เปรียบเทียบน้ำยาทำความเย็นอุณหภูมิต่ำพิเศษ (ultra-low temperature): R-744 (CO2) GWP 1 กับ R-23 (HFC-23) GWP สูงมาก สำหรับงานแช่แข็งเร็ว -40°C, ตู้แช่ ULT -86°C, ระบบ cascade high/low stage, ขีดจำกัด triple point ของ CO2 ที่ -56.6°C, ทางเลือก R-508B/R-170 และการเลือกให้ตรงงานในไทย
งานทำความเย็น "อุณหภูมิต่ำพิเศษ" (ultra-low temperature, ULT) — ตั้งแต่แช่แข็งเร็วอาหารที่ -40°C ไปจนถึงตู้แช่ตัวอย่างชีวภาพ/วัคซีนที่ -80°C — น้ำยาแอร์ทั่วไป (R-410A, R-134a) ทำไม่ได้ ต้องใช้น้ำยาเฉพาะในระบบ cascade
คำถามหลักคือ: เลือก R-744 (CO2) ที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม หรือ R-23 ที่ลงไปเย็นได้ลึกกว่า? บทความนี้เปรียบเทียบให้ชัดตามช่วงอุณหภูมิงานจริง
1. ทำไมงานเย็นจัดต้องใช้น้ำยาพิเศษ
น้ำยาทั่วไปออกแบบมาสำหรับช่วง 0°C ถึง -30°C. เมื่อต้องการต่ำกว่านั้น เกิดปัญหา:
- ความดันด้าน suction ต่ำมากจน compressor ดูดได้ไม่พอ (ประสิทธิภาพตก)
- น้ำยาบางตัวเข้าใกล้จุดเยือกแข็งของตัวเอง
- อัตราส่วนการอัด (compression ratio) สูงเกินจน compressor ตัวเดียวรับไม่ไหว
ทางออกคือ ระบบ cascade — แยกเป็น 2 ชั้น แต่ละชั้นใช้น้ำยาที่เหมาะกับช่วงอุณหภูมิของตน
2. ระบบ Cascade ทำงานอย่างไร
flowchart LR
A[High-stage
R-744 หรือ R-449A] -->|ระบายความร้อน| B[Cascade Heat Exchanger]
B -->|ทำให้ low-stage ควบแน่น| C[Low-stage
R-23 / R-508B / CO2]
C -->|ดึงความเย็นจากห้อง| D[ห้องเย็น -40 ถึง -80°C]- High-stage ใช้น้ำยาช่วงอุณหภูมิกลาง ทำหน้าที่ "ระบายความร้อน" ให้ชั้นล่าง
- Low-stage ใช้น้ำยาเย็นจัด สัมผัสกับห้องเย็นโดยตรง
- ทั้งสองเชื่อมกันผ่าน cascade heat exchanger (ไม่ผสมน้ำยากัน)
จุดสำคัญของการเลือกคือ น้ำยา low-stage เพราะมันกำหนดอุณหภูมิต่ำสุดที่ระบบทำได้
3. R-744 (CO2) — ขีดจำกัดที่ triple point
| คุณสมบัติ | R-744 (CO2) |
|---|---|
| GWP | 1 (อ้างอิงฐาน) |
| ODP | 0 |
| Safety class | A1 (ไม่ติดไฟ ไม่เป็นพิษเฉียบพลัน) |
| จุดเดือด (1 atm) | -78.5°C (sublimation) |
| Triple point | -56.6°C ที่ 5.2 bar |
| ความดันใช้งาน | สูงมาก (ต้องอุปกรณ์ทนแรงดันเฉพาะ) |
ขีดจำกัดสำคัญ: CO2 มี triple point ที่ -56.6°C — ต่ำกว่านี้ในวงจรปกติ CO2 จะ แข็งตัวเป็นน้ำแข็งแห้ง อุดตันระบบ. ในทางปฏิบัติ CO2 ใน low-stage ทำได้ราว -50°C ถึง -54°C อย่างปลอดภัย
เหมาะกับ: แช่แข็งเร็วอาหาร (-40°C), ห้องเย็นเก็บอาหารแช่แข็ง, supermarket — ช่วงที่ CO2 ทำได้ดีและ GWP = 1
4. R-23 (HFC-23) — ลงลึกได้ถึง -80°C แต่ GWP มหาศาล
| คุณสมบัติ | R-23 |
|---|---|
| GWP | ~14,800 (สูงมาก) |
| ODP | 0 |
| Safety class | A1 |
| จุดเดือด (1 atm) | -82°C |
| ช่วงอุณหภูมิงาน | -50°C ถึง -100°C (low-stage) |
| สถานะกำกับ | phase-down เข้มตาม Kigali |
R-23 ลงไปเย็นได้ลึกที่ CO2 ทำไม่ได้ จึงยังจำเป็นในงาน ULT จริงๆ เช่น:
- ตู้แช่ตัวอย่างชีวภาพ/วัคซีน -80°C
- environmental test chamber
- งานวิจัย/เภสัชที่ต้องการ -70°C ลงไป
ข้อเสียใหญ่: GWP ~14,800 (1 กก. = CO2 เกือบ 15 ตัน!) ทำให้กินโควตา HFC มหาศาลและถูก phase-down เข้ม → ราคาขึ้นและหายากขึ้นเรื่อยๆ. R-23 ยังเป็น by-product ของการผลิต HCFC-22 ที่กำลังลดลง
5. ตารางเปรียบเทียบ — เลือกตามช่วงอุณหภูมิ
| ช่วงอุณหภูมิงาน | น้ำยา low-stage แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| -30 ถึง -40°C (แช่แข็งอาหาร) | R-744 (CO2) | GWP 1, ราคาถูก, อยู่เหนือ triple point สบาย |
| -40 ถึง -54°C (blast freezer หนัก) | R-744 (CO2) | ยังทำได้ ใกล้ขีดจำกัดล่างของ CO2 |
| -56 ถึง -70°C | R-23 หรือ R-508B | ต่ำกว่า triple point CO2 แล้ว |
| -70 ถึง -86°C (ULT lab/pharma) | R-23 / R-508B | ต้องการความลึกที่ CO2 ทำไม่ได้ |
กฎง่ายๆ: ถ้างาน ≥ -54°C → เลือก CO2 (เขียว + ถูก). ถ้าต้อง < -56°C จริงๆ → จำเป็นต้องใช้ R-23/R-508B (ยอมรับ GWP สูง)
6. ทางเลือกอื่นและแนวโน้ม
- R-508B — azeotrope (R-23 + R-116) จุดเดือด -87°C, GWP สูงเช่นกัน (~13,400) ใช้แทน R-23 ในบางระบบ ULT
- R-170 (ethane) — natural, GWP ~6, ลงได้ลึก แต่ ติดไฟ (A3) ต้องออกแบบความปลอดภัยเข้มงวด นิยมในงาน ULT ปิดผนึก charge น้อย
- R-1150 (ethylene) — natural อีกตัวสำหรับ ULT แต่ A3 เช่นกัน
- แนวโน้ม: ระบบใหม่พยายามเลี่ยง R-23/R-508B GWP สูง → หันไป CO2 (สูงสุดเท่าที่ triple point ยอม) + natural low-GWP ใน low-stage เมื่อความปลอดภัยเอื้อ
7. ความปลอดภัย + ข้อกำหนดในไทย
- CO2: ไม่ติดไฟ แต่หนักกว่าอากาศ + ไม่มีกลิ่น → ขาดออกซิเจนในที่อับ. ต้องมีเซนเซอร์ CO2 (NDIR) ใกล้พื้น + ระบายอากาศ (ดู ระบบตรวจจับน้ำยารั่ว ASHRAE 15/EN 378/ISO 5149)
- ความดันสูง: ระบบ CO2 ทำงานความดันสูงมาก ต้องใช้ท่อ/อุปกรณ์/วาล์วที่ออกแบบมาเฉพาะ
- R-23/R-508B: เป็นวัตถุอันตราย (ใบ วอ.) + อยู่ใต้โควตา HFC (DIW) — ขอ AHRI 700 ทุกล็อต
- งาน TOR food/pharma มักกำหนดมาตรฐาน cold chain + เอกสารน้ำยา + แผนตรวจรั่ว
ตารางสรุป
| R-744 (CO2) | R-23 | |
|---|---|---|
| GWP | 1 | ~14,800 |
| Safety | A1 | A1 |
| อุณหภูมิต่ำสุด (ปฏิบัติ) | ~-54°C (triple point -56.6°C) | -80 ถึง -100°C |
| ความดัน | สูงมาก | ปกติ |
| สถานะกำกับ | natural, ไม่โดน phase-down | phase-down เข้ม (Kigali) |
| เหมาะกับ | แช่แข็งอาหาร -40°C, supermarket | ULT lab/pharma -80°C |
คำถามที่พบบ่อย
Q: ระบบ CO2 transcritical กับ cascade ต่างกันอย่างไร?
A: Transcritical = CO2 เป็นน้ำยาตัวเดียวทั้งระบบ ทำงานเหนือจุดวิกฤต นิยมในซูเปอร์มาร์เก็ตเมืองหนาว/อากาศกลาง. Cascade = CO2 เป็น low-stage คู่กับ high-stage อีกตัว เหมาะอากาศร้อนอย่างไทยและงานเย็นจัด เพราะ transcritical ประสิทธิภาพตกเมื่ออากาศร้อน
Q: เปลี่ยนจาก R-23 เป็น CO2 ได้เลยไหม?
A: ไม่ใช่การเปลี่ยนน้ำยาเฉยๆ — เป็นการเปลี่ยน "ระบบ" เพราะ CO2 ทำงานความดันสูงกว่ามากและมีขีดจำกัด triple point. ทำได้เฉพาะเมื่อออกแบบระบบใหม่และอุณหภูมิงานอยู่ในช่วงที่ CO2 รับได้ (≥ -54°C)
Q: น้ำแข็งแห้ง (dry ice) เกี่ยวอะไรกับ CO2 ในระบบ?
A: น้ำแข็งแห้งคือ CO2 แข็ง — เป็นสิ่งที่เราต้อง "เลี่ยง" ในวงจรทำความเย็น. ถ้า CO2 ในระบบลงต่ำกว่า triple point (-56.6°C) มันจะแข็งตัวอุดตัน expansion valve/ท่อ ทำให้ระบบล่ม
Q: งานวัคซีน -80°C ไทยใช้น้ำยาอะไร?
A: ตู้แช่ ULT -80°C ส่วนใหญ่ใช้ cascade ที่ low-stage เป็น R-23 หรือ R-508B (หรือ natural R-170 ในบางรุ่นปิดผนึก). CO2 ทำ -80°C ไม่ได้เพราะ triple point. เลือกตามรุ่นเครื่องและข้อกำหนด cold chain
ติดต่อขอใบเสนอราคา
ทีมงานสหวัฒนกิจจำหน่ายน้ำยาทำความเย็นครบช่วงอุณหภูมิ — R-744 (CO2), R-23, R-508B และน้ำยา high-stage (R-449A/R-513A) รับรอง AHRI 700 (2019) + ใบอนุญาตวัตถุอันตราย (วอ.) ครบ ช่วยจับคู่น้ำยากับช่วงอุณหภูมิงานและข้อกำหนดความปลอดภัย
- โทร: 02-096-2118
- LINE: @406rrgvm
- อีเมล: info@sahawatthanakit1988.com
- ขอใบเสนอราคา: /quote?service=refrigerant
ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?
ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อย
1CO2 (R-744) ลงไปเย็นได้ต่ำสุดเท่าไร?
+
2ทำไม R-23 ยังถูกใช้ทั้งที่ GWP สูงมาก?
+
3ระบบ cascade คืออะไร ทำไมต้องใช้กับงานเย็นจัด?
+
4งานแช่แข็งอาหาร -40°C ควรเลือก CO2 หรือ R-23?
+
5CO2 มีข้อควรระวังด้านความปลอดภัยอย่างไร?
+
ตารางเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Magnetic Bearing Compressor (Turbocor) vs Screw Compressor — เทียบ TCO 15 ปีในงานชิลเลอร์ไทย
เปรียบเทียบคอมเพรสเซอร์ชิลเลอร์ 2 ชนิด: magnetic bearing centrifugal แบบ oil-free (Danfoss Turbocor) กับ screw compressor แบบ positive displacement — ครอบคลุมประสิทธิภาพ part-load IPLV, ต้นทุนเริ่มต้น, ค่าบำรุงรักษา, oil-free vs oil-flooded, surge limit, และโมเดล TCO 15 ปีที่ค่าไฟไทย ~฿4.5/kWh พร้อมแนวทางเลือกให้ตรงงาน data center, โรงพยาบาล, ห้าง และโรงงาน
ระบบตรวจจับน้ำยาแอร์รั่ว ASHRAE 15 / EN 378 / ISO 5149 — คู่มือเลือก Gas Detector สำหรับโรงงานและห้องเครื่องในไทย
คู่มือระบบตรวจจับสารทำความเย็นรั่ว (refrigerant leak detection) ตาม ASHRAE 15, EN 378 และ ISO 5149: ชนิดเซนเซอร์ (NDIR/semiconductor/electrochemical/heated-diode), เกณฑ์แจ้งเตือน RCL และ 25% LFL, ตำแหน่งติดตั้ง, ข้อกำหนด A2L (R-32/R-454B) ตาม IEC 60335-2-40, machinery room ventilation และข้อกำหนดงานราชการในไทย
R-134a เลิกใช้เมื่อไร? ไทม์ไลน์ phase-down ตาม Kigali Amendment และแผนเปลี่ยนน้ำยาทดแทนในไทย
คู่มือไทม์ไลน์การลดใช้ R-134a: ทำไม R-134a ไม่ได้ถูกห้ามตาม Montreal Protocol เดิมแต่อยู่ใต้ Kigali Amendment (HFC phasedown), ตารางลดโควตา HFC ของไทย (DIW), EU F-Gas + MAC Directive, น้ำยาทดแทน R-1234yf (รถยนต์) และ R-513A/R-1234ze (chiller) พร้อมแผนเปลี่ยนสำหรับโรงงานและรถยนต์ในไทย
Glycol Chiller vs DX Cooling สำหรับโรงงานอาหาร — เลือกระบบทำความเย็นตาม ASHRAE 90.1 / BEC ไทย
เปรียบเทียบระบบทำความเย็น 2 แบบสำหรับงาน food processing: DX (Direct Expansion) ที่น้ำยาระเหยในคอยล์โดยตรง กับ Glycol Chiller ระบบ secondary loop ที่ใช้ propylene glycol — ครอบคลุมข้อจำกัด refrigerant charge ตาม ASHRAE 15 / EN 378, ความปลอดภัยอาหาร PG vs EG, ประสิทธิภาพพลังงานตาม ASHRAE 90.1 / BEC, การเลือก concentration ของ glycol, และแนวทางเลือกให้ตรงงานโรงงานอาหารไทย
