Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
สหวัฒนกิจ (1988)

น้ำมันหล่อลื่น Food-Grade H1 สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

ครอบคลุม hydraulic oil, gear oil, compressor oil และจาระบี H1 ที่ตอบโจทย์ HACCP/GMP audit สำหรับสายการผลิตอาหารและโรงงานเครื่องดื่ม

สรุป

โรงงานอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องผ่าน HACCP/GMP audit จำเป็นต้องใช้น้ำมันหล่อลื่นระดับ Food-Grade H1 ในทุกจุดที่มีโอกาสสัมผัสอาหารโดยอ้อม ไม่ว่าจะเป็น hydraulic system, gear box, คอมเพรสเซอร์ หรือ bearing SAHA จัดหาน้ำมันหล่อลื่น H1 ที่ตรงตาม ISO VG และ OEM spec พร้อมตรวจสอบ batch ทุกครั้งก่อนจัดส่ง เพื่อให้ฝ่าย QA สามารถใช้เป็นหลักฐานใน audit ได้ทันที

  • น้ำมันหล่อลื่น Food-Grade H1 คือระดับที่ NSF International กำหนดให้ใช้ในจุดที่อาจสัมผัสอาหารโดยอ้อม (incidental contact) เช่น สายพาน, gear box ในสายการผลิต
  • การใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ไม่ใช่ H1 ในจุด incidental contact ถือเป็นเหตุ non-conformance ใน HACCP audit และอาจนำไปสู่การระงับการผลิตทันที
  • คอมเพรสเซอร์ในห้องเย็นโรงงานอาหารต้องการน้ำมัน ISO VG 32 หรือ 46 ที่เข้ากันได้กับสารทำความเย็น R404A หรือ R134a และมีคุณสมบัติ H1 ควบคู่กัน
  • น้ำมัน hydraulic H1 ระดับ ISO VG 46 เหมาะกับระบบไฮดรอลิกส่วนใหญ่ในสายการผลิตอาหารที่อุณหภูมิห้อง 25–40 °C ในประเทศไทย
  • SAHA มีประสบการณ์จัดส่งน้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องมากกว่า 35 ปี โดยตรวจสอบ batch ทุกครั้งก่อนจัดส่ง ตามที่ดำเนินการให้กับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่
  • จาระบี Food-Grade H1 ระดับ NLGI 2 เหมาะสำหรับ bearing และ chain conveyor ในสายการผลิตอาหารที่มีการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำบ่อยครั้ง (washdown environment)
  • การเลือก base oil กลุ่ม III หรือ IV (synthetic) สำหรับน้ำมัน H1 ช่วยยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายและลดความเสี่ยงจากน้ำมันรั่วไหลบ่อยครั้งในสายการผลิต

ทำไม Food-Grade H1 จึงเป็นข้อกำหนดบังคับ ไม่ใช่ตัวเลือกเสริม

น้ำมันหล่อลื่นระดับ H1 คือมาตรฐานที่ NSF International กำหนดไว้สำหรับจุดที่มีโอกาสสัมผัสอาหารโดยอ้อม (incidental contact) ซึ่งเป็นข้อกำหนดพื้นฐานใน HACCP และ GMP audit หากพบว่าโรงงานใช้น้ำมันหล่อลื่นทั่วไปในจุดดังกล่าว จะถือเป็น non-conformance ทันที และอาจนำไปสู่การระงับใบรับรองหรือหยุดสายการผลิต จุดที่มักพลาดในโรงงานอาหาร ได้แก่ gear box บนสายพานลำเลียง, ระบบ hydraulic ของเครื่องอัด/บรรจุ, bearing ของมิกเซอร์ และคอมเพรสเซอร์อากาศที่ใช้ในสายการผลิต ทุกจุดเหล่านี้ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรอง H1 พร้อม SDS และใบรับรอง NSF ที่ฝ่าย QA สามารถแสดงต่อ auditor ได้

เลือก Viscosity Grade อย่างไรให้ตรง OEM spec ของเครื่องจักรในโรงงานอาหาร

การเลือกความหนืด (viscosity grade) ที่ถูกต้องตาม OEM spec เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด ก่อนพิจารณาแบรนด์หรือราคา เนื่องจากความหนืดที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เครื่องจักรสึกหรอเร็วและอาจเกิดความเสียหายถาวร **Hydraulic system**: ISO VG 46 เหมาะกับระบบไฮดรอลิกทั่วไปในสายการผลิตอาหารที่อุณหภูมิโดยรอบ 25–40 °C ในประเทศไทย ส่วน ISO VG 32 ใช้กับระบบที่ทำงานในสภาพอากาศเย็นหรือห้องเย็น **Compressor oil**: คอมเพรสเซอร์ rotary screw โดยทั่วไปต้องการ ISO VG 46 หรือ 68 ขึ้นอยู่กับ OEM spec ของ Atlas Copco, Ingersoll-Rand หรือผู้ผลิตอื่น ๆ ส่วนคอมเพรสเซอร์แบบ reciprocating มักต้องการ VG 68 หรือ 100 เพื่อรับแรงดันที่สูงกว่า **Gear oil**: สำหรับ enclosed gear ในสายการผลิต ISO VG 220 เป็นค่าที่พบบ่อยที่สุดตามมาตรฐาน AGMA 9005-F16 ส่วน VG 150 ใช้กับ gear ที่มีความเร็วรอบสูงขึ้น **จาระบี**: NLGI Grade 2 เหมาะกับ bearing และ chain ในสภาพแวดล้อม washdown ที่มีการล้างทำความสะอาดบ่อยครั้ง ส่วน NLGI 0 หรือ 1 ใช้กับจุดที่ต้องการการไหลลื่นดีกว่าหรืออุณหภูมิต่ำ

Base Oil Group III vs IV (Synthetic) — คุ้มค่ากว่าสำหรับโรงงานอาหารหรือไม่

น้ำมัน H1 ที่ใช้ base oil กลุ่ม III (hydrocracked) หรือ IV (PAO — Polyalphaolefin) มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า Group I หรือ II อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ลดความถี่ในการเปลี่ยนถ่ายและลดโอกาสที่น้ำมันจะรั่วไหลสู่สายการผลิต สำหรับโรงงานอาหารที่ต้องการลดความเสี่ยงด้าน food safety การลงทุนใน synthetic H1 มีเหตุผลชัดเจน: อายุน้ำมันที่ยาวขึ้นหมายถึงจำนวนครั้งที่ต้องเปิดฝา refill ลดลง ซึ่งตรงกับหลักการ HACCP ที่ต้องการลด intervention ในพื้นที่ผลิต Base oil กลุ่ม IV (PAO) ยังมีคุณสมบัติ Viscosity Index (VI) สูงกว่า ทำให้ความหนืดเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน เหมาะกับโรงงานที่เครื่องจักรทำงานข้ามพื้นที่ห้องเย็นและห้องผลิตอุณหภูมิปกติ

เอกสารที่ฝ่าย QA ต้องการใน HACCP Audit และวิธีเตรียมจาก SAHA

ฝ่าย QA โรงงานอาหารต้องการเอกสาร 3 ชุดหลักสำหรับน้ำมันหล่อลื่นทุกรายการที่ใช้ในจุด incidental contact ได้แก่ (1) ใบรับรอง NSF H1 registration พร้อมหมายเลข registration ที่ตรวจสอบได้บนเว็บ NSF (2) Safety Data Sheet (SDS) ฉบับล่าสุด และ (3) Certificate of Analysis (CoA) หรือผลการตรวจ batch ที่ตรงกับสินค้าที่รับมอบ SAHA ดำเนินการตรวจสอบ batch ทุกครั้งก่อนจัดส่ง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติเดียวกับที่ใช้ในการจัดส่งให้กับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่มาต่อเนื่องกว่า 35 ปี ลูกค้าสามารถขอ CoA และเอกสาร NSF registration พร้อมกับการสั่งซื้อได้ทันที โดยไม่ต้องรอเพิ่มเติม ทำให้ฝ่าย QA สามารถเตรียมเอกสาร audit ได้ล่วงหน้าก่อนสินค้าถึง **ขอใบเสนอราคาพร้อมระบุ H1 spec และขอตัวอย่าง CoA** ได้ผ่านทีมขายโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าเอกสารครบถ้วนก่อน audit รอบถัดไป

การวางแผน PM Schedule สำหรับน้ำมันหล่อลื่น H1 ในสายการผลิตอาหาร

การวางแผน Preventive Maintenance (PM) ที่มีประสิทธิภาพช่วยลดทั้งต้นทุนน้ำมันและความเสี่ยงด้าน food safety ได้พร้อมกัน โดยหลักการคือกำหนดรอบการเปลี่ยนถ่ายตาม OEM spec ของแต่ละเครื่องจักร ไม่ใช่ตามปฏิทิน สำหรับ compressor rotary screw ทั่วไปที่ใช้ PAO-based H1: OEM spec มักกำหนดรอบเปลี่ยนถ่ายที่ 4,000–8,000 ชั่วโมงการทำงาน เทียบกับ mineral oil ที่ต้องเปลี่ยนที่ 2,000–4,000 ชั่วโมง การใช้ synthetic จึงลดความถี่การ shutdown เพื่อเปลี่ยนถ่ายได้จริง สำหรับ hydraulic system ในสายการผลิต: แนะนำให้ทำ oil analysis (ตรวจค่า viscosity, TAN, particle count) ทุก 500–1,000 ชั่วโมง เพื่อตัดสินใจเปลี่ยนตามสภาพจริงแทนการเปลี่ยนตามเวลา ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันโดยรวมและมีข้อมูลสำหรับ audit trail ด้วย **ดูเปรียบเทียบสินค้าน้ำมันหล่อลื่น H1** แต่ละ viscosity grade ได้ที่หน้าเปรียบเทียบ เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนขอใบเสนอราคา

เปรียบเทียบน้ำมันหล่อลื่น Food-Grade H1 ตามการใช้งานในโรงงานอาหาร

ประเภทการใช้งานViscosity Grade แนะนำBase Oil Groupจุดเด่นสำหรับโรงงานอาหารข้อพิจารณา HACCP
Hydraulic (อุณหภูมิห้อง 25–40°C)ISO VG 46III หรือ IVทนแรงดันสูง, VI สม่ำเสมอต้องมีใบรับรอง NSF H1
Hydraulic (ห้องเย็น / อุณหภูมิต่ำ)ISO VG 32IV (PAO)Pour point ต่ำ, สตาร์ทง่ายในอุณหภูมิต่ำตรวจสอบ compatibility กับ seal วัสดุ
Compressor Rotary ScrewISO VG 46 หรือ 68IV (PAO) ตาม OEMอายุน้ำมันยาว 4,000–8,000 ชม.ตรวจ OEM spec Atlas Copco / IR
Compressor ReciprocatingISO VG 68 หรือ 100III หรือ IVทนแรงดันสูงกว่า rotary screwต้องการ H1 หากลมสัมผัสอาหาร
Enclosed Gear Box สายพานISO VG 220III (mineral หรือ synthetic)ปกป้อง gear ได้ดี, ราคาสมเหตุAGMA 9005-F16, NSF H1 required
Bearing / Chain Conveyor (จาระบี)NLGI Grade 2III หรือ IV + tackifier H1กันน้ำได้ดีใน washdown zoneตรวจสอบ thickener ว่าไม่ใช่โลหะหนัก

คำถามที่พบบ่อย

น้ำมันหล่อลื่น H1 ต่างจาก H2 และ H3 อย่างไร

NSF H1 ใช้ในจุดที่อาจสัมผัสอาหารโดยอ้อม (incidental contact) เช่น gear box บนสายพาน H2 ใช้ในจุดที่ไม่มีโอกาสสัมผัสอาหารเลย เช่น ระบบไฮดรอลิกนอกพื้นที่ผลิต ส่วน H3 คือน้ำมันที่กินได้และใช้ทาอุปกรณ์โดยตรง HACCP audit จะตรวจสอบว่าแต่ละจุดใช้ระดับที่ถูกต้องหรือไม่

โรงงานอาหารควรเปลี่ยนน้ำมัน hydraulic H1 บ่อยแค่ไหน

ควรยึดตาม OEM spec ของเครื่องจักรเป็นหลัก โดยทั่วไป mineral H1 ใน VG 46 เปลี่ยนทุก 2,000–4,000 ชั่วโมงการทำงาน ส่วน synthetic (Group III/IV) อาจยาวถึง 4,000–8,000 ชั่วโมง การทำ oil analysis ทุก 500–1,000 ชั่วโมงช่วยตัดสินใจตามสภาพจริงและมีข้อมูลสำหรับ audit trail

สั่งซื้อน้ำมัน H1 จาก SAHA ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างสำหรับ audit

SAHA จัดเตรียมเอกสาร 3 ชุดหลักพร้อมกับการจัดส่ง ได้แก่ ใบรับรอง NSF H1 registration, Safety Data Sheet (SDS) ฉบับล่าสุด และ Certificate of Analysis (CoA) ของ batch ที่จัดส่ง ระบุในใบสั่งซื้อว่าต้องการเอกสารครบชุดเพื่อให้ทีมงานจัดเตรียมได้ทันที

คอมเพรสเซอร์ในห้องเย็นโรงงานอาหารต้องใช้น้ำมัน H1 ด้วยหรือไม่

ขึ้นอยู่กับระบบ หากคอมเพรสเซอร์ผลิตลมหรือก๊าซที่สัมผัสอาหารหรือบรรจุภัณฑ์โดยตรง ต้องใช้ H1 หากเป็นระบบปิดที่ลมไม่สัมผัสอาหาร HACCP auditor บางรายยังคงแนะนำให้ใช้ H1 เพื่อความปลอดภัยและง่ายต่อการจัดการเอกสาร

ส่งสเปก + ปริมาณ → ใบเสนอราคาภายใน 2 ชม.

ทีมสหวัฒนกิจ (1988) ตอบกลับในเวลาทำการ จ-ศ 08:30-17:30

ขอใบเสนอราคา

บริการที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง