A 6.5% 5.1% ผจก.ขาย 21 ส.ค. ลูกค้าเก่า ขอต่อรอง
INV-2608-060 คุณ B 4.0% 8.8% ผจก.ขาย 24 ส.ค. สั่งเพิ่มจากงานเดิม

สอง — สรุปรายเดือนให้ทุกคนเห็นตัวเลขเดียวกัน: เดือนนี้อนุมัติกี่ใบ คิดเป็นมูลค่าส่วนลดรวมเท่าไหร่ ใครขอมากที่สุด

ตัวเลขที่คนเห็นร่วมกันควบคุมพฤติกรรมได้เองโดยไม่ต้องลงโทษใคร คนที่ขออนุมัติ 8 ใบในเดือนที่คนอื่นขอ 1 ใบ จะปรับตัวเองก่อนที่คุณจะต้องเรียกคุย

วิธีที่ 4 — วัดอัตราส่วนลดรายคน ไม่ใช่แค่ยอดขาย

ยอดขายซ่อนทุกอย่างที่สำคัญไว้ ตัวเลขสองตัวนี้เปิดเผยมันออกมา:

อัตราส่วนลดเฉลี่ย = (ราคาตั้งรวม − ราคาขายจริงรวม) ÷ ราคาตั้งรวม

พนักงาน ราคาตั้งรวม ขายจริง ส่วนลดเฉลี่ย GP GM%
คุณ A 2,105,000 2,000,000 5.0% 160,000 8.0%
คุณ B 2,041,000 2,000,000 2.0% 400,000 20.0%

ยอดขายเท่ากันเป๊ะ แต่กำไรที่ทำให้บริษัทต่างกัน 2.5 เท่า

รายงานยอดขายอย่างเดียวจะบอกคุณว่าทั้งสองคนเก่งเท่ากัน ซึ่งไม่จริงเลย

เพิ่มสองคอลัมน์นี้เข้าไปในรายงานประจำเดือน แล้วคุยกับทีมด้วยตัวเลข แทนที่จะคุยด้วยความรู้สึกว่าใคร "ชอบลดราคา"


ลำดับที่ควรทำ — อย่ารื้อทีเดียวทั้งหมด

ขั้น ทำอะไร ระยะเวลา ทำไมต้องขั้นนี้ก่อน
1 วัดอย่างเดียว — เพิ่มคอลัมน์ส่วนลดเฉลี่ยและ GM% รายคน โดยยังไม่เปลี่ยนวิธีจ่ายอะไรเลย 1-2 เดือน ทุกคนเห็นภาพจริงพร้อมกัน และคุณได้ข้อมูลไว้ตั้งเกณฑ์
2 เปลี่ยนฐานคอมเป็น GP พร้อมเปลี่ยนฐานของเป้าเป็น GP ด้วย เดือนที่ 3 แก้ที่ราก แรงจูงใจตรงกันทันที
3 เพิ่ม GM floor ตั้งจากข้อมูลที่เก็บมาในขั้นที่ 1 เดือนที่ 5-6 ปิดหางล่างที่ยังหลุดรอด
4 ทบทวนเกณฑ์ ทุก 6 เดือน ต้นทุนเปลี่ยน เกณฑ์ต้องเปลี่ยนตาม

ข้อควรระวังก่อนเริ่ม: ระบบใหม่ที่ทำให้พนักงานบางคนได้น้อยลง มีประเด็นเรื่องการเปลี่ยนสภาพการจ้างที่ต้องจัดการให้ถูกขั้นตอน แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือทดลองคู่ขนาน แสดงตัวเลขทั้งสองระบบให้เห็น แล้วให้เซ็นรับทราบก่อนใช้จริง — รายละเอียดอยู่ใน บทความเรื่อง ม.76


สรุป 6 ข้อ

  1. ส่วนลด% ÷ GM% เดิม = กำไรที่หายไปเป็น % — ที่มาร์จิ้น 8% ส่วนลด 5% กินกำไร 62.5%
  2. การทุบราคาแทบไม่เคยเป็นปัญหาที่ตัวคน — แผนจ่ายเงินให้เขาทำ
  3. จ่ายคอมจาก GP ทำให้ความเจ็บของพนักงานเท่ากับของบริษัทพอดี
  4. เปลี่ยนฐานของเป้าด้วย ไม่ใช่แค่ฐานของคอม มิฉะนั้นแรงจูงใจให้ทุบราคายังอยู่ครบ
  5. GM floor ต้องตั้งจากข้อมูลจริง กระทบแค่ 10-15% ล่างสุด และการอนุมัติต้องเกิดก่อนเสนอราคา
  6. วัดอัตราส่วนลดรายคน เพราะยอดขายซ่อนความจริงเอาไว้

เครื่องมือที่ทำให้เริ่มขั้นที่ 1 ได้ตั้งแต่พรุ่งนี้

ขั้นที่ยากที่สุดในตารางข้างบนไม่ใช่การตัดสินใจ แต่คือการมีที่ที่คำนวณตัวเลขพวกนี้แล้วทุกคนเชื่อ

เราทำ ระบบคำนวณค่าคอมมิชชั่นจากกำไรขั้นต้น (GP) เป็นไฟล์ Excel ที่มีของครบตามบทความนี้:

  • ช่อง ราคาตั้ง / ราคาขายจริง / ส่วนลด% / GM% รายใบ และสรุปอัตราส่วนลดเฉลี่ยรายคนอัตโนมัติ — ใช้ทำขั้นที่ 1 ได้เลยโดยยังไม่ต้องเปลี่ยนวิธีจ่าย
  • ช่อง GM floor ที่ปรับเกณฑ์เองได้ พร้อมช่องบันทึกผู้อนุมัติ วันที่ และเหตุผล อยู่ในไฟล์เดียวกับที่คำนวณคอม
  • คำนวณคอมจาก GP พร้อมสะพานเชื่อมกลับไปถึงยอดในใบกำกับ ให้พนักงานตรวจเองได้ทุกบรรทัด
  • ชีตเปรียบเทียบ ระบบเก่า vs ระบบใหม่ สำหรับใช้ทดลองคู่ขนานก่อนประกาศใช้จริง
  • ไม่มีมาโคร เปิดได้ทั้ง Excel / LibreOffice / Google Sheets

จ่ายครั้งเดียว ฿999 — ราคาเปิดร้าน ถึง 31 ธ.ค. 2569 (ราคาเต็ม ฿1,490) · รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว · ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบริษัทได้ · ดาวน์โหลดทันทีหลังชำระเงิน

→ ดูรายละเอียดสินค้า

แชร์:LINEFacebook
ดาวน์โหลดฟรี · ไม่ต้องรับสายขาย

รับเอกสารสรุปหัวข้อนี้เป็น PDF

บทสรุป + หัวข้อครบ + มาตรฐานอ้างอิง มีโลโก้ Saha แนบ memo/TOR ได้ทันที — ส่งเข้าอีเมลให้ด้วย

ใช้อีเมลเพื่อส่งเอกสาร + ติดต่อจากทีม Saha เท่านั้น · ไม่ส่งต่อบุคคลที่สาม

ปรึกษาฟรี · ใบเสนอราคาจริงภายใน 2 ชั่วโมง

อ่านแล้วมีคำถาม? ให้วิศวกรช่วย

บอกสิ่งที่อยากรู้สั้นๆ — วิศวกรสหวัฒนกิจช่วยเลือกสเปกที่เหมาะ พร้อมใบเสนอราคาจริง ไม่มีค่าบริการ

หรือติดต่อตรง:02-096-2118LINE: @sahawatt1988
บริการที่เกี่ยวข้อง

ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?

ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

1

ส่วนลด 5% กินกำไรขั้นต้นไปเท่าไหร่?

+
ขึ้นอยู่กับอัตรากำไรขั้นต้นเดิมของงานนั้น สูตรลัดคือ ส่วนลดกินกำไรกี่เปอร์เซ็นต์ = ส่วนลด% หารด้วย GM% เดิม ดังนั้นถ้ากำไรขั้นต้นเดิม 8% ส่วนลด 5% จะกินกำไรไป 62.5% ถ้ากำไรขั้นต้น 12% กินไป 41.7% ถ้ากำไรขั้นต้น 20% กินไป 25% เหตุผลคือต้นทุนสินค้าไม่ได้ลดตามส่วนลด ส่วนลดทั้งก้อนจึงหักออกจากกำไรตรงๆ ธุรกิจเทรดดิ้งที่มาร์จิ้นบางจึงแทบไม่มีพื้นที่ให้ลดราคาเลย
2

พนักงานทุบราคาเป็นปัญหาที่นิสัยของคนหรือที่ระบบ?

+
แทบทุกครั้งเป็นปัญหาที่การออกแบบแผนค่าตอบแทน ไม่ใช่ที่ตัวคน ถ้าจ่ายคอมจากยอดขาย พนักงานที่ลดราคา 5% เสียคอมแค่ 5% ในขณะที่บริษัทเสียกำไรอาจถึง 40-60% เมื่อความเจ็บไม่เท่ากันขนาดนี้ การลดราคาคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดสำหรับตัวเขาเอง ยิ่งถ้ามีโบนัสถึงเป้าที่วัดจากยอดขาย การยอมเสียคอมหลักสิบบาทเพื่อแลกโบนัสหลักหมื่นยิ่งชัดเจนว่าคุ้ม การประกาศห้ามลดราคาโดยไม่แก้แผนจึงไม่เคยได้ผล
3

GM floor คืออะไร และควรตั้งไว้ที่เท่าไหร่?

+
GM floor คือเกณฑ์อัตรากำไรขั้นต้นขั้นต่ำ ถ้างานใบไหนมีกำไรขั้นต้นต่ำกว่าเกณฑ์นี้ ค่าคอมของงานนั้นเป็นศูนย์ เว้นแต่ผู้จัดการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า วิธีตั้งที่ถูกต้องคือดูจากข้อมูลจริงของตัวเอง เรียง GM% ของงานทุกใบย้อนหลัง 12 เดือน แล้วตั้งเกณฑ์ให้กระทบประมาณ 10-15% ล่างสุดของงานเท่านั้น ถ้าตั้งสูงจนกระทบครึ่งหนึ่งของงานที่เคยทำ แปลว่าเกณฑ์สูงเกินไปและจะทำให้ทีมปฏิเสธงานที่จริงๆ ควรรับ
4

ทำไมการอนุมัติส่วนลดต้อง 'เห็นได้' ไม่ใช่แค่ 'มี'?

+
เพราะการอนุมัติที่ทำผ่านการโทรหรือแชทส่วนตัวจะไม่ทิ้งหลักฐานให้ใครทบทวนได้ และในทางปฏิบัติมันจะกลายเป็นการอนุมัติทุกใบภายในไม่กี่เดือน การอนุมัติที่ได้ผลต้องบันทึกไว้ในเอกสารเดียวกับที่ใช้คำนวณคอม ระบุว่าใครขอ ใครอนุมัติ วันที่เท่าไหร่ เหตุผลอะไร และควรสรุปรายเดือนว่าเดือนนี้อนุมัติกี่ใบ มูลค่าเท่าไหร่ ใครขอมากที่สุด ตัวเลขที่คนเห็นร่วมกันจะควบคุมพฤติกรรมได้เองโดยไม่ต้องลงโทษใคร
5

ควรวัดอะไรเพิ่มนอกจากยอดขายรายคน?

+
ควรวัดอัตราส่วนลดเฉลี่ยรายคน คำนวณจาก (ราคาตั้งรวม − ราคาขายจริงรวม) หารด้วยราคาตั้งรวม และวัดอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยรายคนควบคู่กันไป ตัวเลขสองตัวนี้เปิดเผยสิ่งที่ยอดขายซ่อนไว้ พนักงานสองคนที่ทำยอด 2 ล้านบาทเท่ากันอาจลดราคาเฉลี่ย 5% กับ 2% ซึ่งแปลว่ากำไรที่ทำให้บริษัทต่างกันหลายเท่า การวัดเรื่องนี้เป็นประจำทำให้คุยกันด้วยข้อมูลแทนความรู้สึก
6

ถ้าเปลี่ยนโบนัสถึงเป้าจากยอดขายเป็นกำไรขั้นต้นจะเกิดอะไรขึ้น?

+
การทุบราคาจะเลิกช่วยให้ถึงเป้าทันที เพราะเมื่อเป้าวัดเป็นกำไรขั้นต้นสะสม การลดราคาทำให้ตัวเลขที่นับเข้าเป้าลดลงด้วย พนักงานที่กำลังไล่เป้าจะเลือกรักษาราคาแทนที่จะลด ในทางกลับกัน ถ้าเป้าวัดเป็นยอดขาย การลดราคายังนับเข้าเป้าเกือบเต็มจำนวน ทำให้แผนกลายเป็นตัวสนับสนุนการลดราคาในช่วงปลายเดือนโดยตรง
7

ต้องรื้อระบบคอมทั้งหมดพร้อมกันไหม?

+
ไม่ควร วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือทำทีละขั้น เริ่มจากการวัดอัตราส่วนลดและ GM% รายคนก่อน 1-2 เดือนโดยยังไม่เปลี่ยนอะไร เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพจริง จากนั้นค่อยเปลี่ยนฐานคำนวณคอมเป็นกำไรขั้นต้น แล้วจึงเพิ่ม GM floor เป็นขั้นสุดท้าย การเปลี่ยนทีเดียวทั้งหมดทำให้แยกไม่ออกว่าอะไรได้ผล และเพิ่มโอกาสที่ทีมจะต่อต้านทั้งชุด
8

การตั้ง GM floor ต่างจากการตั้งเพดานค่าคอมอย่างไร?

+
GM floor ควบคุมคุณภาพของงานที่รับ โดยไม่จำกัดว่าพนักงานจะทำได้มากแค่ไหน ยิ่งขายงานที่กำไรดี ยิ่งได้มากขึ้นไม่มีขีดจำกัด ส่วนเพดานค่าคอมจำกัดจำนวนเงินสูงสุดที่พนักงานจะได้ ซึ่งส่งสัญญาณตรงกันข้ามคือให้หยุดขายเมื่อถึงเพดาน ทั้งสองอย่างจึงแก้คนละปัญหาและไม่ควรใช้แทนกัน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความ·11 นาที

คิดค่าคอมจากยอดขาย vs จากกำไรขั้นต้น (GP) — แบบไหนเหมาะกับ SME ไทย

พนักงานสองคนทำยอดเท่ากันเป๊ะ แต่ทำกำไรให้บริษัทต่างกัน 2.5 เท่า — ทำไมคอมจากยอดขายถึงจ่ายเงินให้คนลดราคา เมื่อไหร่ที่คิดจากยอดขายยังใช้ได้ จุดที่แผน GP พังบ่อยที่สุด และวิธีทำ 'GP บัญชี' กับ 'GP คำนวณคอม' ให้อธิบายกันได้ทุกบาท

อ่าน
บทความ·11 นาที

ควรตั้งเพดานค่าคอมมิชชั่นไหม? — ข้อดี ข้อเสีย และทางสายกลาง

งานวิจัย Marketing Science และ HBR ชี้ตรงกันว่าเพดานค่าคอมทำร้ายยอดขาย แต่ SME ที่ใช้วงเงิน OD ก็มีเหตุผลเรื่องกระแสเงินสดที่ปฏิเสธไม่ได้ บทความนี้เสนอทั้งสองฝั่งอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทางสายกลางที่ trigger ที่ 'ขนาดดีล' ไม่ใช่ที่ยอดคอมสะสม

อ่าน
บทความ·10 นาที

ให้เครดิตเทอม 90 วัน กำไรหายไปไหน? — ต้นทุนดอกเบี้ยที่ไม่มีใครคิด

สูตรคำนวณต้นทุนดอกเบี้ยจากเครดิตเทอม พร้อมตัวอย่างจริงที่ทำให้ดีลหนึ่งตกจากขั้นคอม 5% ลงมาเป็น 0% — และข้อถกเถียงที่ต้องตอบก่อนนำไปหักจากพนักงานขาย

อ่าน
บทความ·9 นาที

ลูกค้าต่อราคา ลดได้ถึงไหน — บันได 4 ตัวเลขที่ต้องรู้ก่อนเปิดปากตอบ

แทนที่จะเดาหรือใจอ่อน ใช้บันได 4 ขั้นที่คำนวณไว้ล่วงหน้า — ราคาที่ควรเสนอ ราคาต่ำสุดที่ยังได้กำไรขั้นต่ำ จุดคุ้มทุน และพื้นเงินสด พร้อมสคริปต์ที่ใช้ได้จริงในแต่ละขั้น และสิ่งที่ต้องแลกทุกครั้งที่ลด

อ่าน