คู่มือผู้ซื้อห้องเย็นอุตสาหกรรม: แยกประเภท chiller (+2 ถึง +8°C) / freezer (−18 ถึง −25°C) / blast freezer → คำนวณ cooling load จริงก่อนเลือกเครื่อง → เปรียบเทียบสารทำความเย็น R-449A/R-448A/R-290/R-744/NH3 → เลือกความหนาฉนวน PIR → checklist ถามผู้รับเหมา + มาตรฐาน EN 378/ISO 5149/GDP/HACCP สำหรับโรงงานในไทย
ห้องเย็นสร้างเสร็จแล้วแต่อุณหภูมิไม่ลงถึงเป้า — ค่าไฟต่อเดือนสูงกว่าที่คิด 40% — ผนังเป็นหยดน้ำและน้ำแข็งเกาะ — compressor เดินตลอดไม่ตัด เหล่านี้ไม่ใช่ "เครื่องไม่ดี" เกือบทุกครั้งสาเหตุคือ ห้องเย็นถูก spec ผิดตั้งแต่ต้น: เลือกประเภทผิด คำนวณ cooling load ต่ำไป เลือกสารทำความเย็นไม่ตรงช่วงอุณหภูมิ หรือฉนวนบางเกินไป
ห้องเย็นคืองานลงทุนหลักล้าน และแก้ทีหลังแพงกว่าทำให้ถูกตั้งแต่แรกมาก บทความนี้เขียนสำหรับผู้ที่ต้องตัดสินใจสร้างหรืออัพเกรดห้องเย็นโรงงาน: แยกประเภทห้องให้ถูก → คำนวณ cooling load จริง → เลือกสารทำความเย็นตามช่วงอุณหภูมิและ GWP → เลือกความหนาฉนวน → มี checklist ถามผู้รับเหมาก่อนเซ็นสัญญา
บทความนี้เน้น ห้องเย็น/คลังเย็น (room/warehouse) สำหรับเก็บสินค้า สำหรับการเลือกระบบและน้ำยาของ เครื่อง Freeze Dryer / Lyophilizer โดยเฉพาะ อ่านได้ที่ เลือกระบบทำความเย็นและน้ำยาสำหรับ Freeze Dryer และสำหรับงานเย็นจัดระดับ ULT (−70°C ลงไป) อ่าน Retrofit สารทำความเย็น VLT/ULT
1. ห้องเย็น 3 ประเภท — เลือกผิดประเภท = ผิดทั้งระบบ
ก่อนคุยเรื่องเครื่องหรือน้ำยา ต้องตอบให้ชัดก่อนว่าห้องที่ต้องการเป็นประเภทไหน เพราะมันกำหนดทุกอย่างที่ตามมา
| ประเภท | ช่วงอุณหภูมิ | หน้าที่ | ตัวอย่างสินค้า | สารทำความเย็นทั่วไป |
|---|---|---|---|---|
| Chiller / ห้องเย็นธรรมดา (Medium Temp) | +2 ถึง +8°C | เก็บของสด ชะลอการเสื่อม | ผัก ผลไม้ นม เนื้อสด ยา/วัคซีน | R-449A, R-448A, R-134a |
| Freezer / ห้องแช่แข็ง (Low Temp) | −18 ถึง −25°C | เก็บอาหารแช่แข็งระยะยาว | อาหารทะเล เนื้อแช่แข็ง ไอศกรีม | R-449A, R-448A, R-744, NH3 |
| Blast Freezer / Blast Chiller | อากาศ −35 ถึง −40°C | ลด อุณหภูมิแกนสินค้าให้ผ่านเร็ว | freeze สด → −18°C ใน 2–4 ชม. | R-744, NH3, R-449A |
จุดที่สับสนบ่อย: Blast freezer ไม่ใช่ห้องเก็บ แต่เป็นเครื่อง "ลดอุณหภูมิ" สินค้าให้ผ่านโซน −1 ถึง −5°C (โซนที่ผลึกน้ำแข็งโตและทำลายเนื้อสินค้า) ให้เร็วที่สุด แล้วจึงย้ายไปเก็บใน freezer room ปกติ ถ้าเอา blast มาทำหน้าที่เก็บระยะยาวจะเปลือง energy มหาศาล และถ้าใช้ freezer ธรรมดามาแช่ของร้อน อุณหภูมิห้องจะเด้งขึ้นกระทบสินค้าอื่นทั้งห้อง
2. Cooling Load — เริ่มจากตรงนี้เสมอ ก่อนเลือกเครื่อง
ความผิดพลาดที่แพงที่สุดคือเลือกขนาด compressor จาก "ปริมาตรห้อง" หรือสูตรนิ้วโป้งอย่างเดียว ขนาดเครื่องที่ถูกต้องมาจาก cooling load (heat load) ซึ่งคือผลรวมความร้อนที่ต้องดึงออกจากห้องต่อชั่วโมง ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก:
Q_total = Q_transmission + Q_product + Q_infiltration + Q_internal (แล้วบวก safety factor)
| องค์ประกอบ | ความหมาย | สูตรประมาณ |
|---|---|---|
| Q_transmission | ความร้อนซึมผ่านผนัง/หลังคา/พื้น | U × A × ΔT (U จากความหนาฉนวน, ΔT = อุณหภูมิภายนอก − ภายในห้อง) |
| Q_product | ความร้อนจากสินค้าที่ต้องลดอุณหภูมิ + ความร้อนแฝงตอนแช่แข็ง | m × cp × ΔT (sensible) + m × hf (latent ถ้าแช่แข็ง) |
| Q_infiltration | อากาศร้อนเข้าทุกครั้งที่เปิดประตู + รั่วซึม | จากจำนวน air change/วัน × enthalpy difference |
| Q_internal | ไฟ พัดลม evaporator คน รถยก มอเตอร์ | รวม wattage ของอุปกรณ์ + ความร้อนคน/รถ |
ตัวอย่างประมาณการ (ห้อง Freezer −20°C ขนาด 8×6×4 ม. = 192 m³):
- Transmission: ผนัง+หลังคา+พื้นรวม ~208 m², ฉนวน PIR 125 มม. (U ≈ 0.18 W/m²·K), ΔT = 38−(−20) = 58°C →
0.18 × 208 × 58 ≈ 2.2 kW - Product: เนื้อแช่แข็งเข้า 3,000 kg/วัน ที่ −18°C (เข้ามาแล้ว, sensible เล็กน้อย) → ~`1.5 kW` เฉลี่ย
- Infiltration: เปิดประตูบ่อย ~4 air change/วัน → ~`1.8 kW`
- Internal: evaporator fan + ไฟ + รถยกบางช่วง → ~`1.5 kW`
- รวม ≈ 7.0 kW → บวก safety + defrost 20% → เลือกเครื่องที่ ~8.4 kW (≈ 28,700 BTU/hr) ขึ้นไป
ตัวเลขนี้เป็น ประมาณการเพื่อให้เห็นภาพ — งานจริงต้องคำนวณจาก batch สินค้า ความถี่เปิดประตู และข้อมูล ambient จริง ลองประเมินขนาดน้ำยาที่ต้องชาร์จเบื้องต้นได้ที่ เครื่องคำนวณปริมาณน้ำยาแอร์ แล้วให้ทีมวิศวกรช่วยตรวจ load จริงก่อนตัดสินใจ
3. แผนผังตัดสินใจ: ช่วงอุณหภูมิ → ระบบ + สารทำความเย็น
flowchart TD
A["กำหนดอุณหภูมิห้องเป้าหมาย
+ ขนาด cooling load (kW)"] --> B{"อุณหภูมิห้อง
เท่าไร?"}
B -->|"+2 ถึง +8°C
(chiller / cold chain ยา)"| C["Medium Temp
R-449A / R-448A / R-134a
Condensing unit ธรรมดา"]
B -->|"−18 ถึง −25°C
(freezer เก็บอาหารแช่แข็ง)"| D{"ขนาดงาน
ใหญ่แค่ไหน?"}
B -->|"−30 ถึง −40°C
(blast freezer)"| E["Low/Blast
R-744 cascade หรือ NH3
หรือ R-449A เครื่องใหญ่"]
D -->|"เล็ก–กลาง
(< ~50 kW)"| F["R-449A / R-448A
single-stage / booster"]
D -->|"ใหญ่ระดับคลัง
(> ~100 kW)"| G["R-744 transcritical
หรือ NH3 (R-717)
ประสิทธิภาพสูงสุด"]
C --> H["ฉนวน PIR 75–100 มม.
GDP/HACCP ตามสินค้า"]
F --> I["ฉนวน PIR 100–150 มม.
+ floor heating"]
G --> J["ห้องเครื่องแยก + ระบบ
ความปลอดภัยตาม EN 378"]
E --> J4. เลือกสารทำความเย็นห้องเย็น — สมดุลระหว่างช่วงอุณหภูมิ ประสิทธิภาพ GWP และความปลอดภัย
นี่คือการตัดสินใจที่กระทบทั้งค่าไฟระยะยาว ต้นทุนเครื่อง และความเสี่ยงด้านกฎหมาย (Kigali HFC phase-down)
| สารทำความเย็น | ชนิด | GWP | ช่วงใช้งาน | Safety | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|---|
| R-449A / R-448A | HFO/HFC blend | ~1,390 | Medium + Low | A1 | ทดแทน R-404A โดยตรง — ตัวเลือกหลักของห้องใหม่ขนาดเล็ก–กลางในไทย |
| R-404A | HFC | ~3,922 | Medium + Low | A1 | เก่า GWP สูง อยู่ใน phase-down — เลี่ยงในระบบใหม่ |
| R-134a | HFC | ~1,430 | Medium (chiller) | A1 | chiller / cold chain ยา ระบบเล็ก |
| R-407F | HFC | ~1,825 | Medium + Low | A1 | ทางเลือกทดแทน R-404A อีกตัว |
| R-744 (CO2) | ธรรมชาติ | 1 | Low + Blast | A1 | คลังเย็นใหญ่ — transcritical/cascade ประหยัดระยะยาว แต่ในอากาศร้อนไทยต้องออกแบบ parallel compression/ejector |
| R-717 (แอมโมเนีย) | ธรรมชาติ | 0 | Low + Blast | B2L (พิษ) | โรงงานใหญ่/ห้องเย็นอุตสาหกรรม ประสิทธิภาพสูงสุด แต่ต้องมีห้องเครื่อง + ระบบตรวจจับ + บุคลากรอบรม |
| R-290 (โพรเพน) | ธรรมชาติ | 3 | Medium + Low | A3 (ติดไฟ) | ตู้/ห้อง self-contained ขนาดเล็ก คุมปริมาณชาร์จตาม IEC 60335-2-89 (เดิม 150 g, ปัจจุบันถึง 500 g) |
แนวทางเลือก:
- ห้องเล็ก–กลางทั่วไป (โรงงานอาหาร SME, ห้องเก็บยา): R-449A หรือ R-448A — GWP ต่ำกว่า R-404A เกือบ 3 เท่า, drop-in เกือบสมบูรณ์, ใช้น้ำมัน POE เหมือนกัน, อะไหล่หาง่ายในไทย
- คลังเย็นขนาดใหญ่ (> 100 kW): พิจารณา R-744 (CO2) หรือ NH3 — ต้นทุนติดตั้งสูงกว่าแต่ค่าไฟระยะยาวต่ำและไม่มีความเสี่ยง HFC phase-down (อ่านเปรียบเทียบ natural refrigerant ที่ R-290/R-600a/R-744 ในไทย)
- ห้องเก่าที่ยังใช้ R-22: ต้องวางแผนเปลี่ยน — R-22 เลิกนำเข้าแล้ว ดู คู่มือ phase-out R-22
เรื่องกฎหมายที่มองข้ามไม่ได้: R-744 และ NH3 ปริมาณชาร์จมากต้องประเมินตาม EN 378 / ISO 5149 เรื่อง charge limit ต่อพื้นที่และประเภทการเข้าถึง (occupancy) ส่วนสารติดไฟอย่าง R-290 มีเพดานปริมาณชาร์จตาม IEC 60335-2-89 — เกินกว่านั้นต้องออกแบบ secondary loop แทนการชาร์จตรง
5. ฉนวน PIR / PU Sandwich Panel — เลือกความหนาตามอุณหภูมิ
ฉนวนคือสิ่งที่กำหนด transmission load และค่าไฟตลอดอายุห้อง การประหยัดค่า panel ตอนสร้างมักแพงกว่ามากเมื่อคิดค่าไฟ 10–15 ปี
| ช่วงอุณหภูมิห้อง | ความหนา PIR/PU แนะนำ | ค่า U ประมาณ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| +2 ถึง +8°C (chiller) | 75–100 มม. | ~0.22–0.29 W/m²·K | เพียงพอสำหรับงานเก็บของสด |
| −18 ถึง −25°C (freezer) | 100–150 มม. | ~0.15–0.22 W/m²·K | ต้องมี vapor barrier + floor heating |
| −30 ถึง −40°C (blast / ULT) | 150–200 มม. | ~0.11–0.15 W/m²·K | ฉนวนพื้นและ thermal break รอบประตูสำคัญมาก |
ประเด็นที่ต้องระวัง:
- ค่า k ของแกน: PIR ดีกว่า PUR เล็กน้อย (~0.022 vs 0.023 W/m·K) และทนไฟดีกว่า — ขอ spec ค่า k และ class การลามไฟ (EN 13501 / FM) จากผู้ขาย panel
- Vapor barrier + รอยต่อ: ห้อง freezer ถ้าไอน้ำซึมเข้าไปควบแน่นในแกนฉนวน → ฉนวนเสื่อม เกิดน้ำแข็งในผนัง รอยต่อ panel และซิลิโคนต้องสมบูรณ์
- Floor heating ในห้อง freezer: พื้นที่เย็นกว่า 0°C ต่อเนื่องจะทำให้ความชื้นในดินใต้พื้นแข็งตัวและดันพื้นแตก (frost heave) — ต้องมี heating cable หรือ ventilated void ใต้พื้น
6. มาตรฐานและการ compliance — แตกต่างตามประเภทสินค้า
ห้องเย็นไม่ใช่แค่ "เย็นถึงเป้า" แต่ต้องผ่านข้อกำหนดของสินค้าที่เก็บ
| ประเภทสินค้า | มาตรฐานหลัก | ข้อกำหนดสำคัญ |
|---|---|---|
| ยา / วัคซีน (cold chain) | GDP — WHO TRS 961 Annex 9 + GDP ของ อย. | +2 ถึง +8°C, temperature mapping ทุกจุด, data logger ต่อเนื่อง, alarm + backup ไฟดับ, validation IQ/OQ/PQ |
| อาหารแช่แข็ง | HACCP / GMP + Codex CXC 8 | แกนสินค้า ≤ −18°C, บันทึกอุณหภูมิ, ป้องกัน cross-contamination |
| อาหารสด (chiller) | HACCP / GMP | คุมช่วง +2 ถึง +8°C, แยกโซนวัตถุดิบ/สุก |
| ความปลอดภัยระบบทำความเย็น | EN 378 / ISO 5149 + พ.ร.บ. โรงงาน | charge limit ตาม occupancy, ระบบตรวจจับรั่ว (โดยเฉพาะ NH3/CO2), ห้องเครื่อง |
| พลังงาน | DEDE / เบอร์ 5 / MEPS | ค่า COP ขั้นต่ำ, การเลือกเครื่องประหยัดไฟ |
สำหรับห้องเก็บยา GDP เป็น "ต้องมี" ไม่ใช่ "ควรมี": ผู้ตรวจ อย. จะขอดูเอกสาร temperature mapping (พิสูจน์ว่ามุมบนสุดของห้องและจุดใกล้ประตูยังอยู่ใน +2 ถึง +8°C), กราฟ data logger ย้อนหลัง, และแผนรับมือเมื่อไฟดับ ออกแบบห้องโดยไม่เผื่อ mapping และ backup ตั้งแต่ต้น = แก้ทีหลังแพงและอาจเสียใบอนุญาต
7. Checklist ถามผู้รับเหมา / ซัพพลายเออร์ ก่อนเซ็นสัญญา
ให้ข้อมูลฝั่งซ้าย และยืนยันให้ได้ฝั่งขวาก่อนตัดสินใจ
| ข้อมูลที่ต้องให้ผู้รับเหมา | สิ่งที่ต้องขอรับ / ยืนยัน |
|---|---|
| ประเภทห้อง + อุณหภูมิเป้าหมาย (°C) | Cooling load calculation ที่คำนวณจริง (ไม่ใช่กฎนิ้วโป้ง) เป็น kW |
| ปริมาณสินค้าเข้า/วัน (kg) + อุณหภูมิสินค้าขาเข้า | Pull-down time จากอุณหภูมิห้องเริ่มต้นถึงเป้า (ชม.) |
| ความถี่เปิดประตู / จำนวนคน-รถยกที่เข้าออก | Infiltration ที่เผื่อไว้ + air curtain/strip curtain หรือไม่ |
| สภาพ ambient จุดติดตั้ง (อุณหภูมิสูงสุด ~38°C) | สมรรถนะที่ ambient +38°C (ไม่ใช่ +25°C จาก catalog ยุโรป) |
| ประเภทสินค้า (อาหาร/ยา) + มาตรฐานที่ต้องผ่าน | แผน temperature mapping + validation + เอกสารส่งมอบ |
| ความสำคัญของความต่อเนื่อง (เสียไม่ได้?) | Redundancy / สำรองเครื่อง + ระบบ defrost (hot gas vs electric) |
| สารทำความเย็นที่ยอมรับได้ (GWP/นโยบาย) | ชนิดน้ำยา + charge weight + แผนรองรับ phase-down |
8. สิ่งที่ผู้ซื้อมักมองข้าม
Defrost: evaporator ในห้องเย็นเกิดน้ำแข็งเกาะตลอด ต้องมีระบบละลายน้ำแข็ง (hot gas หรือ electric) ถ้า defrost ออกแบบไม่ดี น้ำแข็งอุดครีบ evaporator → อุณหภูมิห้องเด้งขึ้น ค่าไฟพุ่ง
Door heater / strip curtain: ขอบประตูห้อง freezer เกิดน้ำแข็งทำให้ปิดไม่สนิท ต้องมี heater รอบวงกบ และม่าน strip/air curtain ลด infiltration
Ambient ไทย +38°C: เครื่องที่ spec ที่ ambient +25°C (มาตรฐานยุโรป) จะทำงานไม่ถึงเป้าในหน้าร้อนไทย — condensing temperature สูงขึ้น COP ตก ต้องให้ผู้ขายยืนยันสมรรถนะที่ ambient จริง
ค่าไฟตลอดอายุ > ราคาเครื่อง: ห้องเย็นเดิน 24 ชม. ทุกวัน ค่าไฟ 10–15 ปีมักสูงกว่าราคาเครื่องหลายเท่า ฉนวนหนาขึ้น + เครื่อง COP สูง + EC fan = ลงทุนเพิ่มตอนแรกแต่คืนทุนจากค่าไฟ
เอกสารนำเข้าน้ำยา: สารทำความเย็น HFC (เช่น R-449A) และ R-23/R-508B อยู่ภายใต้การควบคุม ต้องนำเข้าผ่านผู้มีใบอนุญาต DIW และมี SDS ภาษาไทย — ตรวจให้แน่ใจว่าผู้รับเหมาจัดหาน้ำยาถูกกฎหมาย
ปรึกษาทีมวิศวกร
การ spec ห้องเย็นที่ถูกต้องเริ่มจาก cooling load จริงและประเภทสินค้า ไม่ใช่ราคาต่อตารางเมตร — ส่งข้อมูลขนาดห้อง อุณหภูมิเป้าหมาย ปริมาณสินค้าเข้า/วัน และประเภทสินค้า มาทีมวิศวกรช่วยประเมิน load เลือกสารทำความเย็น และตรวจ spec ผู้รับเหมาให้ก่อนเซ็นสัญญา
- ฟอร์มขอคำปรึกษา/ใบเสนอราคา: กดที่นี่
- อีเมล: info@sahawatthanakit1988.com
- LINE OA: @406rrgvm
รับเอกสารสรุปหัวข้อนี้เป็น PDF
บทสรุป + หัวข้อครบ + มาตรฐานอ้างอิง มีโลโก้ Saha แนบ memo/TOR ได้ทันที — ส่งเข้าอีเมลให้ด้วย
อ่านแล้วมีคำถาม? ให้วิศวกรช่วย
บอกสิ่งที่อยากรู้สั้นๆ — วิศวกรสหวัฒนกิจช่วยเลือกสเปกที่เหมาะ พร้อมใบเสนอราคาจริง ไม่มีค่าบริการ
ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?
ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อย
1ห้องเย็น chiller, freezer, blast freezer ต่างกันอย่างไร?
+
2ห้องเย็นโรงงานควรใช้สารทำความเย็นอะไร?
+
3คำนวณขนาดเครื่องทำความเย็นห้องเย็นเริ่มจากอะไร?
+
4ห้องเย็นต้องใช้ฉนวน PIR หนาเท่าไร?
+
5ห้องเย็นเก็บยา/วัคซีนต้องผ่านมาตรฐานอะไร?
+
ตารางเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Natural Refrigerant ในไทย 2026 — R-290 / R-600a / R-744 เลือกอันไหนคุ้ม
คู่มือเลือก natural refrigerant สำหรับ commercial + industrial ในไทย — R-290 propane, R-600a isobutane, R-744 CO2. Kigali Amendment compliance + safety class A3 + capex/OPEX comparison + Thai regulatory + supplier landscape
VRF/VRV vs ระบบ Chiller (น้ำเย็น): เลือกระบบปรับอากาศโรงงาน–สำนักงาน–คลีนรูม + ขนาดโหลด + ประสิทธิภาพ + ข้อจำกัดน้ำยาตาม EN 378 สำหรับไทย
คู่มือผู้ซื้อ HVAC อุตสาหกรรม: เปรียบเทียบ VRF/VRV (น้ำยาไหลถึงห้อง) vs Chilled-Water Chiller (น้ำเย็น+AHU) → คำนวณ cooling load → ประสิทธิภาพ IEER/IPLV → ข้อจำกัดน้ำยา R-32 A2L ตาม EN 378 / ISO 5149 → checklist ถามผู้รับเหมา + โหลดคลีนรูม + ambient ไทย +38°C สำหรับโรงงานและสำนักงาน
เลือกระบบทำความเย็นและน้ำยาสำหรับ Freeze Dryer / Lyophilizer — คู่มือผู้ซื้อเครื่อง Freeze Dry ในอุตสาหกรรมยา–อาหาร–ไบโอเทคไทย
วิธีเลือกระบบทำความเย็น (single-stage, cascade, hybrid) และน้ำยาที่ถูกต้องสำหรับ ice condenser ของเครื่อง Freeze Dryer / Lyophilizer: คำนวณ sublimation load → กำหนดอุณหภูมิ cold trap → เปรียบเทียบน้ำยา R-23/R-508B/R-449A → checklist ถามซัพพลายเออร์ สำหรับโรงงานยา อาหาร ไบโอเทคในไทย
หอทำความเย็น (Cooling Tower) โรงงาน: เลือกชนิด + คำนวณ Range/Approach + ระบบบำบัดน้ำกัน Scaling/Legionella ตาม CTI/ASHRAE 188 สำหรับโรงงานไทย
คู่มือผู้ซื้อหอทำความเย็นอุตสาหกรรม: เปรียบเทียบ open-circuit vs closed-circuit, counterflow vs crossflow, induced-draft vs forced-draft → คำนวณ Range/Approach → บำบัดน้ำกัน Scaling/LSI, Corrosion, Biofouling, Legionella ตาม CTI ATC-105, ASHRAE Standard 188 สำหรับโรงงานในไทย
