Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
สหวัฒนกิจ (1988)

สีอุตสาหกรรม + Anti-Corrosion Coating สำหรับงานก่อสร้างและรับเหมา

เลือก coating ให้ถูก spec ตั้งแต่ชั้นแรก — ลดการเกิดสนิมบนโครงสร้างเหล็กก่อนและหลังเทคอนกรีต

สรุป

ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ต้องปกป้องโครงสร้างเหล็กจากสนิมและความชื้นสามารถเลือกสีตาม ISO 12944 corrosivity class C3–C5 ได้แก่ zinc-rich primer สำหรับเหล็กเสริม, epoxy coating สำหรับพื้นผิวที่สัมผัสดิน, และ coal tar epoxy สำหรับงานใต้ดินหรือจมน้ำ (Im1–Im3) สหวัฒนกิจ (1988) จัดหาสีอุตสาหกรรมครบทุก spec พร้อมเอกสาร MSDS และ TDS สำหรับงานก่อสร้างทั่วกรุงเทพและปริมณฑล

  • สีประเภท zinc-rich primer (ปริมาณ zinc dust ≥ 80% by weight ในฟิล์มแห้ง) ให้การป้องกันสนิมแบบ cathodic protection บนโครงสร้างเหล็กก่อนเทคอนกรีต ตามมาตรฐาน ISO 12944
  • การเลือก corrosivity class ตาม ISO 12944 สำหรับงานก่อสร้างในไทย: C3 (สภาพแวดล้อมทั่วไป), C4 (ชายฝั่ง/อุตสาหกรรม), C5 (ความชื้นสูงมาก/ไอเคมี)
  • Coal tar epoxy และ bitumen coating เหมาะกับ immersion class Im1 (น้ำจืด), Im2 (น้ำทะเล), Im3 (ดินและใต้ดิน) ตาม ISO 12944
  • งาน sandblast ก่อนทาสีต้องการ air compressor ที่คำนวณ CFM ให้ถูกต้องตาม ISO 1217 เพื่อให้ได้ surface profile Sa 2.5 ตามมาตรฐาน SSPC/NACE
  • Epoxy coating (2-component) มี film thickness ทั่วไปอยู่ที่ 100–250 µm DFT ต่อชั้น เหมาะกับโครงสร้างเหล็กที่ต้องการ barrier protection ในงานก่อสร้างระยะยาว
  • สหวัฒนกิจ (1988) จัดส่งสีอุตสาหกรรมพร้อมเอกสาร MSDS, TDS และ compliance docs ตรงไซต์งานในเขตกรุงเทพและปริมณฑล

ทำไมงานก่อสร้างถึงต้องการ Anti-Corrosion Coating ที่ถูก Spec

โครงสร้างเหล็กในงานก่อสร้างเสื่อมสภาพเร็วที่สุดในช่วงก่อนและระหว่างการเทคอนกรีต เนื่องจากสัมผัสความชื้น ดิน และน้ำในสภาวะที่ยังไม่มีการปกป้อง สนิมที่เกิดบนเหล็กเสริม (rebar) ก่อนเทคอนกรีตทำให้แรงยึดเกาะระหว่างเหล็กและคอนกรีตลดลง ส่งผลต่อกำลังรับน้ำหนักของโครงสร้างโดยตรง การเลือก coating ที่ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอน surface preparation จนถึง topcoat ช่วยยืดอายุโครงสร้างและลดต้นทุน rework การเลือกตาม corrosivity class ของ ISO 12944 — C3 สำหรับสภาพแวดล้อมทั่วไปในเขตเมือง, C4 สำหรับพื้นที่ใกล้ชายฝั่งหรืออุตสาหกรรม, C5 สำหรับพื้นที่ความชื้นสูงหรือมีไอเคมี — เป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องในการ specify งาน coating สำหรับผู้รับเหมา

เปรียบเทียบ Coating ระบบหลัก: Zinc-Rich, Epoxy, PU, Coal Tar สำหรับงานก่อสร้าง

การเลือก coating ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน ตำแหน่งโครงสร้าง และระดับ corrosivity class ที่กำหนด ดังนี้ **Zinc-Rich Primer** — ให้การป้องกันแบบ cathodic protection โดยอาศัยสังกะสี (zinc dust ≥ 80% by weight ในฟิล์มแห้ง) ทำปฏิกิริยาแทนเหล็กเมื่อสัมผัสความชื้น เหมาะสำหรับเหล็กเสริมหรือโครงสร้างเหล็กที่ต้องการการปกป้องชั้นแรกก่อนเทคอนกรีต ใช้ได้ทั้งระบบ inorganic zinc (IZS) และ organic zinc (epoxy zinc-rich) **Epoxy Coating (2-Component)** — ให้ barrier protection ที่แข็งแกร่ง chemical resistance สูง เหมาะกับโครงสร้างเหล็กที่สัมผัสดิน ฐานราก หรือพื้นที่อับชื้น DFT ทั่วไปอยู่ที่ 100–250 µm ต่อชั้น สามารถใช้เป็น intermediate coat หรือ topcoat ในระบบ 3-coat ได้ **Polyurethane (PU) Topcoat** — ให้ความทนทานต่อ UV และการขัดถูสูง นิยมใช้เป็น topcoat ของโครงสร้างที่เปิดโล่งและมองเห็นได้ เช่น สะพาน โครงหลังคาเหล็ก ต้องใช้ร่วมกับ epoxy primer เสมอในงานก่อสร้างที่ต้องการ C4–C5 protection **Coal Tar Epoxy / Bitumen** — เหมาะกับ immersion class Im1 (น้ำจืด), Im2 (น้ำทะเล), Im3 (ดินและใต้ดิน) ตาม ISO 12944 นิยมใช้กับงานท่อฝังดิน เสาเข็ม และโครงสร้างใต้น้ำในงานก่อสร้าง มีราคาคุ้มค่าและทนต่อการซึมผ่านของน้ำได้ดีมาก [ขอใบเสนอราคาสีอุตสาหกรรม →](#quote)

Surface Preparation: Sandblast และ CFM Calculation ก่อนทาสี

การเตรียมผิวที่ถูกต้องคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำให้ coating ยึดเกาะและมีอายุการใช้งานตามที่กำหนด สำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการ coating ระบบ zinc-rich หรือ epoxy การ sandblast ให้ได้ surface profile Sa 2.5 ตามมาตรฐาน SSPC/NACE เป็นข้อกำหนดพื้นฐาน การเลือก air compressor สำหรับงาน sandblast ต้องคำนวณ CFM (cubic feet per minute) ให้เพียงพอกับขนาดหัว nozzle และจำนวนหัวที่ใช้พร้อมกัน ตามแนวทาง ISO 1217 compressor ที่ under-spec จะทำให้ความดันตก ประสิทธิภาพการ blast ลดลง และ surface profile ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ coating ล้มเหลวก่อนกำหนด สหวัฒนกิจ (1988) มีข้อมูล sizing guide สำหรับการคำนวณ CFM ในงาน sandblast + spray painting สำหรับผู้รับเหมา

วิธีเลือก Coating Spec ให้ตรงกับ ISO 12944 Corrosivity Class

ผู้รับเหมาสามารถ specify coating system ได้อย่างถูกต้องโดยเริ่มจากการกำหนด corrosivity class ของสภาพแวดล้อมโครงการ จากนั้นเลือกระบบ coating ที่ผ่านการ test ตาม ISO 12944 ในระดับนั้น **C3 (Medium):** โครงสร้างในเขตเมืองทั่วไป ความชื้นปานกลาง — ระบบ zinc primer + epoxy intermediate + PU topcoat (total DFT ≈ 200–280 µm) มักเพียงพอ **C4 (High):** พื้นที่ใกล้ชายฝั่ง โรงงานอุตสาหกรรม หรือพื้นที่มีไอน้ำเกลือ — ต้องการ inorganic zinc primer + high-build epoxy + PU topcoat (total DFT ≈ 320–400 µm) **C5 (Very High):** สภาพแวดล้อมที่มีไอเคมีหรือความชื้นสูงมาก เช่น โครงสร้างใกล้กระบวนการผลิตที่มีกรด/ด่าง — ต้องใช้ epoxy high-build หรือ epoxy phenolic พร้อม zinc-rich primer และ PU topcoat grade พิเศษ **Im1–Im3 (Immersion):** งานโครงสร้างจมน้ำหรือฝังดิน — ใช้ coal tar epoxy หรือ bitumen coating ที่ผ่านการ test ตาม immersion class ที่กำหนด เอกสาร TDS และ MSDS ของ coating แต่ละระบบพร้อมให้ดาวน์โหลดหรือขอรับจากทีมงานสหวัฒนกิจ (1988) เพื่อประกอบการยื่น BOQ และ spec sheet ในโครงการ

การวางแผนจัดส่งสีและ Coating สำหรับไซต์ก่อสร้างหลายจุด

ไซต์ก่อสร้างในเขตกรุงเทพและปริมณฑลมักมีหลายจุดพร้อมกัน การจัดส่งสินค้าตรงไซต์งานช่วยลดต้นทุนการขนส่งภายในและลดความเสี่ยงจากการจัดเก็บสีในสภาวะที่ไม่เหมาะสม สหวัฒนกิจ (1988) รองรับการจัดส่งตรงไซต์งานพร้อมเอกสาร MSDS, TDS และ compliance docs ครบในชุดเดียว สำหรับโครงการที่ต้องการ coating หลาย spec พร้อมกัน (เช่น zinc-rich primer สำหรับเหล็กโครงสร้าง + coal tar epoxy สำหรับท่อใต้ดิน + PU topcoat สำหรับพื้นผิวที่มองเห็น) สามารถรวม order เดียวและระบุจุดจัดส่งแยกตาม phase ของโครงการได้ [พูดคุยกับทีมงานผ่าน LINE OA →](#line)

Checklist สำหรับผู้รับเหมา: ข้อมูลที่ต้องระบุเมื่อขอใบเสนอราคาสีอุตสาหกรรม

การขอใบเสนอราคาที่ถูกต้องและรวดเร็วต้องระบุข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบ: (1) ประเภทโครงสร้างและวัสดุพื้นผิว (เหล็กโครงสร้าง, เหล็กเสริม, คอนกรีต, อื่นๆ) (2) corrosivity class หรือสภาพแวดล้อมของไซต์งาน (3) immersion class ถ้าโครงสร้างสัมผัสน้ำหรือดิน (4) พื้นที่ผิวรวม (ตร.ม.) ที่ต้องการ coating (5) ระบบ coating ที่ต้องการ (จำนวนชั้น, DFT ที่กำหนด) (6) มาตรฐานที่ project spec กำหนด (ISO 12944, SSPC, NACE หรือ TIS/มอก.) (7) กำหนดการ delivery ตาม construction schedule การมีข้อมูลครบตั้งแต่ต้นช่วยให้ทีมงานสหวัฒนกิจ (1988) เสนอ coating system ที่ตรง spec และราคาที่แม่นยำโดยไม่ต้องแก้ BOQ ซ้ำ

เปรียบเทียบ Coating ระบบหลักสำหรับงานก่อสร้างตาม ISO 12944

คุณสมบัติZinc-Rich PrimerEpoxy (2K)PU TopcoatCoal Tar Epoxy
กลไกการปกป้องCathodic protectionBarrier protectionUV + abrasion resistanceBarrier + immersion
ISO 12944 ClassC3–C5 (primer)C3–C5 (intermediate/topcoat)C3–C5 (topcoat)Im1, Im2, Im3
DFT ทั่วไป (µm/ชั้น)50–75100–25040–80150–300
การใช้งานหลักในงานก่อสร้างเหล็กโครงสร้าง, rebarฐานราก, โครงสร้างเหล็กโครงหลังคา, สะพานท่อฝังดิน, เสาเข็ม, ใต้น้ำ
ต้องใช้ร่วมกับEpoxy intermediate + topcoatZinc primer + PU topcoatZinc primer + epoxy intermediateใช้ได้เป็น standalone หรือ 2-coat
Surface prep ขั้นต่ำSa 2.5 (SSPC/NACE)Sa 2.5 หรือ St 3ตาม primer ที่ใช้Sa 2.5 สำหรับงาน immersion
เอกสาร MSDS/TDSมีมีมีมี

คำถามที่พบบ่อย

สีประเภทไหนเหมาะกับเหล็กเสริมก่อนเทคอนกรีตในงานก่อสร้าง?

Zinc-rich primer เหมาะที่สุดสำหรับเหล็กเสริม เนื่องจากให้การป้องกันแบบ cathodic protection โดยสังกะสีทำปฏิกิริยาแทนเหล็กเมื่อสัมผัสความชื้น ช่วยชะลอการเกิดสนิมได้แม้มีรอยขีดข่วนบนฟิล์มสี ต้อง specify ให้ได้ zinc dust ≥ 80% by weight ในฟิล์มแห้งตาม ISO 12944

ความแตกต่างระหว่าง epoxy coating กับ coal tar epoxy ในงานก่อสร้างคืออะไร?

Epoxy coating (2-component) เหมาะกับโครงสร้างเหนือดินที่ต้องการ barrier protection และ chemical resistance ส่วน coal tar epoxy ออกแบบมาสำหรับงาน immersion (Im1–Im3) เช่น ท่อฝังดิน เสาเข็ม โครงสร้างใต้น้ำ เนื่องจากทนต่อการซึมผ่านของน้ำได้ดีกว่าในราคาที่คุ้มค่ากว่าสำหรับงานปริมาณมาก

ต้อง sandblast ก่อนทาสีเสมอไหมสำหรับงานก่อสร้าง?

ขึ้นอยู่กับระบบ coating และ corrosivity class ที่กำหนด สำหรับ zinc-rich primer และ coal tar epoxy ในงาน immersion (Im1–Im3) การ sandblast ให้ได้ Sa 2.5 ตาม SSPC/NACE เป็นข้อกำหนดบังคับ สำหรับงาน C3 ที่ใช้ epoxy บางกรณีสามารถใช้ power tool cleaning (St 3) ได้ตาม spec ที่กำหนด

สหวัฒนกิจ (1988) จัดส่งสีตรงไซต์งานหลายจุดได้ไหม?

ได้ สหวัฒนกิจ (1988) รองรับการจัดส่งตรงไซต์งานในเขตกรุงเทพและปริมณฑล พร้อมเอกสาร MSDS, TDS และ compliance docs ในชุดเดียว สามารถแยกจุดจัดส่งตาม phase ของโครงการและรวม order ที่มี coating หลาย spec พร้อมกันได้

ส่งสเปก + ปริมาณ → ใบเสนอราคาภายใน 2 ชม.

ทีมสหวัฒนกิจ (1988) ตอบกลับในเวลาทำการ จ-ศ 08:30-17:30

ขอใบเสนอราคา

บริการที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง