Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
สหวัฒนกิจ (1988)

Solar Rooftop EPC สำหรับโรงแรมและที่พักอาศัย — ลดภาระค่าไฟระยะยาว

ระบบโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร (Engineering · Procurement · Construction) ออกแบบเฉพาะสำหรับโหลด AC และครัวโรงแรม พร้อมขออนุมัติ MEA/PEA และรับประกันผลผลิตพลังงาน

สรุป

โรงแรมที่ติดตั้ง Solar Rooftop EPC กับสหวัฒนกิจสามารถลดค่าไฟได้ 50-70% โดยมีระยะคืนทุน 4-7 ปี ระบบรองรับมาตรฐาน IEC 61215 และ TIS 2606 พร้อมดำเนินการขออนุมัติ MEA/PEA net-metering ครบวงจร เหมาะสำหรับโรงแรมที่มีโหลดสูงจาก AC และอุปกรณ์ครัว ซึ่งใช้พลังงานเป็นส่วนใหญ่ในช่วงกลางวัน

  • ระบบ Solar Rooftop EPC ของสหวัฒนกิจสามารถลดค่าไฟฟ้าโรงแรมได้ 50-70% เมื่อเทียบกับการใช้ไฟจากการไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
  • ระยะเวลาคืนทุนสำหรับโครงการ Solar Rooftop โรงแรมอยู่ที่ 4-7 ปี ขึ้นอยู่กับขนาดระบบและอัตราค่าไฟ
  • สหวัฒนกิจดำเนินการ Case Study ติดตั้งระบบ On-Grid 120 kWp บนหลังคาโรงงาน จ.นนทบุรี ลดค่าไฟได้ 58% พร้อมเชื่อมต่อ MEA ครบวงจร
  • แผง PV ที่เลือกใช้ต้องผ่านมาตรฐาน IEC 61215 และ IEC 61730 และควรเป็น Tier 1 ตาม BNEF เพื่อรองรับการจัดหาสินเชื่อ (bankability) และ degradation rate ต่ำตลอด 25 ปี
  • ระบบ On-Grid รองรับ Net-Metering ตามกฎ MEA/PEA 2024 ซึ่งอนุญาตให้ขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนการไฟฟ้าได้
  • โหลดหลักของโรงแรมที่ Solar สามารถ offset ได้มากที่สุดคือระบบ AC และครัว ซึ่งทำงานในช่วงกลางวันตรงกับช่วง peak generation ของแผง PV

ทำไม Solar Rooftop จึงเหมาะกับโรงแรมมากกว่าอาคารประเภทอื่น

โรงแรมเป็นประเภทอาคารที่ได้ประโยชน์สูงสุดจาก Solar Rooftop เพราะโหลดสูงสุด (peak load) จาก AC และครัวเกิดในช่วงกลางวัน ตรงกับช่วงที่แผง PV ผลิตไฟได้มากที่สุด ทำให้สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์โดยตรง (self-consumption ratio) สูงกว่าอาคารสำนักงานที่โหลดกระจายต่างเวลา ค่าไฟฟ้าของโรงแรมส่วนใหญ่มาจากระบบปรับอากาศและครัว ซึ่งทำงานต่อเนื่อง 10-14 ชั่วโมงต่อวัน การติดตั้งระบบ Solar On-Grid ขนาดเหมาะสมสามารถลดค่าไฟได้ 50-70% โดยไม่ต้องพึ่งระบบแบตเตอรี่ เมื่อรวมกับ Net-Metering ตามกฎ MEA/PEA 2024 ไฟส่วนเกินช่วงกลางวันยังสามารถส่งคืนการไฟฟ้าเพื่อลดบิลเพิ่มเติม

ประเภทระบบ Solar ที่เหมาะสมสำหรับโรงแรม: On-Grid vs Hybrid

ระบบ On-Grid (Grid-Tied) คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโรงแรมขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีโหลดต่อเนื่องสูง เพราะไม่ต้องลงทุนแบตเตอรี่ ต้นทุนติดตั้งต่ำกว่า และคืนทุนเร็วที่สุดในช่วง 4-7 ปี ระบบนี้รองรับ Net-Metering MEA/PEA 2024 ได้โดยตรง ระบบ Hybrid (On-Grid + Battery) เหมาะสำหรับโรงแรมที่ต้องการความมั่นคงของไฟฟ้าในกรณีไฟดับ หรือต้องการใช้ไฟในช่วงกลางคืนจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เก็บไว้ ต้นทุนสูงกว่าและระยะคืนทุนยาวกว่า ควรพิจารณาเมื่อโรงแรมอยู่ในพื้นที่ที่มีไฟตกบ่อย หรือต้องการ ESG reporting ที่แสดงสัดส่วน renewable energy สูง ระบบ Off-Grid ไม่เหมาะสำหรับโรงแรม เนื่องจากต้องการแบตเตอรี่ขนาดใหญ่มากเพื่อรองรับโหลด AC ตลอดคืน ต้นทุนสูงและไม่คุ้มค่าในบริบทที่มีสายส่งการไฟฟ้าเชื่อมต่ออยู่แล้ว

การเลือกแผง PV และ Inverter สำหรับโครงการโรงแรม

แผง PV ที่เหมาะสมสำหรับโรงแรมควรเป็น Monocrystalline Tier 1 ตาม BNEF (BloombergNEF) เพราะมี degradation rate ต่ำตลอด 25 ปี ผ่านมาตรฐาน IEC 61215 และ IEC 61730 ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำหรับการขออนุมัติ MEA/PEA และยังเป็นเงื่อนไขของสถาบันการเงินหากโรงแรมต้องการจัดหาสินเชื่อสนับสนุนโครงการ (bankable project) สำหรับ Inverter มีสองแนวทางหลัก: String Inverter เหมาะสำหรับหลังคาโรงแรมที่ไม่มีร่มเงาบัง มีต้นทุนต่ำกว่าและบำรุงรักษาง่าย ส่วน Microinverter หรือ Power Optimizer เหมาะเมื่อหลังคามีทิศทางหลายด้านหรือมีร่มเงาบางส่วนจากแผงน้ำ, หอทำความเย็น หรือโครงสร้างอื่นบนดาดฟ้า ซึ่งเป็นกรณีที่พบบ่อยในโรงแรม สหวัฒนกิจช่วยประเมินหลังคาและออกแบบระบบให้เหมาะกับแต่ละโรงแรม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการสำรวจเบื้องต้น

ขั้นตอน EPC และการขออนุมัติ MEA/PEA สำหรับโรงแรม

กระบวนการ EPC (Engineering · Procurement · Construction) แบบครบวงจรของสหวัฒนกิจประกอบด้วยสี่ขั้นตอนหลัก ได้แก่ (1) การสำรวจหลังคาและวิเคราะห์บิลค่าไฟเพื่อออกแบบขนาดระบบที่เหมาะสม (2) การจัดทำเอกสารและยื่นขออนุมัติ MEA หรือ PEA ตามพื้นที่ตั้งโรงแรม (3) การจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐาน TIS 2606 และ IEC 62109 (4) การทดสอบระบบและส่งมอบพร้อมเอกสารรับประกัน กระบวนการขออนุมัติ Net-Metering กับ MEA/PEA ตามกฎ 2024 ต้องเตรียมเอกสารสำคัญได้แก่ แบบแปลน Single Line Diagram ที่รับรองโดยวิศวกร ใบอนุญาตก่อสร้าง (ถ้ามีการดัดแปลงโครงสร้าง) และหนังสือรับรองบริษัท ซึ่งทีมงานของสหวัฒนกิจดูแลให้ครบถ้วน ลดภาระด้านเอกสารสำหรับทีม facility ของโรงแรม

การคำนวณคืนทุนและ ROI สำหรับโครงการ Solar โรงแรม

ระยะคืนทุน 4-7 ปีสำหรับ Solar Rooftop โรงแรมคำนวณจากปัจจัยหลักสามอย่าง ได้แก่ ขนาดระบบ (kWp) อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของโรงแรม และสัดส่วน self-consumption ตัวอย่างจาก Case Study การติดตั้ง 120 kWp บนหลังคาโรงงาน จ.นนทบุรี ซึ่งเชื่อมต่อ MEA ครบวงจร สามารถลดค่าไฟได้ 58% ซึ่งเป็นตัวเลขอ้างอิงที่ใกล้เคียงกับโรงแรมขนาดกลางที่มีโหลดต่อเนื่องในระดับใกล้เคียงกัน โรงแรมที่มีอัตราค่าไฟฟ้า TOU (Time of Use) จะได้ประโยชน์เพิ่มเติมเพราะ Peak Rate ในช่วงกลางวันสูงกว่า Off-Peak ทำให้มูลค่าไฟที่ประหยัดได้ต่อหน่วยสูงขึ้น และระยะคืนทุนสั้นลง โดยทีมวิศวกรของสหวัฒนกิจจะจัดทำ Financial Model เฉพาะโครงการให้ก่อนตัดสินใจ [ขอใบเสนอราคาและ Financial Model สำหรับโรงแรมของคุณ →]

บริการสนับสนุนอื่นจากสหวัฒนกิจสำหรับงาน Facility โรงแรม

นอกจาก Solar EPC สหวัฒนกิจยังจัดหาสินค้าและบริการที่รองรับงาน facility โรงแรมครบวงจร ได้แก่ สารทำความเย็น R32 สำหรับระบบ AC ที่ต้องการเปลี่ยนจาก R22/R410A เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ COP และลดการปล่อย GWP ตามมาตรฐาน F-Gas, Welding Blanket สำหรับงานรีโนเวตและงานเชื่อมภายในโรงแรมที่ต้องป้องกันสะเก็ดไฟโดยไม่หยุดให้บริการแขก และ Lubricant สำหรับอุปกรณ์ครัวและเครื่องจักรงาน maintenance การรวมการจัดซื้อผ่านสหวัฒนกิจรายเดียวช่วยลดขั้นตอน PO และการติดตาม supplier หลายราย เหมาะสำหรับทีม procurement โรงแรมที่ต้องการความสะดวกในการบริหารต้นทุน [ดูเปรียบเทียบสินค้าและแพ็กเกจโรงแรม →]

เปรียบเทียบระบบ Solar สำหรับโรงแรม: On-Grid vs Hybrid vs Off-Grid

คุณสมบัติOn-GridHybrid (On-Grid + Battery)Off-Grid
ความเหมาะสมกับโรงแรมสูงมากสูง (กรณีเฉพาะ)ไม่เหมาะ
ต้นทุนติดตั้งเบื้องต้นต่ำสุดสูงกว่า On-Gridสูงที่สุด
ระยะคืนทุนโดยประมาณ4-7 ปี7-10 ปีไม่คุ้มค่าในเชิง ROI
รองรับ Net-Metering MEA/PEA 2024ใช่ใช่ไม่ (ไม่ต่อกริด)
ทำงานเมื่อไฟดับไม่ใช่ใช่
มาตรฐานที่รองรับIEC 61215, IEC 62109, TIS 2606IEC 61215, IEC 62109, IEC 62619IEC 62109, IEC 62619
แนะนำสำหรับโรงแรมที่มีโหลด AC + ครัวสูงโรงแรมที่ต้องการ backup + ESG reportingพื้นที่ห่างไกลไม่มีกริด

คำถามที่พบบ่อย

โรงแรมขนาดเท่าไหร่ถึงจะติดตั้ง Solar Rooftop คุ้มค่า?

โรงแรมที่มีบิลค่าไฟตั้งแต่ 50,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปและมีพื้นที่หลังคาว่างพอจะเริ่มเห็นความคุ้มค่าชัดเจน โดยทั่วไประบบ On-Grid ขนาด 30-200 kWp เหมาะสำหรับโรงแรมบูทีคถึงระดับ 4 ดาว ระยะคืนทุนอยู่ที่ 4-7 ปี ขึ้นอยู่กับอัตราค่าไฟและโปรไฟล์การใช้งาน

การขออนุมัติ MEA/PEA สำหรับโรงแรมใช้เวลานานแค่ไหน?

กระบวนการขออนุมัติ Net-Metering กับ MEA หรือ PEA โดยเฉลี่ยใช้เวลา 4-12 สัปดาห์ นับจากวันที่ยื่นเอกสารครบ ขึ้นอยู่กับขนาดระบบและความสมบูรณ์ของเอกสาร ทีม EPC ของสหวัฒนกิจดูแลการจัดทำและยื่นเอกสารทั้งหมดเพื่อลดความล่าช้า

ต้องหยุดดำเนินกิจการโรงแรมระหว่างติดตั้ง Solar หรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องหยุดดำเนินกิจการ งานติดตั้งแผง PV บนหลังคาส่วนใหญ่ทำได้โดยไม่กระทบพื้นที่ให้บริการแขก การตัดไฟเชื่อมต่อ inverter เข้ากริดใช้เวลาสั้นและนัดหมายล่วงหน้าได้ สหวัฒนกิจวางแผนการติดตั้งให้สอดคล้องกับตารางงาน facility ของโรงแรม

แผง Monocrystalline Tier 1 ต่างจาก Tier 2 อย่างไรสำหรับโครงการโรงแรม?

แผง Tier 1 ตาม BNEF มี degradation rate ต่ำกว่าและผ่าน IEC 61215 + IEC 61730 ทำให้สถาบันการเงินยอมรับเป็น bankable asset ได้ง่ายกว่า สำหรับโรงแรมที่ต้องการจัดหาสินเชื่อหรือแสดงรายงาน ESG การเลือก Tier 1 ช่วยลดความเสี่ยงด้านผลผลิตตลอดอายุโครงการ 25 ปี

ส่งสเปก + ปริมาณ → ใบเสนอราคาภายใน 2 ชม.

ทีมสหวัฒนกิจ (1988) ตอบกลับในเวลาทำการ จ-ศ 08:30-17:30

ขอใบเสนอราคา

บริการที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง