คู่มือเลือกขนาด genset ดีเซลสำรองไฟโรงงาน — เข้าใจ rating ตาม ISO 8528 (ESP/PRP/COP), ความต่าง kVA กับ kW, ทำไมมอเตอร์ตัวใหญ่สุดคือตัวกำหนดขนาด, load factor กับปัญหา wet stacking, การ derate ที่อุณหภูมิไทย และเลือกระหว่าง genset กับ BESS
ไฟดับชั่วโมงเดียวในโรงงานไทย = สายการผลิตหยุด, ของในกระบวนการเสีย, ส่งงานไม่ทัน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (genset) คือประกันความต่อเนื่อง แต่ "เลือกขนาดผิด" เป็นความผิดพลาดที่แพงที่สุด — ใหญ่เกินไป = จ่ายเงินทิ้ง + เครื่องพังจาก wet stacking; เล็กเกินไป = สตาร์ตมอเตอร์ไม่ขึ้น ไฟตก เครื่องดับ บทความนี้สรุปวิธีเลือกขนาดให้ถูกตั้งแต่แรกตามมาตรฐาน ISO 8528
kVA ≠ kW (เริ่มจากตรงนี้ก่อน)
genset ระบุกำลังเป็น kVA ที่ตัวประกอบกำลัง (power factor) 0.8 เป็นมาตรฐาน:
kW = kVA × 0.8
เช่น genset 500 kVA = 400 kW ถ้าโหลดโรงงานคุณคิดเป็น kW ต้องแปลงกลับเป็น kVA ก่อนเทียบ (kVA = kW ÷ PF) — เลือกผิดหน่วยคือพลาดตั้งแต่ก้าวแรก
ISO 8528: เลือก "rating" ให้ตรงงาน
genset ตัวเดียวกันมีหลาย rating ตามรูปแบบการใช้ — ใช้ผิด rating = ผิดเงื่อนไขรับประกัน + เสี่ยงพัง:
| Rating | ใช้เมื่อ | โหลด | ชั่วโมง/ปี |
|---|---|---|---|
| ESP (Emergency Standby) | สำรองตอนไฟหลักดับ | แปรผัน, ห้าม overload | จำกัด (~200 ชม.) |
| PRP (Prime) | เป็นแหล่งไฟหลัก (ไม่มีกริด) | แปรผัน, เฉลี่ย ≤70% | ไม่จำกัด |
| COP (Continuous) | จ่ายโหลดคงที่ตลอด | คงที่ | ไม่จำกัด |
| LTP (Limited-Time) | จ่ายเสริมกริดเป็นช่วง | เต็มพิกัด | จำกัด/ปี |
โรงงานส่วนใหญ่ที่มีไฟ MEA/PEA อยู่แล้ว ใช้ ESP (สำรองตอนไฟดับ) — แต่ถ้าไฟดับบ่อย/นาน หรืออยู่นอกเขตกริด ต้องดู PRP
sizing: ไม่ใช่แค่ "บวกโหลดทั้งหมด"
ความผิดพลาดที่พบบ่อย = เอากำลังเครื่องทุกตัวมาบวกกันแล้วซื้อตามนั้น แต่ตัวกำหนดขนาดจริงมักเป็น มอเตอร์ตัวใหญ่สุดตอนสตาร์ต
- มอเตอร์เหนี่ยวนำสตาร์ตตรง (DOL) กินกระแสพุ่ง ~6 เท่า ของกระแสปกติชั่วขณะ → ต้องการ kVA พุ่งสูงมาก
- ถ้า genset เล็กไป ตอนมอเตอร์ใหญ่สตาร์ต → แรงดัน/ความถี่ตก เครื่องอื่นรวน หรือ genset ดับ
- ต้องวิเคราะห์ step load / transient ไม่ใช่แค่ kW รวม
ปัจจัยที่ต้องรวมในการคำนวณ:
- โหลดต่อเนื่องรวม (kW → kVA)
- ลำดับการสตาร์ต + กระแสพุ่งของมอเตอร์ตัวใหญ่สุด
- โหลดไม่เชิงเส้น (VFD, UPS) ที่สร้าง harmonic → ต้องเผื่อ
- margin สำรอง ~20–25% เผื่อขยายอนาคต
วิธีลดขนาด genset ที่ต้องใช้: ใช้ soft starter / VFD กับมอเตอร์ใหญ่เพื่อตัดกระแสพุ่งตอนสตาร์ต (ดู เลือก VFD vs Soft Starter vs DOL)
Load factor: อย่าซื้อใหญ่เกินไป
ใหญ่เกิน = ไม่ใช่ "เผื่อไว้ดี" — genset ดีเซลที่เดิน โหลดต่ำกว่า ~30% นาน ๆ เกิด wet stacking: เชื้อเพลิงเผาไม่หมด สะสมในไอเสีย/วาล์ว → ควันดำ กำลังตก ต้องซ่อมใหญ่
- จุดเหมาะ: เดินที่ ~50–80% ของพิกัด
- ถ้าโหลดจริงต่ำมากเป็นบางช่วง พิจารณา genset เล็กลง หรือหลายเครื่องขนาน (paralleling) ให้สลับกันรับโหลด
Derating สำหรับเมืองไทย
genset ระบุพิกัดที่อุณหภูมิอ้างอิงมาตรฐาน (มัก 25–40°C) — ไทยร้อนชื้น ต้องเช็ค:
- อุณหภูมิห้องเครื่อง/แวดล้อมจริง (มักสูงกว่าที่คิดเพราะความร้อนเครื่อง)
- ทุก ๆ ไม่กี่องศาเหนือพิกัดอ้างอิง กำลังจ่ายได้ลดลง (derate) — ดูตาราง derating ของผู้ผลิต
- การระบายอากาศห้องเครื่อง + อากาศเข้าเครื่องยนต์ต้องพอ ไม่งั้นกำลังตก/ร้อนเกิน
ATS — สลับไฟอัตโนมัติ
genset ไม่มีประโยชน์ถ้าสลับไม่ทัน — ต้องมี ATS (Automatic Transfer Switch):
- ตรวจจับไฟหลักดับ → สั่งสตาร์ต genset → สลับโหลดมาที่ genset อัตโนมัติ (ปกติ ~10 วินาที)
- ต้อง break-before-make ป้องกันไฟ genset ชนไฟกริด (เว้นแต่ระบบ sync paralleling ที่ออกแบบเฉพาะ)
- กลับมาไฟกริดปกติ → สลับคืน + ให้ genset เดินเย็นก่อนดับ (cool-down)
genset หรือ BESS — เลือกอย่างไร
| ปัจจัย | Genset ดีเซล | BESS (แบตเตอรี่) |
|---|---|---|
| ไฟดับนาน (ชั่วโมง+) | ✅ เดินได้ตราบมีน้ำมัน | จำกัดตามความจุ kWh |
| สลับทันที (0 วินาที) | ~10 วิ (มี ATS) | ✅ ทันที (UPS-grade) |
| โหลดใหญ่/มอเตอร์สตาร์ต | ✅ รับ surge ได้ดี | ขึ้นกับ kW อินเวอร์เตอร์ |
| เงียบ/ไม่มีไอเสีย | ❌ เสียง+ไอเสีย | ✅ เงียบสะอาด |
| คู่กับโซลาร์ | แยกระบบ | ✅ ใช้ surplus กลางวัน |
หลายโรงงานใช้ ไฮบริด: BESS รับช่วงสั้น/สลับทันที + genset สำหรับไฟดับยาว (ดูเปรียบเทียบ BESS สำหรับโซลาร์โรงงาน)
ผังเลือกขนาดอย่างย่อ
flowchart TD A["รวมโหลดที่ต้องสำรอง
(แปลงเป็น kVA)"] --> B["หามอเตอร์ใหญ่สุด
+ กระแสพุ่งตอนสตาร์ต"] B --> C{"genset รับ step load
ตอนมอเตอร์สตาร์ตไหว?"} C -->|"ไม่"| D["เพิ่มขนาด genset
หรือใส่ soft starter/VFD"] C -->|"ไหว"| E{"โหลดเฉลี่ย
อยู่ 50-80%?"} E -->|"ต่ำกว่า 30%"| F["ลดขนาด/แยกหลายเครื่อง
กัน wet stacking"] E -->|"50-80%"| G["เผื่อ margin 20-25%
+ derate อุณหภูมิไทย"] G --> H["เลือก rating ISO 8528
(ESP/PRP) + ATS"]
ข้อควรรู้เพิ่มเติม
- มลพิษ/เสียง: เครื่องยนต์ดีเซลมีข้อกำหนดไอเสีย/เสียงของกรมโรงงาน — เลือก canopy เก็บเสียง + ระบบไอเสียให้ผ่านเกณฑ์
- เชื้อเพลิง: คำนวณถังน้ำมันให้พอเวลาสำรองที่ต้องการ (ลิตร/ชม. ตามกำลัง)
- ทดสอบประจำ: เดินทดสอบมีโหลดสม่ำเสมอ (กัน wet stacking + พร้อมใช้จริง)
ให้สหวัฒนกิจช่วยออกแบบระบบไฟฟ้าสำรอง
ทีมวิศวกรรมของเรารับ สำรวจโหลด → คำนวณขนาด genset (รวม step load มอเตอร์) → เลือก rating + ATS → ติดตั้งและทดสอบ แบบ EPC ครบวงจร รวมถึงระบบไฮบริดกับโซลาร์/BESS ลูกค้าได้ขนาดที่พอดี ไม่จ่ายเกิน ไม่เสี่ยงไฟตก
- โทร: 02-096-2118 / 061-541-6939 / 096-109-4244 (คุณแหม่ม)
- LINE: @406rrgvm
- อีเมล: info@sahawatthanakit1988.com
- ขอใบเสนอราคา/ปรึกษาฟรี: กดที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
genset 500 kVA จ่ายไฟได้กี่ kW? ที่ power factor 0.8 มาตรฐาน = 500 × 0.8 = 400 kW ถ้าโหลดของคุณคิดเป็น kW ต้องแปลงเป็น kVA (kW ÷ 0.8) ก่อนเทียบขนาด genset
ทำไมห้ามซื้อ genset ใหญ่เกินไป? เครื่องดีเซลที่เดินโหลดต่ำกว่า ~30% นาน ๆ เกิด wet stacking — เชื้อเพลิงเผาไม่หมดสะสมในไอเสีย ทำให้ควันดำ กำลังตก และต้องซ่อมใหญ่ จุดเดินที่ดีคือ 50–80% ของพิกัด
ขนาด genset คิดจากผลรวม kW ของทุกเครื่องเลยได้ไหม? ไม่พอ — ตัวกำหนดจริงมักเป็นกระแสพุ่งตอนมอเตอร์ตัวใหญ่สุดสตาร์ต (DOL ~6 เท่า) ต้องวิเคราะห์ step load ไม่งั้นมอเตอร์สตาร์ตแล้วไฟตก เครื่องดับ
ใช้ ESP หรือ PRP rating? โรงงานที่มีไฟกริดอยู่แล้วและใช้ genset แค่ตอนไฟดับ = ESP (Emergency Standby) ถ้าใช้เป็นแหล่งไฟหลัก ไฟดับบ่อย/นาน หรือนอกเขตกริด = PRP (Prime) ที่เดินได้ไม่จำกัดชั่วโมง
genset กับ BESS อันไหนดีกว่า? คนละจุดแข็ง — genset เดินได้นานตราบมีน้ำมัน เหมาะไฟดับยาว/โหลดใหญ่; BESS สลับทันทีและเงียบ เหมาะช่วงสั้นและคู่กับโซลาร์ หลายโรงงานใช้ไฮบริดทั้งคู่
รับเอกสารสรุปหัวข้อนี้เป็น PDF
บทสรุป + หัวข้อครบ + มาตรฐานอ้างอิง มีโลโก้ Saha แนบ memo/TOR ได้ทันที — ส่งเข้าอีเมลให้ด้วย
อ่านแล้วมีคำถาม? ให้วิศวกรช่วย
บอกสิ่งที่อยากรู้สั้นๆ — วิศวกรสหวัฒนกิจช่วยเลือกสเปกที่เหมาะ พร้อมใบเสนอราคาจริง ไม่มีค่าบริการ
ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?
ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง
ตารางเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
เลือกหม้อแปลงไฟฟ้าโรงงานให้ถูก — ขนาด kVA, Oil-immersed vs Dry-type, และค่า Loss ที่กิน 24 ชม.
คู่มือเลือกหม้อแปลงจำหน่ายสำหรับโรงงานไทย — คำนวณขนาด kVA จากโหลดจริง, เลือกระหว่างหม้อแปลงน้ำมัน (oil-immersed) กับแบบแห้ง (dry-type/cast resin), เข้าใจ no-load/load loss กับ TCO, สเปกที่ต้องระบุ (vector group, %impedance, tap), และข้อกำหนด กฟภ./กฟน. + มอก./IEC 60076
ฮาร์มอนิกในโรงงาน (Harmonics) — แก้หม้อแปลงร้อน คาปาซิเตอร์แบงก์พัง ตาม IEEE 519 ด้วย Reactor / Filter / AHF
คู่มือแก้ปัญหาฮาร์มอนิก (harmonic distortion) ในโรงงานไทยจาก VFD/UPS/rectifier: 6 อาการเตือน (คาปาซิเตอร์แบงก์พัง, หม้อแปลง/สาย neutral ร้อน, เบรกเกอร์ trip), ความต่างของ THD-V / THD-I / TDD, เพดานตาม IEEE 519-2022 (THD-V 5% ที่ 1–69 kV / 8% ที่ ≤1 kV และ TDD ตาม Isc/IL), บันไดวิธีแก้จากถูกไปแพง (line reactor 3–5% → passive filter → detuned capacitor → multi-pulse 12/18 → Active Harmonic Filter), วิธีเลือก และทำไมต้องทำ Power Quality Audit 7 วันตาม IEC 61000-4-30/4-7 ก่อนซื้อ filter — รวมผลต่อ MEA/PEA และการ derate หม้อแปลง K-factor ตาม IEEE C57.110
ระบบกราวด์และป้องกันฟ้าผ่าโรงงาน (Earthing & Lightning Protection) — ออกแบบตาม IEC 62305 / วสท. กันอุปกรณ์พัง ผ่าน TOR และการไฟฟ้า
คู่มือออกแบบระบบกราวด์ (earthing) และระบบป้องกันฟ้าผ่า (LPS) สำหรับโรงงานและอาคารไทย: แยกให้ชัดว่ากราวด์เพื่อความปลอดภัยตาม IEC 60364 ต่างจากระบบป้องกันฟ้าผ่าตาม IEC 62305 อย่างไร, การประเมินความเสี่ยงตาม IEC 62305-2 ว่าต้องมี LPS หรือไม่ (R1 เทียบ RT), 4 ระดับการป้องกัน LPL Class I–IV (rolling sphere 20/30/45/60 ม., ขนาดตาข่าย mesh, ระยะ down conductor), ระบบรากสายดิน Type A/B, ค่าความต้านทานดินเป้าหมาย ≤5 โอห์ม, การวัดด้วยวิธี fall-of-potential, soil resistivity แบบ Wenner, ระบบการต่อลงดิน TN-S/TN-C-S/TT, การประสาน SPD Type 1/2/3 ตาม IEC 61643 กันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พัง, การเชื่อมต่อ exothermic weld เทียบ clamp, equipotential bonding และการตรวจสอบประจำปี — พร้อมผลต่อ TOR ภาครัฐ การขอเชื่อมต่อระบบการไฟฟ้า และเงื่อนไขประกันภัย
อาร์กแฟลช (Arc Flash) — ประเมินอันตรายและวิเคราะห์พลังงานตาม NFPA 70E / IEEE 1584 เลือก PPE Category ให้ถูก กันไฟฟ้าระเบิดในโรงงาน
คู่มืออาร์กแฟลช (arc flash) สำหรับโรงงานไทย: อาร์กแฟลชต่างจากไฟดูดอย่างไรและทำไมอันตรายกว่า (อุณหภูมิอาร์กสูงถึง ~19,000°C + แรงระเบิด), 2 วิธีกำหนด PPE ที่ห้ามผสมกัน — Incident Energy Analysis ตาม IEEE 1584-2018 เทียบกับ PPE Category Method ตามตาราง NFPA 70E, ความหมายของ incident energy (cal/cm²), เกณฑ์ไหม้ระดับ 2 ที่ 1.2 cal/cm², arc flash boundary, ตาราง PPE Category 1–4 (4/8/25/40 cal/cm²), ขั้นตอนทำ Arc Flash Study (short-circuit → coordination → คำนวณ → ติดป้าย), การลดพลังงานที่ต้นเหตุด้วย hierarchy of controls (ตัดไฟ + LOTO ก่อน PPE เสมอ, relay/maintenance mode, arc-resistant switchgear, remote racking), เสื้อผ้า arc-rated (ATPV/EBT, IEC 61482) และป้ายเตือนตาม NFPA 70E — พร้อมผลต่อกฎหมายความปลอดภัยไฟฟ้าไทย TOR และเงื่อนไขประกันภัย
