มีทั้งแนวที่ว่าคอมซึ่งจ่ายเป็นแรงจูงใจตามเป้าไม่ใช่ค่าจ้าง และแนวที่ว่าคอมซึ่งคำนวณจากผลงานเป็นค่าจ้างและต้องนับรวมในค่าชดเชย — บทความนี้วางทั้งสองแนวไว้ตรงๆ ไม่ฟันธงแทนคุณ พร้อมตัวเลขที่บอกว่าเดิมพันใหญ่แค่ไหน
⚠️ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ยังมีแนวคำวินิจฉัยขัดกันอยู่ และผลลัพธ์ขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะรายอย่างมาก ก่อนตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับค่าชดเชยหรือนโยบายค่าตอบแทน ต้องให้ทนายความด้านแรงงานของบริษัทคุณตรวจข้อเท็จจริงจริงของคุณเอง บทความนี้จงใจไม่ฟันธง เพราะการฟันธงในเรื่องที่ยังไม่ยุติคือการให้ข้อมูลที่ผิด
คำถามที่ราคาแพงที่สุดในห้องประชุม
พนักงานขายอายุงาน 7 ปี ถูกเลิกจ้าง เงินเดือน ฿25,000 คอมเฉลี่ยเดือนละ ฿20,000
ฝ่ายบุคคลคำนวณค่าชดเชยจากเงินเดือน ได้ ฿200,000
พนักงานบอกว่าต้องนับคอมด้วย เป็น ฿360,000
ต่างกัน ฿160,000 จากคนเดียว
ถ้าคุณลองค้นอินเทอร์เน็ตดู คุณจะเจอคำตอบที่ฟันธงชัดเจน — และคุณจะเจอทั้งสองคำตอบ โดยแต่ละฝ่ายก็ดูมั่นใจพอกัน
นั่นไม่ใช่เพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเขียนผิด แต่เพราะ มันมีแนวคำวินิจฉัยอยู่จริงทั้งสองทาง
ทำไมเรื่องนี้ถึงเถียงกันไม่จบ
ต้นตอมาจากโครงสร้างของกฎหมายเอง:
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง โดยคิดจาก "ค่าจ้างอัตราสุดท้าย"
กฎหมายไม่ได้เขียนว่า "เงินเดือน" — เขียนว่า "ค่าจ้าง"
และ "ค่าจ้าง" ตามนิยามในกฎหมาย หมายถึงเงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่าย เพื่อตอบแทนการทำงาน
คำถามจึงกลายเป็น: ค่าคอมมิชชั่นที่บริษัทคุณจ่าย เป็นการจ่าย "เพื่อตอบแทนการทำงาน" หรือไม่?
และนี่แหละคือคำถามที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป เพราะมันขึ้นกับข้อเท็จจริง — ไม่ใช่ขึ้นกับว่าคุณเรียกมันว่าอะไร
แนวที่ 1 — คอมมิชชั่นไม่ใช่ค่าจ้าง
คำพิพากษาฎีกาที่ 3733/2560 ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดในแนวนี้
ตามที่มีการรายงานถึงคำพิพากษาฉบับนี้ ข้อเท็จจริงคือ:
- นายจ้างจ่ายคอมให้พนักงานขายโดยอิงกับ เป้ายอดขายที่กำหนดไว้เป็นรายปี
- ถ้าทำไม่ถึงเป้า ไม่ได้รับคอมเลย
- นายจ้างจ่าย เงินเดือน เป็นค่าตอบแทนการทำงานตามปกติอยู่แล้ว รวมถึงค่าจ้างในวันหยุดและวันลา
เหตุผลของคำวินิจฉัย: เมื่อเงินเดือนทำหน้าที่ตอบแทนการทำงานปกติครบถ้วนแล้ว ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายเพิ่มจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ จูงใจให้เพิ่มยอดขาย ไม่ใช่การจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานโดยตรง — จึงไม่ถือเป็นค่าจ้าง
ลักษณะเด่นของข้อเท็จจริงในแนวนี้:
| องค์ประกอบ | ลักษณะ |
|---|---|
| เงื่อนไขการจ่าย | มีเป้าขั้นต่ำ ต้องถึงเป้าก่อนจึงได้ |
| ถ้าทำไม่ถึงเป้า | ไม่ได้รับเลย |
| ความสม่ำเสมอ | ไม่แน่นอน บางงวดได้ บางงวดไม่ได้ |
| บทบาทของเงินเดือน | ตอบแทนการทำงานปกติครบอยู่แล้ว |
| วัตถุประสงค์ที่ปรากฏ | เป็นแรงจูงใจเพิ่มเติม |
แนวที่ 2 — คอมมิชชั่นเป็นค่าจ้าง และต้องนับรวม
ในทางตรงกันข้าม มีการรายงานถึงคำพิพากษาและความเห็นของผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายที่ว่า คอมมิชชั่นซึ่งคำนวณจากผลงานที่ลูกจ้างทำได้ ถือเป็นค่าจ้าง และต้องนำมารวมในฐานคำนวณค่าชดเชย
คำพิพากษาที่ถูกอ้างถึงในแนวนี้ ได้แก่ ฎีกาที่ 2863/2552 และ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 340/2561
ตามที่มีการรายงานถึงคดี 340/2561 ข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับค่าตอบแทนที่คำนวณเป็นรายเดือนจากตัวชี้วัดที่ชัดเจน เช่น จำนวนบาทต่อลูกค้าหนึ่งราย หรือเปอร์เซ็นต์จากค่าแนะนำ ซึ่งถูกมองว่าเป็น ค่าตอบแทนที่ตกลงกันโดยผูกกับผลงาน จึงเป็นค่าจ้าง
ลักษณะเด่นของข้อเท็จจริงในแนวนี้:
| องค์ประกอบ | ลักษณะ |
|---|---|
| เงื่อนไขการจ่าย | ไม่มีเป้าขั้นต่ำ ขายได้เท่าไรได้เท่านั้น |
| ถ้าทำได้น้อย | ยังได้รับ เพียงแต่ได้น้อยลงตามสัดส่วน |
| ความสม่ำเสมอ | จ่ายประจำทุกงวด เป็นส่วนหนึ่งของรายได้ปกติ |
| วิธีคำนวณ | ผูกโดยตรงกับผลงาน มีสูตรตายตัว |
| วัตถุประสงค์ที่ปรากฏ | เป็นค่าตอบแทนการขาย |
วางสองแนวไว้ข้างกัน
| ประเด็น | แนวที่ 1: ไม่ใช่ค่าจ้าง | แนวที่ 2: เป็นค่าจ้าง |
|---|---|---|
| ตัวอย่างที่ถูกอ้างถึง | ฎีกา 3733/2560 | ฎีกา 2863/2552, ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ 340/2561 |
| แก่นของเหตุผล | จ่ายเพื่อจูงใจ ไม่ใช่ตอบแทนการทำงาน | จ่ายเป็นค่าตอบแทนที่คำนวณจากผลงาน |
| เงื่อนไขเป้า | มีเป้าขั้นต่ำ ไม่ถึงเป้าไม่ได้เลย | ไม่มีเป้า ได้ตามสัดส่วนผลงาน |
| ผลต่อฐานค่าชดเชย | ไม่นับรวม | นับรวม |
สิ่งที่ทั้งสองแนวเห็นตรงกัน: ตัวชี้วัดไม่ใช่ชื่อที่เรียก แต่คือ เงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของการจ่ายจริง
บริษัทสองแห่งที่เรียกเงินก้อนเดียวกันว่า "คอมมิชชั่น" อาจได้ผลตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง ถ้าเงื่อนไขการจ่ายต่างกัน
⚠️ ระวังคำสรุปภาษาอังกฤษที่ฟันธงด้านเดียว
คุณจะเจอบทสรุปภาษาอังกฤษจำนวนมากที่เขียนทำนองว่า variable commission is excluded from the severance base หรือ "คอมมิชชั่นแบบผันแปรไม่นับรวมในค่าชดเชย" — เขียนสั้น ชัด ฟันธง
นั่นคือการสรุปที่ง่ายเกินไป
มันหยิบเอาแนวที่ 1 มาเป็นข้อสรุปทั่วไป โดยละเลยว่า:
- แนวที่ 2 มีอยู่จริง และถูกอ้างถึงโดยผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายไทยเป็นประจำ
- คำพิพากษาแต่ละฉบับ ผูกกับข้อเท็จจริงของคดีนั้น ไม่ได้วางหลักที่ใช้ได้กับทุกโครงสร้างค่าตอบแทน
- "variable" ในภาษาอังกฤษ ครอบคลุมทั้งสองแบบ — ทั้งแบบมีเป้าขั้นต่ำและแบบจ่ายตามสัดส่วน ซึ่งเป็นความต่างที่ชี้ขาด
การนำข้อสรุปด้านเดียวไปออกแบบระบบค่าตอบแทน คือการเดิมพันเงินหลักแสนต่อคน กับเรื่องที่ยังไม่มีข้อยุติ
ตัวเลข: เดิมพันใหญ่แค่ไหน
อัตราค่าชดเชยตามมาตรา 118
| อายุงาน | ค่าชดเชย (วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย) |
|---|---|
| ไม่ถึง 120 วัน | ไม่ได้รับ |
| ครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี | 30 วัน |
| ครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี | 90 วัน |
| ครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี | 180 วัน |
| ครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี | 240 วัน |
| ครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี | 300 วัน |
| ครบ 20 ปีขึ้นไป | 400 วัน |
สังเกตว่าตัวคูณสูงมาก — อายุงาน 10 ปีขึ้นไปคือ 300 วัน หรือราว 10 เดือน ดังนั้นความต่างของฐานต่อวันจะถูกขยายหลายร้อยเท่า
ตัวอย่างที่ 1 — พนักงานขาย อายุงาน 7 ปี (240 วัน)
เงินเดือน ฿25,000 · คอมเฉลี่ยเดือนละ ฿20,000
| ไม่นับคอม | นับคอมรวมด้วย | |
|---|---|---|
| ฐานค่าจ้าง/เดือน | ฿25,000 | ฿45,000 |
| ฐานค่าจ้าง/วัน (÷30) | ฿833.33 | ฿1,500.00 |
| × 240 วัน | ฿200,000 | ฿360,000 |
| ส่วนต่าง | ฿160,000 |
ตัวอย่างที่ 2 — ผู้จัดการฝ่ายขาย อายุงาน 12 ปี (300 วัน)
เงินเดือน ฿45,000 · คอมเฉลี่ยเดือนละ ฿35,000
| ไม่นับคอม | นับคอมรวมด้วย | |
|---|---|---|
| ฐานค่าจ้าง/เดือน | ฿45,000 | ฿80,000 |
| ฐานค่าจ้าง/วัน (÷30) | ฿1,500.00 | ฿2,666.67 |
| × 300 วัน | ฿450,000 | ฿800,000 |
| ส่วนต่าง | ฿350,000 |
ถ้าทีมขายของคุณมี 5 คนในระดับนี้ ความไม่แน่นอนนี้มีมูลค่าหลักล้าน
หมายเหตุ: ตัวอย่างข้างต้นใช้การหารด้วย 30 วันเพื่อความเรียบง่ายในการเปรียบเทียบ วิธีคำนวณ "ค่าจ้างอัตราสุดท้าย" ในกรณีที่รายได้ผันแปร เช่น จะใช้ค่าเฉลี่ยกี่เดือนย้อนหลัง เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องให้ทนายความของคุณกำหนด
สิ่งที่ควบคุมได้: ถ้อยคำในนโยบายของคุณ
ในเมื่อผลลัพธ์ขึ้นกับเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของการจ่าย สิ่งที่บริษัทเขียนไว้เองจึงเป็นหลักฐานสำคัญ
นี่ไม่ใช่พิธีการ — มันมีผลจริง
| ถ้อยคำที่ส่งน้ำหนักไปทาง "ไม่ใช่ค่าจ้าง" | ถ้อยคำที่ส่งน้ำหนักไปทาง "เป็นค่าจ้าง" |
|---|---|
| "เงินจูงใจ (incentive) ซึ่งจ่ายต่อเมื่อทำยอดถึงเป้าที่กำหนด" | "ค่าตอบแทนการขาย ซึ่งจ่ายทุกเดือนตามยอดที่ทำได้จริง" |
| "หากทำไม่ถึงเป้า จะไม่ได้รับเงินส่วนนี้" | "คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายทุกบาทที่ทำได้" |
| "เงินเดือนเป็นค่าตอบแทนการทำงานทั้งหมดแล้ว" | (ไม่มีข้อความแยกบทบาทของเงินเดือน) |
| ระบุว่าเป็นสิทธิที่บริษัทกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ | ระบุเป็นสิทธิที่ได้รับแน่นอนเมื่อมีผลงาน |
⚠️ แต่ถ้อยคำอย่างเดียวไม่ชี้ขาด
ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงมีน้ำหนักกว่าสิ่งที่เขียนไว้
ถ้านโยบายเขียนว่า "จ่ายเมื่อถึงเป้าเท่านั้น" แต่ในทางปฏิบัติบริษัทจ่ายให้ทุกเดือนไม่ว่าจะถึงเป้าหรือไม่ ติดต่อกันมาหลายปี — ข้อความในนโยบายจะช่วยได้น้อยมาก
เพราะฉะนั้น: อย่าคิดว่าการไปแก้ถ้อยคำในเอกสารคือทางออก ถ้าวิธีปฏิบัติจริงไม่ได้เปลี่ยนตาม สิ่งที่จะได้คือความไม่สอดคล้องระหว่างเอกสารกับความจริง ซึ่งอาจแย่กว่าเดิม
🚩 อย่าทำสิ่งเหล่านี้
| ❌ | ทำไมถึงเป็นปัญหา |
|---|---|
| แก้นโยบายย้อนหลังหลังจากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นแล้ว | เอกสารที่แก้หลังเกิดเหตุมีน้ำหนักน้อย และอาจถูกมองในแง่ลบ |
| เปลี่ยนโครงสร้างคอมฝ่ายเดียวเพื่อเลี่ยงการเป็นค่าจ้าง | ถ้าทำให้ลูกจ้างได้น้อยลง เป็นการเปลี่ยนสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณ ซึ่งโดยหลักเปลี่ยนฝ่ายเดียวไม่ได้ |
| เปลี่ยนสัญญาจ้างพนักงานขายเป็นสัญญานายหน้าอิสระ โดยงานจริงไม่เปลี่ยน | สถานะนายจ้างลูกจ้างดูที่ข้อเท็จจริง ไม่ได้ดูที่ชื่อสัญญา |
| ตั้งสมมติฐานว่า "คอมไม่ใช่ค่าจ้าง" แล้วกันสำรองไว้ตามนั้น | ถ้าตีความออกมาอีกทาง ภาระที่ไม่ได้กันไว้จะมาทีเดียวทั้งก้อน |
สิ่งที่ทำได้จริงตอนนี้
เปิดดูว่าคุณมีนโยบายค่าคอมมิชชั่นเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ — จำนวนมากไม่มีเลย ใช้การตกลงปากเปล่า ซึ่งแปลว่าไม่มีหลักฐานอะไรสนับสนุนฝ่ายนายจ้างเมื่อเกิดข้อพิพาท การมีเอกสารที่ตรงกับความจริง ดีกว่าไม่มีเอกสารเสมอ
คำนวณตัวเลขทั้งสองทางไว้ล่วงหน้า สำหรับพนักงานขายทุกคน — ให้รู้ว่าถ้าตีความออกมาแบบที่แพงกว่า ภาระจริงคือเท่าไร นี่คือข้อมูลที่ต้องมีก่อนตัดสินใจเลิกจ้างใครก็ตาม
ตรวจว่าวิธีปฏิบัติจริงตรงกับที่เขียนไว้หรือไม่ — ถ้านโยบายบอกว่ามีเป้า แต่จ่ายทุกเดือนไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นั่นคือช่องว่างที่ต้องจัดการก่อน
นำนโยบายฉบับจริง พร้อมประวัติการจ่ายจริงย้อนหลัง ไปให้ทนายความด้านแรงงานตรวจ — เน้นว่าต้องให้ดูทั้งเอกสารและวิธีปฏิบัติจริง ไม่ใช่ให้ดูแค่ตัวหนังสือ เพราะการตีความขึ้นกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงด้วย
อย่ารอให้มีข้อพิพาทก่อนแล้วค่อยหาคำตอบ — ตอนนั้นคุณจะไม่มีทางเลือกเหลือเท่าตอนนี้
สรุป
- เรื่องนี้ ยังไม่มีข้อยุติ และมีแนวคำวินิจฉัยอยู่จริง ทั้งสองทาง
- ตัวชี้วัดไม่ใช่ชื่อที่เรียก แต่คือ เงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของการจ่ายจริง โดยเฉพาะเรื่องเป้าขั้นต่ำ
- คำสรุปภาษาอังกฤษที่ฟันธงด้านเดียวว่าคอมแบบผันแปรไม่นับรวม เป็นการสรุปที่ง่ายเกินไป
- ถ้อยคำในนโยบายมีผลจริง แต่ วิธีปฏิบัติจริงมีน้ำหนักกว่า
- เดิมพันอยู่ในระดับ หลักแสนต่อพนักงานหนึ่งคน
- ต้องให้ทนายความด้านแรงงานของคุณดูข้อเท็จจริงของคุณเอง — บทความนี้ ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ หรือฟอรัมออนไลน์ใดๆ ทำหน้าที่นั้นแทนไม่ได้
เครื่องมือที่ใช้ทำเรื่องนี้ได้ทันที
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้อันตรายกว่าที่ควร คือหลาย SME ไม่มีเอกสารอะไรเลย ไม่มีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่มีบันทึกว่าคอมแต่ละงวดคำนวณมาจากอะไร พอเกิดข้อพิพาทจึงไม่มีอะไรไปแสดงเลย
ระบบคำนวณค่าคอมมิชชั่นจากกำไรขั้นต้น (GP) ของเราช่วยตรงจุดนี้:
- มีชีตประกาศนโยบายค่าคอมมิชชั่น ให้แก้ชื่อบริษัทและเงื่อนไขแล้วประกาศใช้ได้ — จุดที่มีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร คือจุดเริ่มต้นที่ทนายความของคุณจะทำงานต่อได้
- บันทึกที่มาของคอมทุกบาทเป็นรายบิล — คำนวณจากกำไรขั้นต้น (GP) พร้อมสูตรที่ตรวจย้อนกลับได้ ไม่ใช่ตัวเลขที่โผล่มาเฉยๆ
- เก็บประวัติการจ่ายจริงรายงวด — ซึ่งเป็นเอกสารที่ทนายความต้องดูควบคู่กับนโยบาย เพราะวิธีปฏิบัติจริงมีน้ำหนักกว่าตัวหนังสือ
- แยกโครงสร้างขั้นและเงื่อนไขให้เห็นชัด ว่าจ่ายแบบมีเป้าขั้นต่ำหรือจ่ายตามสัดส่วน — ซึ่งเป็นความต่างที่ชี้ขาดในเรื่องนี้พอดี
- ไม่มีมาโคร เปิดได้ทั้ง Excel / LibreOffice / Google Sheets
เครื่องมือนี้ทำให้คุณมีเอกสารที่ตรงกับความจริงเพื่อให้ทนายความตรวจได้ — มันไม่ได้ตอบแทนคุณว่าคอมของคุณเป็นค่าจ้างหรือไม่ และไม่มีซอฟต์แวร์ใดตอบคำถามนั้นแทนทนายความได้
จ่ายครั้งเดียว ฿999 — ราคาเปิดร้าน ถึง 31 ธ.ค. 2569 (ราคาเต็ม ฿1,490) · รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว · ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบริษัทได้ · ดาวน์โหลดทันทีหลังชำระเงิน
Get this guide as a reference brief (PDF)
Summary + full section list + standards cited, Saha-branded for your memo/RFQ — emailed to you too.
Questions after reading? Talk to our engineers
Tell us what you need — our engineers help you spec it right, with a real quote. No charge.
Need help with this in your facility?
Our team handles full procurement and installation for the topics covered in this article. Free quote within 2 hours.
Frequently Asked Questions
1ค่าคอมมิชชั่นต้องนำมารวมในฐานคำนวณค่าชดเชยหรือไม่?
+
2แนวที่ว่าค่าคอมมิชชั่นไม่ใช่ค่าจ้าง มีเหตุผลอย่างไร?
+
3แนวที่ว่าค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าจ้าง มีเหตุผลอย่างไร?
+
4ข้อมูลภาษาอังกฤษที่บอกว่าคอมมิชชั่นแบบผันแปรไม่นับรวมในค่าชดเชย เชื่อได้ไหม?
+
5อัตราค่าชดเชยตามมาตรา 118 เป็นอย่างไร?
+
6ถ้าคอมมิชชั่นถูกนับเป็นค่าจ้าง ตัวเงินต่างกันมากแค่ไหน?
+
7ถ้อยคำในนโยบายค่าคอมมิชชั่นมีผลต่อการตีความจริงหรือ?
+
8ผู้ประกอบการควรทำอะไรตอนนี้?
+
Related content
Customers Paying Late? Chase Hard and Lose the Relationship, Don't Chase and Lose the Cash — a 4-Step Collection Ladder That Keeps Both
Effective B2B collection is not about harsher words — it is a predictable, escalating ladder tied to days overdue: polite reminder, firm date request, formal notice, delivery hold. With face-saving wording that fits Thai business culture, and the fact most SMEs miss: Thailand's 45-day credit-term guideline for large buyers.
DSO and "Idle Money" — the Credit Terms You Grant Have a Price in Baht per Year, and Most Businesses Never Compute It
Sell on 30-day terms but actually collect on day 70, and you are lending your customer money for 40 days while paying the overdraft interest yourself. How to measure your own DSO, how to price idle money in baht, and why outstanding balances must be computed from the cash you will actually receive after Thai withholding tax.
A Debtor Register with an Aging Table — Half of B2B Invoices Get Paid Late; the Businesses That Survive Know Who Owes What, Every Morning
Global B2B payment research says roughly half of invoices are paid late and bad debts average 6–8% of credit sales. How to build a debtor register and aging table that answers "who do we chase today" in ten seconds — including the parts international templates miss in Thailand: billing dates, cheque rounds, and withholding tax.
How Far Can You Discount? — The Four-Number Ladder to Know Before You Answer
Instead of guessing or giving way, use four figures worked out in advance: the price to quote, the lowest price clearing your minimum margin, break-even, and the cash floor. With the wording that works at each rung, and what to trade for every baht you concede.