Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
Back to all articles
Sahawatthanakit (1988)10 min read

พนักงานขายทุบราคาเพื่อปั่นยอด — สาเหตุจริงและวิธีแก้ที่ระบบ

ส่วนลด 5% กินกำไรขั้นต้นได้ถึง 62.5% ในงานมาร์จิ้นบาง แต่พนักงานเสียคอมแค่ 5% — บทความนี้แสดงเลขให้เห็นว่าทำไมการทุบราคาแทบไม่เคยเป็นปัญหาที่ตัวคน แต่เป็นปัญหาที่แผนค่าตอบแทน และวิธีแก้ 4 ข้อที่แก้ที่ระบบ

commissiondiscountingpricinggross-profitsales-compensationquotasmesales-management
สรุป (TL;DR)

ส่วนลด 5% กินกำไรขั้นต้นได้ถึง 62.5% ในงานมาร์จิ้นบาง แต่พนักงานเสียคอมแค่ 5% — บทความนี้แสดงเลขให้เห็นว่าทำไมการทุบราคาแทบไม่เคยเป็นปัญหาที่ตัวคน แต่เป็นปัญหาที่แผนค่าตอบแทน และวิธีแก้ 4 ข้อที่แก้ที่ระบบ

📌 บทความนี้เป็นเรื่องการออกแบบแผนค่าตอบแทน สำหรับประเด็นกฎหมายแรงงานเรื่องการหักหรือปรับค่าคอม ดูที่ หักค่าคอมมิชชั่นคืนจากพนักงานขาย ทำได้ไหม? — ม.76 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

เริ่มจากการเลิกโทษคน

ถ้าคุณกำลังคิดว่า "ทีมขายผมไม่มีวินัยเรื่องราคา" — หยุดตรงนี้ก่อน

เกือบทุกครั้งที่เจ้าของกิจการเจอปัญหาทีมขายทุบราคา สาเหตุไม่ได้อยู่ที่นิสัยของพนักงาน แต่อยู่ที่แผนค่าตอบแทนที่จ่ายเงินให้เขาทำแบบนั้น

บทความนี้จะแสดงเลขให้เห็นว่าทำไม แล้วเสนอวิธีแก้ 4 ข้อที่แก้ที่ระบบ ไม่ใช่ที่คน


เลขที่ทำให้เข้าใจทั้งเรื่องภายใน 30 วินาที

งานหนึ่งใบ ราคาตั้ง ฿100,000 ลูกค้าขอลด 5% = ส่วนลด ฿5,000

ต้นทุนสินค้าไม่ได้ลดตาม ส่วนลดทั้งก้อนจึงหักออกจากกำไรขั้นต้นตรงๆ:

อัตรากำไรขั้นต้นเดิม (GM%) GP เดิม GP หลังลด 5% GP ที่หายไป
8% 8,000 3,000 −62.5%
10% 10,000 5,000 −50.0%
12% 12,000 7,000 −41.7%
15% 15,000 10,000 −33.3%
20% 20,000 15,000 −25.0%
30% 30,000 25,000 −16.7%

สูตรลัดที่ควรจำ:

ส่วนลดกินกำไรกี่ % = ส่วนลด% ÷ GM% เดิม

ลด 5% ที่มาร์จิ้น 10% → กินกำไร 50% เสมอ ไม่ต้องคำนวณใหม่ทุกครั้ง

ประเด็นสำคัญสำหรับธุรกิจเทรดดิ้ง: ยิ่งมาร์จิ้นบาง ยิ่งไม่มีพื้นที่ให้ลดราคา ที่ GM 8% ส่วนลดแค่ 5% ก็กินกำไรไปเกือบสองในสามแล้ว


แล้วทำไมพนักงานถึงยังลด? เพราะเลขของเขาไม่เหมือนเลขของคุณ

ดูเหตุการณ์จริงที่เกิดทุกสิ้นเดือน

สถานการณ์: เป้ายอดขาย ฿2,000,000/เดือน มีโบนัสถึงเป้า ฿10,000 คอมจ่าย 1% ของยอดขาย

วันที่ 28 พนักงานทำยอดได้ ฿1,900,000 เหลือดีลค้างอยู่ใบเดียว ราคาตั้ง ฿120,000 ต้นทุน ฿105,600 (GM 12%) ลูกค้าขอลด 5%

ไม่ลดราคา (ดีลไม่ปิดเดือนนี้) ลดราคา 5% (ปิดได้)
ยอดขายที่ปิด 0 114,000
ยอดสะสมทั้งเดือน 1,900,000 2,014,000
ถึงเป้าไหม ❌ ไม่ถึง ✅ ถึง
คอมจากดีลนี้ (1%) 0 1,140
โบนัสถึงเป้า 0 10,000
พนักงานได้รวม 0 11,140

จากมุมของพนักงาน คำตอบชัดเจนมาก การลดราคาให้ผลต่างกว่า ฿11,000 ในขณะที่ค่าคอมที่เสียไปจากการลดราคาคือ ฿60 (1% ของส่วนลด ฿6,000)

ทีนี้ดูมุมของบริษัท:

จำนวน
กำไรขั้นต้นถ้าขายเต็มราคา 14,400
กำไรขั้นต้นหลังลด 5% 8,400
หัก คอมที่จ่าย (1,140)
หัก โบนัสถึงเป้า (10,000)
บริษัทเหลือจากดีลนี้ −2,740

บริษัทขาดทุน จากดีลที่พนักงานได้เงินเพิ่ม ฿11,140

และย้ำอีกครั้ง — พนักงานไม่ได้ทำผิด เขาทำสิ่งที่แผนของคุณออกแบบมาให้เขาทำ ถ้าคุณอยู่ในตำแหน่งเขา คุณก็ทำแบบเดียวกัน

นี่คือเหตุผลที่การประกาศว่า "ห้ามลดราคาเกิน 3%" ไม่เคยได้ผล — ตราบใดที่แผนยังจ่ายเงินให้ลดราคา ประกาศเป็นแค่กระดาษ


4 วิธีแก้ที่ระบบ

วิธีที่ 1 — จ่ายคอมจากกำไรขั้นต้น ไม่ใช่จากยอดขาย

นี่คือการแก้ที่รากที่สุด เพราะมันทำให้ความเจ็บของพนักงานเท่ากับความเจ็บของบริษัทพอดี

กลับไปที่ดีลเดิม (GP เต็ม ฿14,400) ถ้าจ่ายคอม 7% ของ GP:

ขายเต็มราคา ลด 5% พนักงานเสีย
GP 14,400 8,400 −41.7%
คอม 7% ของ GP 1,008 588 −41.7%
(เทียบ) คอม 1% ของยอดขาย 1,200 1,140 −5.0%

พนักงานเสียสัดส่วนเท่ากับบริษัทพอดี 41.7% ต่อไปนี้เขาจะคิดก่อนลด เพราะเงินที่หายไปเป็นเงินของเขาในสัดส่วนเดียวกัน

รายละเอียดวิธีเปลี่ยนฐานคำนวณ การหาอัตราที่งบไม่บานปลาย และจุดที่แผน GP พังบ่อย อ่านที่ คิดค่าคอมจากยอดขาย vs จากกำไรขั้นต้น (GP)

วิธีที่ 1.5 — เปลี่ยนฐานของ "เป้า" ด้วย ไม่ใช่แค่ฐานของ "คอม"

ข้อนี้ถูกลืมบ่อยที่สุด และมันทำลายวิธีที่ 1 ได้ทั้งหมด

ถ้าคุณเปลี่ยนคอมมาเป็น GP แล้ว แต่โบนัสถึงเป้ายังวัดจากยอดขาย แรงจูงใจให้ทุบราคาช่วงปลายเดือนยังอยู่ครบ เพราะโบนัสก้อนใหญ่ยังนับส่วนลดเข้าเป้าเกือบเต็มจำนวน

เปลี่ยนเป้าเป็น กำไรขั้นต้นสะสม แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับดีลเดิม (เป้า GP ฿240,000/เดือน ทำมาแล้ว ฿228,000):

ขายเต็มราคา ลด 5%
GP จากดีลนี้ 14,400 8,400
GP สะสมทั้งเดือน 242,400 236,400
ถึงเป้า ฿240,000 ไหม ✅ ถึง ❌ ไม่ถึง

ผลกลับด้านทันที การลดราคาทำให้ไม่ถึงเป้า พนักงานคนเดิมจะสู้เพื่อรักษาราคาแทน โดยที่คุณไม่ต้องออกกฎห้ามอะไรเลย

วิธีที่ 2 — ตั้ง GM floor: ต่ำกว่าเกณฑ์ คอมเป็นศูนย์ เว้นแต่ผู้จัดการอนุมัติ

แม้จ่ายจาก GP แล้ว ก็ยังมีงานที่มาร์จิ้นบางจนไม่ควรรับ กติกาที่ใช้ได้จริงคือ:

อัตรากำไรขั้นต้นของงาน อัตราคอม
≥ 9% 7% ของ GP (อัตราปกติ)
< 9% 0% — เว้นแต่ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเสนอราคา จึงจ่ายที่ 3% ของ GP

หัวใจอยู่ที่คำว่า "ก่อน" การอนุมัติต้องเกิดก่อนเสนอราคาลูกค้า ไม่ใช่มาขออนุมัติย้อนหลังตอนคำนวณคอมสิ้นเดือน มิฉะนั้นมันจะกลายเป็นพิธีกรรมที่อนุมัติทุกใบ

วิธีตั้งเกณฑ์ให้ถูก — ตั้งจากข้อมูลของตัวเอง ไม่ใช่จากความรู้สึก:

  1. ดึงงานทุกใบย้อนหลัง 12 เดือน คำนวณ GM% รายใบ
  2. เรียงจากน้อยไปมาก
  3. ตั้งเกณฑ์ให้กระทบประมาณ 10-15% ล่างสุด ของจำนวนงาน

ตัวอย่าง: จากงาน 240 ใบ ถ้าตั้ง floor ที่ 9% จะมีงานตกเกณฑ์ 22 ใบ (9.2%) → เหมาะสม กระทบเฉพาะหางล่างจริงๆ

แต่ถ้าตั้ง floor ที่ 15% แล้วมีงานตกเกณฑ์ 108 ใบ (45%) → สูงเกินไป ทีมจะเริ่มปฏิเสธงานที่จริงๆ ควรรับ และคุณจะเสียยอดโดยไม่ได้กำไรเพิ่ม

ข้อควรระวัง: ทบทวนเกณฑ์ทุก 6 เดือน เพราะโครงสร้างต้นทุนเปลี่ยน เกณฑ์ที่ถูกเมื่อปีที่แล้วอาจผิดในปีนี้

วิธีที่ 3 — ทำให้การอนุมัติส่วนลด "เห็นได้"

การอนุมัติที่ทำผ่านโทรศัพท์หรือแชทส่วนตัวจะกลายเป็นการอนุมัติทุกใบภายในสามเดือน เพราะไม่มีใครเห็นภาพรวม

ทำให้มันเห็นได้ ด้วยสองอย่าง:

หนึ่ง — บันทึกในเอกสารเดียวกับที่คำนวณคอม ไม่ใช่ไฟล์แยก:

งาน ผู้ขอ ส่วนลด GM% หลังลด ผู้อนุมัติ วันที่ เหตุผล
INV-2608-041 คุณ A 5.0% 7.4% ผจก.ขาย 12 ส.ค. แข่งราคางานประมูล
INV-2608-055 คุณ A 6.5% 5.1% ผจก.ขาย 21 ส.ค. ลูกค้าเก่า ขอต่อรอง
INV-2608-060 คุณ B 4.0% 8.8% ผจก.ขาย 24 ส.ค. สั่งเพิ่มจากงานเดิม

สอง — สรุปรายเดือนให้ทุกคนเห็นตัวเลขเดียวกัน: เดือนนี้อนุมัติกี่ใบ คิดเป็นมูลค่าส่วนลดรวมเท่าไหร่ ใครขอมากที่สุด

ตัวเลขที่คนเห็นร่วมกันควบคุมพฤติกรรมได้เองโดยไม่ต้องลงโทษใคร คนที่ขออนุมัติ 8 ใบในเดือนที่คนอื่นขอ 1 ใบ จะปรับตัวเองก่อนที่คุณจะต้องเรียกคุย

วิธีที่ 4 — วัดอัตราส่วนลดรายคน ไม่ใช่แค่ยอดขาย

ยอดขายซ่อนทุกอย่างที่สำคัญไว้ ตัวเลขสองตัวนี้เปิดเผยมันออกมา:

อัตราส่วนลดเฉลี่ย = (ราคาตั้งรวม − ราคาขายจริงรวม) ÷ ราคาตั้งรวม

พนักงาน ราคาตั้งรวม ขายจริง ส่วนลดเฉลี่ย GP GM%
คุณ A 2,105,000 2,000,000 5.0% 160,000 8.0%
คุณ B 2,041,000 2,000,000 2.0% 400,000 20.0%

ยอดขายเท่ากันเป๊ะ แต่กำไรที่ทำให้บริษัทต่างกัน 2.5 เท่า

รายงานยอดขายอย่างเดียวจะบอกคุณว่าทั้งสองคนเก่งเท่ากัน ซึ่งไม่จริงเลย

เพิ่มสองคอลัมน์นี้เข้าไปในรายงานประจำเดือน แล้วคุยกับทีมด้วยตัวเลข แทนที่จะคุยด้วยความรู้สึกว่าใคร "ชอบลดราคา"


ลำดับที่ควรทำ — อย่ารื้อทีเดียวทั้งหมด

ขั้น ทำอะไร ระยะเวลา ทำไมต้องขั้นนี้ก่อน
1 วัดอย่างเดียว — เพิ่มคอลัมน์ส่วนลดเฉลี่ยและ GM% รายคน โดยยังไม่เปลี่ยนวิธีจ่ายอะไรเลย 1-2 เดือน ทุกคนเห็นภาพจริงพร้อมกัน และคุณได้ข้อมูลไว้ตั้งเกณฑ์
2 เปลี่ยนฐานคอมเป็น GP พร้อมเปลี่ยนฐานของเป้าเป็น GP ด้วย เดือนที่ 3 แก้ที่ราก แรงจูงใจตรงกันทันที
3 เพิ่ม GM floor ตั้งจากข้อมูลที่เก็บมาในขั้นที่ 1 เดือนที่ 5-6 ปิดหางล่างที่ยังหลุดรอด
4 ทบทวนเกณฑ์ ทุก 6 เดือน ต้นทุนเปลี่ยน เกณฑ์ต้องเปลี่ยนตาม

ข้อควรระวังก่อนเริ่ม: ระบบใหม่ที่ทำให้พนักงานบางคนได้น้อยลง มีประเด็นเรื่องการเปลี่ยนสภาพการจ้างที่ต้องจัดการให้ถูกขั้นตอน แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือทดลองคู่ขนาน แสดงตัวเลขทั้งสองระบบให้เห็น แล้วให้เซ็นรับทราบก่อนใช้จริง — รายละเอียดอยู่ใน บทความเรื่อง ม.76


สรุป 6 ข้อ

  1. ส่วนลด% ÷ GM% เดิม = กำไรที่หายไปเป็น % — ที่มาร์จิ้น 8% ส่วนลด 5% กินกำไร 62.5%
  2. การทุบราคาแทบไม่เคยเป็นปัญหาที่ตัวคน — แผนจ่ายเงินให้เขาทำ
  3. จ่ายคอมจาก GP ทำให้ความเจ็บของพนักงานเท่ากับของบริษัทพอดี
  4. เปลี่ยนฐานของเป้าด้วย ไม่ใช่แค่ฐานของคอม มิฉะนั้นแรงจูงใจให้ทุบราคายังอยู่ครบ
  5. GM floor ต้องตั้งจากข้อมูลจริง กระทบแค่ 10-15% ล่างสุด และการอนุมัติต้องเกิดก่อนเสนอราคา
  6. วัดอัตราส่วนลดรายคน เพราะยอดขายซ่อนความจริงเอาไว้

เครื่องมือที่ทำให้เริ่มขั้นที่ 1 ได้ตั้งแต่พรุ่งนี้

ขั้นที่ยากที่สุดในตารางข้างบนไม่ใช่การตัดสินใจ แต่คือการมีที่ที่คำนวณตัวเลขพวกนี้แล้วทุกคนเชื่อ

เราทำ ระบบคำนวณค่าคอมมิชชั่นจากกำไรขั้นต้น (GP) เป็นไฟล์ Excel ที่มีของครบตามบทความนี้:

  • ช่อง ราคาตั้ง / ราคาขายจริง / ส่วนลด% / GM% รายใบ และสรุปอัตราส่วนลดเฉลี่ยรายคนอัตโนมัติ — ใช้ทำขั้นที่ 1 ได้เลยโดยยังไม่ต้องเปลี่ยนวิธีจ่าย
  • ช่อง GM floor ที่ปรับเกณฑ์เองได้ พร้อมช่องบันทึกผู้อนุมัติ วันที่ และเหตุผล อยู่ในไฟล์เดียวกับที่คำนวณคอม
  • คำนวณคอมจาก GP พร้อมสะพานเชื่อมกลับไปถึงยอดในใบกำกับ ให้พนักงานตรวจเองได้ทุกบรรทัด
  • ชีตเปรียบเทียบ ระบบเก่า vs ระบบใหม่ สำหรับใช้ทดลองคู่ขนานก่อนประกาศใช้จริง
  • ไม่มีมาโคร เปิดได้ทั้ง Excel / LibreOffice / Google Sheets

จ่ายครั้งเดียว ฿999 — ราคาเปิดร้าน ถึง 31 ธ.ค. 2569 (ราคาเต็ม ฿1,490) · รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว · ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบริษัทได้ · ดาวน์โหลดทันทีหลังชำระเงิน

→ ดูรายละเอียดสินค้า

Share:LINEFacebook
Free download · no sales call

Get this guide as a reference brief (PDF)

Summary + full section list + standards cited, Saha-branded for your memo/RFQ — emailed to you too.

Your email is used only to send the brief + contact from the Saha team · never shared.

Free consult · a prompt, real quote during business hours

Questions after reading? Talk to our engineers

Tell us what you need — our engineers help you spec it right, with a real quote. No charge.

Or reach us directly:02-096-2118LINE: @sahawatt1988
Related Services

Need help with this in your facility?

Our team handles full procurement and installation for the topics covered in this article. Free quote promptly during business hours.

Frequently Asked Questions

1

ส่วนลด 5% กินกำไรขั้นต้นไปเท่าไหร่?

+
ขึ้นอยู่กับอัตรากำไรขั้นต้นเดิมของงานนั้น สูตรลัดคือ ส่วนลดกินกำไรกี่เปอร์เซ็นต์ = ส่วนลด% หารด้วย GM% เดิม ดังนั้นถ้ากำไรขั้นต้นเดิม 8% ส่วนลด 5% จะกินกำไรไป 62.5% ถ้ากำไรขั้นต้น 12% กินไป 41.7% ถ้ากำไรขั้นต้น 20% กินไป 25% เหตุผลคือต้นทุนสินค้าไม่ได้ลดตามส่วนลด ส่วนลดทั้งก้อนจึงหักออกจากกำไรตรงๆ ธุรกิจเทรดดิ้งที่มาร์จิ้นบางจึงแทบไม่มีพื้นที่ให้ลดราคาเลย
2

พนักงานทุบราคาเป็นปัญหาที่นิสัยของคนหรือที่ระบบ?

+
แทบทุกครั้งเป็นปัญหาที่การออกแบบแผนค่าตอบแทน ไม่ใช่ที่ตัวคน ถ้าจ่ายคอมจากยอดขาย พนักงานที่ลดราคา 5% เสียคอมแค่ 5% ในขณะที่บริษัทเสียกำไรอาจถึง 40-60% เมื่อความเจ็บไม่เท่ากันขนาดนี้ การลดราคาคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดสำหรับตัวเขาเอง ยิ่งถ้ามีโบนัสถึงเป้าที่วัดจากยอดขาย การยอมเสียคอมหลักสิบบาทเพื่อแลกโบนัสหลักหมื่นยิ่งชัดเจนว่าคุ้ม การประกาศห้ามลดราคาโดยไม่แก้แผนจึงไม่เคยได้ผล
3

GM floor คืออะไร และควรตั้งไว้ที่เท่าไหร่?

+
GM floor คือเกณฑ์อัตรากำไรขั้นต้นขั้นต่ำ ถ้างานใบไหนมีกำไรขั้นต้นต่ำกว่าเกณฑ์นี้ ค่าคอมของงานนั้นเป็นศูนย์ เว้นแต่ผู้จัดการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า วิธีตั้งที่ถูกต้องคือดูจากข้อมูลจริงของตัวเอง เรียง GM% ของงานทุกใบย้อนหลัง 12 เดือน แล้วตั้งเกณฑ์ให้กระทบประมาณ 10-15% ล่างสุดของงานเท่านั้น ถ้าตั้งสูงจนกระทบครึ่งหนึ่งของงานที่เคยทำ แปลว่าเกณฑ์สูงเกินไปและจะทำให้ทีมปฏิเสธงานที่จริงๆ ควรรับ
4

ทำไมการอนุมัติส่วนลดต้อง 'เห็นได้' ไม่ใช่แค่ 'มี'?

+
เพราะการอนุมัติที่ทำผ่านการโทรหรือแชทส่วนตัวจะไม่ทิ้งหลักฐานให้ใครทบทวนได้ และในทางปฏิบัติมันจะกลายเป็นการอนุมัติทุกใบภายในไม่กี่เดือน การอนุมัติที่ได้ผลต้องบันทึกไว้ในเอกสารเดียวกับที่ใช้คำนวณคอม ระบุว่าใครขอ ใครอนุมัติ วันที่เท่าไหร่ เหตุผลอะไร และควรสรุปรายเดือนว่าเดือนนี้อนุมัติกี่ใบ มูลค่าเท่าไหร่ ใครขอมากที่สุด ตัวเลขที่คนเห็นร่วมกันจะควบคุมพฤติกรรมได้เองโดยไม่ต้องลงโทษใคร
5

ควรวัดอะไรเพิ่มนอกจากยอดขายรายคน?

+
ควรวัดอัตราส่วนลดเฉลี่ยรายคน คำนวณจาก (ราคาตั้งรวม − ราคาขายจริงรวม) หารด้วยราคาตั้งรวม และวัดอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยรายคนควบคู่กันไป ตัวเลขสองตัวนี้เปิดเผยสิ่งที่ยอดขายซ่อนไว้ พนักงานสองคนที่ทำยอด 2 ล้านบาทเท่ากันอาจลดราคาเฉลี่ย 5% กับ 2% ซึ่งแปลว่ากำไรที่ทำให้บริษัทต่างกันหลายเท่า การวัดเรื่องนี้เป็นประจำทำให้คุยกันด้วยข้อมูลแทนความรู้สึก
6

ถ้าเปลี่ยนโบนัสถึงเป้าจากยอดขายเป็นกำไรขั้นต้นจะเกิดอะไรขึ้น?

+
การทุบราคาจะเลิกช่วยให้ถึงเป้าทันที เพราะเมื่อเป้าวัดเป็นกำไรขั้นต้นสะสม การลดราคาทำให้ตัวเลขที่นับเข้าเป้าลดลงด้วย พนักงานที่กำลังไล่เป้าจะเลือกรักษาราคาแทนที่จะลด ในทางกลับกัน ถ้าเป้าวัดเป็นยอดขาย การลดราคายังนับเข้าเป้าเกือบเต็มจำนวน ทำให้แผนกลายเป็นตัวสนับสนุนการลดราคาในช่วงปลายเดือนโดยตรง
7

ต้องรื้อระบบคอมทั้งหมดพร้อมกันไหม?

+
ไม่ควร วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือทำทีละขั้น เริ่มจากการวัดอัตราส่วนลดและ GM% รายคนก่อน 1-2 เดือนโดยยังไม่เปลี่ยนอะไร เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพจริง จากนั้นค่อยเปลี่ยนฐานคำนวณคอมเป็นกำไรขั้นต้น แล้วจึงเพิ่ม GM floor เป็นขั้นสุดท้าย การเปลี่ยนทีเดียวทั้งหมดทำให้แยกไม่ออกว่าอะไรได้ผล และเพิ่มโอกาสที่ทีมจะต่อต้านทั้งชุด
8

การตั้ง GM floor ต่างจากการตั้งเพดานค่าคอมอย่างไร?

+
GM floor ควบคุมคุณภาพของงานที่รับ โดยไม่จำกัดว่าพนักงานจะทำได้มากแค่ไหน ยิ่งขายงานที่กำไรดี ยิ่งได้มากขึ้นไม่มีขีดจำกัด ส่วนเพดานค่าคอมจำกัดจำนวนเงินสูงสุดที่พนักงานจะได้ ซึ่งส่งสัญญาณตรงกันข้ามคือให้หยุดขายเมื่อถึงเพดาน ทั้งสองอย่างจึงแก้คนละปัญหาและไม่ควรใช้แทนกัน

Related content