Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
Back to all articles
Sahawatthanakit (1988)11 min read

คิดค่าคอมจากยอดขาย vs จากกำไรขั้นต้น (GP) — แบบไหนเหมาะกับ SME ไทย

พนักงานสองคนทำยอดเท่ากันเป๊ะ แต่ทำกำไรให้บริษัทต่างกัน 2.5 เท่า — ทำไมคอมจากยอดขายถึงจ่ายเงินให้คนลดราคา เมื่อไหร่ที่คิดจากยอดขายยังใช้ได้ จุดที่แผน GP พังบ่อยที่สุด และวิธีทำ 'GP บัญชี' กับ 'GP คำนวณคอม' ให้อธิบายกันได้ทุกบาท

commissiongross-profitgpsales-compensationsmepricingsales-management
สรุป (TL;DR)

พนักงานสองคนทำยอดเท่ากันเป๊ะ แต่ทำกำไรให้บริษัทต่างกัน 2.5 เท่า — ทำไมคอมจากยอดขายถึงจ่ายเงินให้คนลดราคา เมื่อไหร่ที่คิดจากยอดขายยังใช้ได้ จุดที่แผน GP พังบ่อยที่สุด และวิธีทำ 'GP บัญชี' กับ 'GP คำนวณคอม' ให้อธิบายกันได้ทุกบาท

📌 บทความนี้พูดถึง การออกแบบระบบค่าตอบแทน ไม่ใช่ประเด็นกฎหมายแรงงาน ถ้ากำลังหาข้อมูลว่าจ่ายคอมไปแล้วหักคืนได้ไหม หรือคอมนับเป็นค่าจ้างหรือไม่ อ่านที่ หักค่าคอมมิชชั่นคืนจากพนักงานขาย ทำได้ไหม? — ม.76 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

คำถามที่เจ้าของกิจการถามผิดมาตลอด

คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ "ควรจ่ายคอมกี่เปอร์เซ็นต์ดี?"

แต่คำถามที่สำคัญกว่ามากคือ "กี่เปอร์เซ็นต์ของอะไร?"

เพราะการเลือกฐานคำนวณ — ยอดขาย หรือ กำไรขั้นต้น — เปลี่ยนพฤติกรรมของทีมขายมากกว่าการปรับอัตราขึ้นลงหลายเท่า


พนักงานสองคน ยอดเท่ากันเป๊ะ กำไรคนละเรื่อง

สมมติเดือนนี้ทั้งสองคนทำยอดขายได้ ฿2,000,000 เท่ากัน

คุณ A คุณ B
ยอดขาย 2,000,000 2,000,000
ต้นทุนสินค้า (COGS) 1,840,000 1,600,000
กำไรขั้นต้น (GP) 160,000 400,000
อัตรากำไรขั้นต้น (GM%) 8.0% 20.0%

ถ้าจ่ายคอม 1% ของยอดขาย ทั้งคู่ได้ ฿20,000 เท่ากัน

แต่ดูสิ่งที่บริษัทได้:

คุณ A คุณ B
คอมที่จ่าย (1% ของยอดขาย) 20,000 20,000
GP เหลือหลังหักคอม 140,000 380,000
คอมคิดเป็น % ของ GP 12.5% 5.0%

คุณ A กินกำไรขั้นต้นไป 12.5% ส่วนคุณ B กินไปแค่ 5.0%

บริษัทจ่ายเงินเท่ากันสำหรับผลลัพธ์ที่ต่างกัน 2.5 เท่า

เปลี่ยนฐานคำนวณเป็น GP แล้วเกิดอะไรขึ้น

ถ้าจ่าย 7% ของกำไรขั้นต้น แทน:

คุณ A คุณ B
GP 160,000 400,000
คอม 7% ของ GP 11,200 28,000
คอมคิดเป็น % ของ GP 7.0% 7.0%

ตอนนี้ต้นทุนค่าคอมของบริษัทคงที่เทียบกับกำไรที่ได้ ไม่ว่าใครขายอะไร

และงบรวมก็ไม่ได้บานปลาย — แบบเดิมจ่ายรวม ฿40,000 แบบใหม่จ่ายรวม ฿39,200

หมายเหตุสำคัญ: ตัวเลข 7% ในตัวอย่างนี้ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของอุตสาหกรรมใดๆ มันมาจากการคำนวณย้อนกลับให้งบคอมรวมใกล้เคียงของเดิมที่ส่วนผสมยอดขายชุดนี้ บริษัทของคุณต้องคำนวณจากข้อมูลของตัวเอง วิธีอยู่ท้ายบทความ


ทำไมคอมจากยอดขายถึง "จ่ายเงินให้ลดราคา"

นี่คือหัวใจของเรื่อง และเข้าใจได้ในสามบรรทัด

งานหนึ่งใบ ราคาตั้ง ฿100,000 ต้นทุน ฿88,000 → กำไรขั้นต้น ฿12,000 (GM 12%)

ลูกค้าขอลด 5% → ขายที่ ฿95,000

ก่อนลด หลังลด 5% เปลี่ยนแปลง
ยอดขาย 100,000 95,000 −5.0%
ต้นทุน 88,000 88,000 0
กำไรขั้นต้น 12,000 7,000 −41.7%

ต้นทุนไม่ได้ลดตามส่วนลด ส่วนลดทั้งก้อนจึงกินเข้าเนื้อกำไรตรงๆ

ทีนี้ดูว่าใครเจ็บแค่ไหน:

แผนคอม คอมก่อนลด คอมหลังลด พนักงานเสีย
1% ของยอดขาย 1,000 950 −5.0% (฿50)
7% ของ GP 840 490 −41.7% (฿350)

บริษัทเสีย 41.7% เสมอ ไม่ว่าใช้แผนไหน

  • แผนยอดขาย: พนักงานเจ็บ 5% บริษัทเจ็บ 41.7% → ความเจ็บไม่เท่ากัน 8 เท่า
  • แผนกำไรขั้นต้น: ทั้งคู่เจ็บ 41.7% เท่ากันพอดี → แรงจูงใจตรงกัน

พนักงานที่ลดราคาภายใต้แผนแบบแรก ไม่ได้ทำผิด เขาทำสิ่งที่แผนบอกให้ทำ


แล้วเมื่อไหร่ที่คอมจากยอดขายยังใช้ได้ดีอยู่?

อย่าเพิ่งรื้อระบบ มีกรณีที่คอมจากยอดขายเป็นคำตอบที่ถูกต้องจริงๆ:

สถานการณ์ เพราะอะไร
สินค้าไลน์เดียว มาร์จิ้นคงที่ทุกตัว ยอดขายกับกำไรขยับไปด้วยกันเสมอ เพิ่มความซับซ้อนโดยไม่ได้อะไร
ราคาถูกล็อกในระบบ ส่วนลดทุกกรณีต้องผ่านผู้บริหาร พนักงานไม่มีอำนาจทำลายกำไรอยู่แล้ว
ธุรกิจบริการที่ต้นทุนหลักเป็นเงินเดือนประจำ ต้นทุนต่องานคำนวณยากและไม่แปรตามงาน
ทีมเพิ่งตั้ง ยังไม่มีข้อมูลต้นทุนที่เชื่อถือได้ แผน GP ที่สร้างบนข้อมูลผิด แย่กว่าแผนยอดขายที่ตรงไปตรงมา

เกณฑ์ตัดสินง่ายๆ: ลองดึงงาน 20 ใบล่าสุดมาคำนวณ GM% ทีละใบ

  • ถ้า GM% ของทุกใบอยู่ในช่วงแคบ (ต่างกันไม่เกิน 3-5 จุดเปอร์เซ็นต์) → คอมยอดขายยังพอไหว
  • ถ้ามีใบที่ GM 6% ปนกับใบที่ GM 25% → ฐานยอดขายกำลังโกหกคุณอยู่

จุดที่แผน GP พังบ่อยที่สุด (และวิธีกันไว้ก่อน)

แผน GP ไม่ได้ดีกว่าโดยอัตโนมัติ มันพังได้ และพังด้วยเหตุผลเดิมๆ ทุกที่

ปัญหาที่ 1 — พนักงานไม่เชื่อตัวเลขต้นทุน

อาการ: "ทุนที่บัญชีใส่มา 88,000 แต่ผมรู้ว่าซื้อได้ถูกกว่านี้"

นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่แผน GP ล่ม เพราะระบบคอมที่พนักงานตรวจเองไม่ได้ จะกลายเป็นเรื่องความไว้ใจแทนที่จะเป็นเรื่องผลงาน

วิธีกัน: ใช้ ต้นทุนมาตรฐาน (standard cost) ที่ประกาศไว้ล่วงหน้าเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส ล็อกไว้ทั้งงวด ต้นทุนจริงที่ต่างไปเป็นเรื่องของฝ่ายจัดซื้อ ไม่ใช่ตัวแปรที่ทำให้คอมของพนักงานเปลี่ยนหลังบ้าน

ปัญหาที่ 2 — ตอนออกใบกำกับยังไม่รู้ต้นทุนจริง

อาการ: ค่าขนส่งมาทีหลัง ส่วนลดปลายปีจากผู้ผลิตยังไม่สรุป งานสั่งพิเศษยังไม่ปิดต้นทุน

วิธีกัน: คำนวณคอมด้วยต้นทุนมาตรฐาน ณ วันวางบิล แล้วปรับปรุงเป็นรอบ (เช่น รอบไตรมาส) เฉพาะรายการที่ต่างเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น ต่างเกิน ฿5,000 ต่อใบ อย่าปรับทุกบาททุกใบ เพราะจะทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเดือนนี้ตัวเองได้เท่าไหร่

ปัญหาที่ 3 — เถียงกันเรื่องปันส่วนต้นทุน

อาการ: ค่าขนส่งงานนี้ควรตกใบไหน ค่าติดตั้งนับไหม ค่าธรรมเนียมโอนเงินหักจากใครดี

วิธีกัน: เขียน ตารางปันส่วน 1 หน้า แล้วประกาศ ไม่ต้องยาว แค่ครบ:

รายการ นับเข้า GP คำนวณคอมไหม หมายเหตุ
ต้นทุนสินค้าตามใบซื้อ ✅ หัก ตามต้นทุนมาตรฐานของงวด
ค่าขนส่งที่เกิดเฉพาะงานนั้น ✅ หัก ต้องมีใบเสร็จอ้างอิงเลขที่งาน
ค่าติดตั้ง/ค่าแรงหน้างาน ✅ หัก ตามใบสั่งจ้างของงานนั้น
ค่าขนส่งเหมารวมรายเดือน ❌ ไม่หัก เป็นค่าใช้จ่ายส่วนกลาง
ค่าเช่าโกดัง / เงินเดือนออฟฟิศ ❌ ไม่หัก อยู่ใต้ GP ไม่ใช่ต้นทุนขาย
ส่วนลดจากผู้ผลิตที่ยืนยันเป็นเอกสารแล้ว ✅ บวกกลับ ต้องมีเอกสารยืนยัน

กฎเหล็ก: ทุกบรรทัดที่ทำให้ GP ของพนักงานลดลง ต้องมีเอกสารอ้างอิงได้ ถ้าอ้างอิงไม่ได้ ห้ามหัก

ปัญหาที่ 4 — ห่วงเรื่องเปิดเผยต้นทุน

อาการ: ไม่อยากให้ทีมขายรู้ว่าซื้อของมาเท่าไหร่ จากใคร

วิธีกัน: พนักงานไม่จำเป็นต้องเห็นต้นทุนต่อหน่วยหรือชื่อผู้ขาย เขาต้องเห็นแค่ GP บาท และ GM% ของงานที่ตัวเองทำ ซึ่งเพียงพอต่อการตัดสินใจเรื่องราคาแล้ว


คำแนะนำที่สำคัญที่สุดในบทความนี้: แยกสองคอลัมน์

ถ้าจำอะไรจากบทความนี้ได้อย่างเดียว ให้จำข้อนี้

ในเอกสารคำนวณคอมของคุณ ต้องมี สองคอลัมน์แยกกันชัดเจน:

คอลัมน์ ความหมาย ต้องผูกกับอะไร
GP บัญชี ยอดตามใบกำกับ − ต้นทุนสินค้าตามใบซื้อ ต้องตรงกับสมุดบัญชี ตรวจย้อนได้ทุกบาท
GP คำนวณคอม GP บัญชี ± รายการปันส่วนตามกติกา ตัวเลขที่ใช้คูณอัตราคอมจริง

และระหว่างสองคอลัมน์นั้น ต้องแสดง สะพาน (bridge) ให้เห็นทุกบรรทัด:

รายการ จำนวน (บาท)
ยอดขายตามใบกำกับ เลขที่ INV-2608-041 100,000
หัก ต้นทุนสินค้าตามใบซื้อ (ต้นทุนมาตรฐาน ส.ค. 2026) (88,000)
= GP บัญชี 12,000
หัก ค่าขนส่งเฉพาะงาน (ใบเสร็จ TR-1188) (1,500)
หัก ค่าธรรมเนียมรับชำระ (200)
บวก ส่วนลดผู้ผลิตที่ยืนยันแล้ว (CN-0233) 800
= GP คำนวณคอม 11,100
คอม 7% 777

ทำไมถึงสำคัญขนาดนั้น

เพราะคำถามที่พนักงานขายจะถามเสมอคือ:

"ทำไมงานที่ผมขายได้แสนนึง คอมผมได้แค่เจ็ดร้อยเจ็ดสิบเจ็ด?"

ถ้าคุณมีตารางข้างบน คุณตอบได้ใน 20 วินาที และเขาตรวจได้เองทุกบรรทัดจากเอกสารที่มีเลขที่กำกับ

ถ้าคุณไม่มี คุณจะตอบว่า "ระบบมันคิดมาอย่างนี้" — และนั่นคือวันที่ระบบคอมของคุณเริ่มตาย

หลักการ: ตัวเลขที่พนักงานเห็น ต้องอธิบายย้อนกลับไปถึงใบกำกับภาษีได้เสมอ ไม่มีข้อยกเว้น


วิธีหาอัตราคอม GP ของบริษัทคุณเอง

ห้ามลอกอัตราจากบทความหรือจากบริษัทอื่น — ส่วนผสมสินค้าและโครงสร้างมาร์จิ้นของแต่ละบริษัทต่างกันเกินกว่าจะใช้ตัวเลขร่วมกันได้ และไม่มีข้อมูลสำรวจที่เชื่อถือได้เรื่องอัตราค่าคอมของ SME ไทยให้อ้างอิง

ให้คำนวณจากข้อมูลของตัวเอง 4 ขั้นตอน:

  1. ดึงข้อมูลย้อนหลัง 6-12 เดือน — ยอดขาย ต้นทุน และคอมที่จ่ายจริง รายใบ
  2. รวมกำไรขั้นต้นทั้งหมด ในช่วงนั้น = GP รวม
  3. รวมคอมที่จ่ายจริง ในช่วงเดียวกัน = คอมรวม
  4. อัตราเริ่มต้น = คอมรวม ÷ GP รวม

ตัวอย่าง: GP รวม 12 เดือน = ฿6,720,000 คอมที่จ่ายจริง = ฿470,400 → อัตรา = 7.0%

นี่คืออัตราที่ทำให้ งบคอมรวมเท่าเดิม แต่กระจายใหม่ตามคุณภาพกำไร คนที่รักษาราคาได้จะได้มากขึ้น คนที่ทุบราคาจะได้น้อยลง โดยที่บริษัทไม่ได้จ่ายเพิ่มแม้แต่บาทเดียว

จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นเพื่อกระตุ้น หรือคงไว้เท่าเดิม

ก่อนประกาศใช้: ระบบคอมใหม่ที่ทำให้ใครได้น้อยลง มีประเด็นเรื่องการเปลี่ยนสภาพการจ้างที่ต้องระวัง อ่านขั้นตอนการเปลี่ยนระบบอย่างปลอดภัยที่ บทความเรื่อง ม.76


สรุป

ประเด็น คอมจากยอดขาย คอมจากกำไรขั้นต้น (GP)
เข้าใจง่าย ✅ ง่ายมาก ⚠️ ต้องอธิบาย
ต้องมีข้อมูลต้นทุนที่เชื่อถือได้ ❌ ไม่ต้อง ✅ ต้องมี
แรงจูงใจตอนลูกค้าขอลดราคา ❌ ผลักให้ลด ✅ ผลักให้รักษาราคา
ต้นทุนค่าคอมเทียบกับกำไรที่ได้ ⚠️ ผันผวนตามมาร์จิ้น ✅ คงที่
เหมาะกับสินค้าหลายไลน์ มาร์จิ้นต่างกัน
เหมาะกับสินค้าไลน์เดียว มาร์จิ้นคงที่ ⚠️ เกินความจำเป็น
ความเสี่ยงเรื่องความไว้ใจตัวเลข ✅ ต่ำ ⚠️ สูง ถ้าไม่มีสะพานให้ตรวจ

สิ่งที่ควรทำ 5 ข้อ:

  1. ดึงงาน 20 ใบล่าสุดมาดู GM% ทีละใบ — ถ้ากระจายกว้าง ฐานยอดขายกำลังบิดเบือนภาพ
  2. คำนวณอัตรา GP ของตัวเองจากข้อมูลจริง อย่าลอกใคร
  3. ล็อกต้นทุนมาตรฐานเป็นรายงวด ประกาศล่วงหน้า
  4. เขียนตารางปันส่วน 1 หน้า ทุกรายการที่หักต้องมีเอกสารอ้างอิง
  5. แยกคอลัมน์ GP บัญชี กับ GP คำนวณคอม แล้วแสดงสะพานระหว่างกันเสมอ

เครื่องมือที่ทำเรื่องนี้ให้เสร็จได้ในวันเดียว

สิ่งที่ทำให้เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ไม่ยอมเปลี่ยนมาใช้ระบบ GP ไม่ใช่เพราะไม่เห็นด้วยกับตรรกะ แต่เพราะไม่อยากมานั่งทำสะพานตัวเลขให้พนักงานตรวจทุกเดือน

เราทำ ระบบคำนวณค่าคอมมิชชั่นจากกำไรขั้นต้น (GP) เป็นไฟล์ Excel ที่แก้ปัญหานี้โดยตรง:

  • มีคอลัมน์ GP บัญชี และ GP คำนวณคอม แยกกันตั้งแต่ต้น พร้อมสะพานแสดงรายการที่ต่างกันทุกบรรทัด — พนักงานเทียบกับใบกำกับได้เองทุกใบ
  • ช่องต้นทุนมาตรฐานที่ล็อกเป็นรายงวด ไม่ให้ตัวเลขขยับหลังบ้าน
  • ตารางปันส่วนต้นทุนที่แก้ชื่อรายการให้เข้ากับธุรกิจคุณได้
  • ชีตคำนวณอัตรา GP ย้อนหลังจากข้อมูลจริงของคุณ เพื่อหาอัตราที่งบคอมรวมไม่บานปลาย
  • ชีตประกาศนโยบายให้แก้ชื่อบริษัทแล้วใช้ได้เลย
  • ไม่มีมาโคร เปิดได้ทั้ง Excel / LibreOffice / Google Sheets ไม่ติด security warning

จ่ายครั้งเดียว ฿999 — ราคาเปิดร้าน ถึง 31 ธ.ค. 2569 (ราคาเต็ม ฿1,490) · รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว · ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบริษัทได้ · ดาวน์โหลดทันทีหลังชำระเงิน

→ ดูรายละเอียดสินค้า

Share:LINEFacebook
Free download · no sales call

Get this guide as a reference brief (PDF)

Summary + full section list + standards cited, Saha-branded for your memo/RFQ — emailed to you too.

Your email is used only to send the brief + contact from the Saha team · never shared.

Free consult · real quote within 2 hours

Questions after reading? Talk to our engineers

Tell us what you need — our engineers help you spec it right, with a real quote. No charge.

Or reach us directly:02-096-2118LINE: @sahawatt1988
Related Services

Need help with this in your facility?

Our team handles full procurement and installation for the topics covered in this article. Free quote within 2 hours.

Frequently Asked Questions

1

คิดค่าคอมจากยอดขาย กับ จากกำไรขั้นต้น (GP) ต่างกันอย่างไร?

+
คอมจากยอดขายคำนวณจากมูลค่าที่ออกใบกำกับภาษี ไม่สนใจว่าของนั้นซื้อมาเท่าไหร่ ส่วนคอมจากกำไรขั้นต้นคำนวณจาก (ยอดขาย − ต้นทุนสินค้า) แล้วคูณอัตราคอม ผลต่างสำคัญคือแรงจูงใจเรื่องราคา ในแบบยอดขาย ถ้าพนักงานลดราคา 5% เขาเสียคอมแค่ 5% แต่บริษัทอาจเสียกำไรถึง 40-60% ในแบบ GP พนักงานเสียสัดส่วนเท่ากับที่บริษัทเสียพอดี ผลประโยชน์จึงตรงกัน
2

ทำไมคอมจากยอดขายถึงทำให้พนักงานลดราคา?

+
เพราะเลขมันคุ้มสำหรับเขา สมมติงานราคาตั้ง 100,000 บาท ต้นทุน 88,000 บาท กำไรขั้นต้น 12,000 บาท ถ้าลดราคา 5% เหลือ 95,000 บาท กำไรขั้นต้นจะเหลือ 7,000 บาท คือหายไป 5,000 บาท หรือ 41.7% ของกำไรทั้งก้อน แต่ถ้าจ่ายคอม 1% ของยอดขาย พนักงานได้ 1,000 บาทลดเหลือ 950 บาท คือเสียแค่ 50 บาท บริษัทเจ็บมากกว่าพนักงาน 100 เท่าจากการตัดสินใจเดียวกัน แผนแบบนี้ไม่ได้แค่ยอมให้ลดราคา แต่จ่ายเงินให้ลดราคา
3

แล้วเมื่อไหร่ที่คิดคอมจากยอดขายยังใช้ได้ดีอยู่?

+
ใช้ได้ดีเมื่ออัตรากำไรของทุกสินค้าเท่ากันและคงที่ เช่น ขายสินค้าไลน์เดียวราคาเดียวทั้งบริษัท หรือเมื่อพนักงานไม่มีอำนาจต่อรองราคาเลย ราคาถูกล็อกไว้ในระบบและส่วนลดทุกกรณีต้องผ่านผู้บริหาร ในสองกรณีนี้ตัวเลขยอดขายกับกำไรขยับไปด้วยกันเสมอ การคิดจาก GP จึงเพิ่มความยุ่งยากโดยไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมอะไร กฎง่ายๆ คือ ถ้าอัตรากำไรของงานแต่ละใบต่างกันเกิน 5 จุดเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แปลว่าฐานยอดขายเริ่มบิดเบือนแล้ว
4

แผนคอมแบบ GP มักพังเพราะอะไร?

+
พังจากสามเรื่องหลัก หนึ่ง พนักงานไม่เชื่อตัวเลขต้นทุนที่บริษัทให้มา เพราะไม่เคยเห็นที่มา สอง ต้นทุนจริงยังไม่รู้ตอนออกใบกำกับ เช่น ค่าขนส่งมาทีหลัง หรือส่วนลดจากผู้ผลิตยังไม่สรุป สาม เถียงกันเรื่องปันส่วนต้นทุน ว่าค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง ค่าธรรมเนียมโอน ควรตกเป็นภาระของงานใบไหน ทั้งสามเรื่องแก้ได้ด้วยการล็อกต้นทุนมาตรฐานไว้ล่วงหน้า เขียนกติกาปันส่วนเป็นลายลักษณ์อักษร และแสดงสะพานเชื่อมจากยอดในใบกำกับลงมาถึงตัวเลขที่ใช้คำนวณคอม
5

'GP บัญชี' กับ 'GP คำนวณคอม' คืออะไร ทำไมต้องแยกสองคอลัมน์?

+
GP บัญชี คือกำไรขั้นต้นที่ผูกกับสมุดบัญชีโดยตรง เท่ากับยอดตามใบกำกับภาษีลบต้นทุนสินค้าตามใบซื้อ ตรวจย้อนกลับได้ทุกบาท ส่วน GP คำนวณคอม คือตัวเลขหลังปันส่วนรายการที่ตกลงกันไว้ เช่น หักค่าขนส่งเฉพาะงาน หรือบวกส่วนลดจากผู้ผลิตที่ยืนยันแล้ว การแยกสองคอลัมน์แล้วแสดงรายการที่ต่างกันตรงกลาง ทำให้พนักงานเทียบตัวเลขของตัวเองกับใบกำกับได้เสมอ และทุกบรรทัดที่ทำให้ตัวเลขลดลงต้องมีเอกสารอ้างอิง นี่คือสิ่งที่ทำให้แผน GP อยู่รอดในทางปฏิบัติ
6

ถ้าจะเปลี่ยนจากคอมยอดขายมาเป็นคอม GP ควรตั้งอัตราเท่าไหร่?

+
ไม่มีอัตรามาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกบริษัท และไม่ควรลอกอัตราของคนอื่นมาใช้ วิธีที่ถูกต้องคือคำนวณย้อนหลังจากข้อมูลจริงของตัวเอง เอายอดคอมรวมที่จ่ายจริงในช่วง 6-12 เดือนที่ผ่านมา หารด้วยกำไรขั้นต้นรวมในช่วงเดียวกัน ผลลัพธ์คืออัตราที่ทำให้งบคอมรวมใกล้เคียงของเดิม แล้วค่อยปรับขึ้นลงตามที่ต้องการ วิธีนี้ทำให้การเปลี่ยนระบบไม่ทำให้ทีมได้น้อยลงโดยไม่ตั้งใจ
7

ต้องเปิดเผยต้นทุนสินค้าให้พนักงานขายเห็นไหมถ้าใช้ระบบ GP?

+
ไม่จำเป็นต้องเปิดต้นทุนดิบ สิ่งที่พนักงานต้องเห็นคือกำไรขั้นต้นของงานที่ตัวเองทำ และเปอร์เซ็นต์กำไรของงานนั้น ซึ่งเพียงพอต่อการตัดสินใจเรื่องราคาแล้ว หลายบริษัทเลือกแสดงเป็นตัวเลข GP บาทและ GM% ต่อใบงาน โดยไม่แสดงต้นทุนต่อหน่วยหรือชื่อผู้ขายสินค้า วิธีนี้ทำให้แผนใช้งานได้จริงโดยไม่กระทบข้อมูลจัดซื้อที่บริษัทถือเป็นความลับ
8

ระบบไหนดีกว่าถ้าบริษัทเป็นเทรดดิ้งที่มาร์จิ้นบาง?

+
ยิ่งมาร์จิ้นบาง ยิ่งควรคิดจากกำไรขั้นต้น เพราะที่มาร์จิ้นบางส่วนลดเล็กน้อยกินกำไรสัดส่วนมหาศาล ที่กำไรขั้นต้น 8% ส่วนลดเพียง 5% กินกำไรไป 62.5% ในขณะที่ถ้ากำไรขั้นต้น 30% ส่วนลดเท่ากันกินกำไรแค่ 16.7% ธุรกิจเทรดดิ้งที่มาร์จิ้นบางแทบไม่มีพื้นที่ให้พลาดเรื่องราคา แผนที่คิดจากยอดขายจึงเป็นความเสี่ยงต่อกำไรโดยตรง

Related content