โซลาร์เซลล์สำหรับคลังสินค้าและโลจิสติกส์ — Solar EPC ครบวงจรโดย SAHA
ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง และเชื่อมต่อ MEA/PEA ระบบ On-Grid · Hybrid บนหลังคาคลังสินค้า พร้อมรับประกันระบบหลังการติดตั้ง
คลังสินค้าที่มีหลังคาขนาดใหญ่เหมาะอย่างยิ่งกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบ On-Grid หรือ Hybrid เพื่อลดค่าไฟฟ้าระหว่างเวลาทำงาน โครงการอ้างอิงของ SAHA ขนาด 120 kWp บนหลังคาโรงงานอุตสาหกรรมใน จ.นนทบุรี ลดค่าไฟได้ 58% โดยระบบผ่านมาตรฐาน IEC 61215, IEC 62109 และ TIS 2606 พร้อมขออนุญาต MEA/PEA ครบวงจร
- SAHA ดำเนินโครงการ Solar EPC ติดตั้งระบบ On-Grid 120 kWp บนหลังคาโรงงานอุตสาหกรรม จ.นนทบุรี สามารถลดค่าไฟฟ้าได้ 58%
- ระบบโซลาร์เซลล์ที่ SAHA ติดตั้งผ่านมาตรฐาน IEC 61215 (แผงโซลาร์), IEC 62109 (อินเวอร์เตอร์) และ TIS 2606 ของประเทศไทย
- SAHA ให้บริการ EPC ครบวงจร ได้แก่ งานวิศวกรรม (Engineering), จัดหาอุปกรณ์ (Procurement) และติดตั้ง (Construction) พร้อมประสานงานเชื่อมต่อ MEA/PEA
- คลังสินค้าสามารถเลือกระบบได้ 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ On-Grid, Off-Grid และ Hybrid โดยแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับรูปแบบการใช้ไฟฟ้าและงบประมาณที่แตกต่างกัน
- แผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้ในงานคลังสินค้าแบ่งเป็น 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ Monocrystalline, Polycrystalline และ Thin-Film โดยมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่างกัน
- อินเวอร์เตอร์ที่ใช้ในระบบโซลาร์คลังสินค้ามี 3 ประเภท ได้แก่ String Inverter, Microinverter และ Power Optimizer ซึ่งส่งผลต่อการจัดการเงาและการดูแลรักษาระบบ
ทำไมคลังสินค้าจึงเหมาะกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์มากกว่าอาคารประเภทอื่น
คลังสินค้าและโรงงานโลจิสติกส์เป็นกลุ่มอาคารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา เนื่องจากมีพื้นที่หลังคาขนาดใหญ่ที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง ประกอบกับการใช้ไฟฟ้าสูงในช่วงกลางวัน ซึ่งตรงกับช่วงที่แผงโซลาร์ผลิตพลังงานได้มากที่สุด นอกจากนี้ หลังคาเมทัลชีทหรือคอนกรีตของคลังสินค้าส่วนใหญ่รองรับโครงสร้างติดตั้งแผงโซลาร์ได้โดยไม่ต้องเสริมโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ทำให้ต้นทุนการติดตั้งต่อ kWp ต่ำกว่าอาคารสำนักงานทั่วไป
On-Grid, Off-Grid หรือ Hybrid — เลือกระบบใดสำหรับคลังสินค้า
ระบบ On-Grid เหมาะที่สุดสำหรับคลังสินค้าที่เปิดทำการในช่วงกลางวันและต้องการลดค่าไฟฟ้าจากการไฟฟ้าโดยตรง เนื่องจากไม่ต้องลงทุนในแบตเตอรี่จัดเก็บพลังงาน ทำให้ต้นทุนต่อระบบต่ำที่สุดและคืนทุนเร็วที่สุด ระบบ Hybrid เหมาะกับคลังสินค้าที่ต้องการสำรองไฟฟ้าสำหรับระบบควบคุมอุณหภูมิ ไฟส่องสว่าง หรืออุปกรณ์ที่ต้องการไฟฟ้าต่อเนื่องในช่วงไฟดับ ส่วน Off-Grid เหมาะสำหรับคลังสินค้าในพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่มีสายไฟฟ้าของการไฟฟ้าเข้าถึง โครงการอ้างอิงของ SAHA ที่ จ.นนทบุรี เลือกใช้ระบบ On-Grid ขนาด 120 kWp บนหลังคาโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถลดค่าไฟฟ้าได้ 58% และผ่านการเชื่อมต่อกับระบบ MEA ครบถ้วน ([solar-epc-factory-warehouse])
เปรียบเทียบเทคโนโลยีแผงโซลาร์และอินเวอร์เตอร์สำหรับงานคลังสินค้า
การเลือกแผงโซลาร์และอินเวอร์เตอร์ที่เหมาะสมส่งผลโดยตรงต่อผลตอบแทนการลงทุนตลอดอายุระบบ 25 ปี สำหรับคลังสินค้าที่มีหลังคาเอียงและไม่มีร่มเงา Monocrystalline ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในพื้นที่จำกัด ในขณะที่ Polycrystalline มีต้นทุนต่อกิกะวัตต์ต่ำกว่าและเหมาะกับหลังคาขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่เหลือเฟือ Thin-Film เหมาะกับหลังคาโค้งหรือพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบ ในด้านอินเวอร์เตอร์ String Inverter เป็นตัวเลือกมาตรฐานสำหรับระบบขนาดกลางถึงใหญ่ที่ไม่มีปัญหาเงาบัง ส่วน Microinverter และ Power Optimizer เหมาะกับระบบที่มีหลังคาหลายทิศทางหรือมีสิ่งกีดขวางบางส่วน แม้ต้นทุนต่อหน่วยสูงกว่าแต่ลดการสูญเสียพลังงานจากเงาบังได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขั้นตอน Solar EPC ของ SAHA สำหรับคลังสินค้า — ตั้งแต่ออกแบบจนถึงเชื่อมต่อการไฟฟ้า
SAHA ดำเนินงาน Solar EPC ครบวงจรสำหรับคลังสินค้าใน 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ (1) งานวิศวกรรม (Engineering): สำรวจหน้างาน วิเคราะห์โครงสร้างหลังคา คำนวณ load และออกแบบระบบตามมาตรฐาน IEC 61215 และ IEC 62109 (2) จัดหาอุปกรณ์ (Procurement): คัดเลือกแผงโซลาร์และอินเวอร์เตอร์ที่ผ่าน TIS 2606 และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง (3) ติดตั้ง (Construction): งานโครงสร้าง เดินสายไฟ ติดตั้งตู้ไฟ และระบบ monitoring (4) เชื่อมต่อและขออนุญาต: ประสานงานขออนุญาตเชื่อมต่อกับ MEA หรือ PEA ตามพื้นที่ของคลังสินค้า ระบบทุกชุดที่ติดตั้งจะมีการทดสอบก่อนส่งมอบ และออกเอกสาร as-built drawing สำหรับการบำรุงรักษาในอนาคต [ขอใบเสนอราคา Solar EPC สำหรับคลังสินค้าของคุณ](/contact)
มาตรฐานและข้อกำหนดที่คลังสินค้าไทยต้องตรวจสอบก่อนติดตั้งโซลาร์เซลล์
ก่อนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาคลังสินค้า ผู้ซื้อต้องตรวจสอบว่าระบบเป็นไปตามมาตรฐาน IEC 61215 สำหรับแผงโซลาร์ และ IEC 62109 สำหรับอินเวอร์เตอร์ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ MEA และ PEA ใช้อ้างอิงในการอนุมัติการเชื่อมต่อ นอกจากนี้ TIS 2606 ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นมาตรฐานภาคบังคับสำหรับแผงโซลาร์ที่ขายในประเทศไทย สำหรับโครงสร้างหลังคา ผู้รับเหมาต้องตรวจสอบ dead load และ live load ของหลังคาเดิมให้รองรับน้ำหนักแผงโซลาร์และโครงยึด โดยเฉพาะคลังสินค้าที่ใช้หลังคาเมทัลชีทอายุเกิน 10 ปี [ดูเปรียบเทียบระบบ On-Grid / Off-Grid / Hybrid](/solar/compare)
เปรียบเทียบระบบโซลาร์เซลล์ 3 รูปแบบสำหรับคลังสินค้า
| คุณสมบัติ | On-Grid | Off-Grid | Hybrid |
|---|---|---|---|
| การเชื่อมต่อการไฟฟ้า | ต้องเชื่อมต่อ MEA/PEA | ไม่เชื่อมต่อ | เชื่อมต่อ MEA/PEA + มีแบตเตอรี่สำรอง |
| แบตเตอรี่จัดเก็บพลังงาน | ไม่มี | มี (จำเป็น) | มี (เสริม) |
| ต้นทุนการติดตั้ง | ต่ำที่สุด | สูงที่สุด | ปานกลาง-สูง |
| ความเหมาะสมกับคลังสินค้า | เปิดกลางวัน ไฟฟ้าเสถียร | พื้นที่ห่างไกล ไม่มีไฟฟ้า | ต้องการสำรองไฟ / ไฟดับบ่อย |
| มาตรฐานอ้างอิง | IEC 61215, IEC 62109, TIS 2606 | IEC 61215, IEC 62109 | IEC 61215, IEC 62109, IEC 62619 |
| การขออนุญาต MEA/PEA | จำเป็น | ไม่จำเป็น | จำเป็น |
| ระยะคืนทุนโดยประมาณ | เร็วที่สุด | ช้าที่สุด | ปานกลาง |
คำถามที่พบบ่อย
คลังสินค้าขนาดกี่ตารางเมตรถึงจะคุ้มค่ากับการติดตั้งโซลาร์เซลล์
คลังสินค้าที่มีหลังคาติดตั้งได้ไม่ต่ำกว่า 150–200 ตร.ม. (ประมาณ 20–30 kWp) และใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 30,000 บาทขึ้นไปในช่วงกลางวัน มักมีระยะคืนทุนที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับอัตราค่าไฟ โครงสร้างหลังคา และรูปแบบการใช้ไฟของแต่ละแห่ง
ระบบ On-Grid แตกต่างจาก Hybrid อย่างไร และอันไหนเหมาะกับคลังสินค้ามากกว่า
On-Grid ไม่มีแบตเตอรี่ ลดค่าไฟได้เฉพาะช่วงที่แผงผลิตไฟ เมื่อไฟดับระบบจะหยุดทำงานทันที Hybrid มีแบตเตอรี่สำรองจึงยังจ่ายไฟต่อได้ในช่วงไฟดับ คลังสินค้าส่วนใหญ่เลือก On-Grid เพราะต้นทุนต่ำและคืนทุนเร็วกว่า ยกเว้นคลังห้องเย็นหรือระบบที่ต้องการความต่อเนื่องของไฟฟ้า
SAHA ขออนุญาต MEA/PEA ให้ได้เองหรือต้องให้เจ้าของคลังสินค้าดำเนินการเอง
SAHA ดำเนินงาน EPC ครบวงจรรวมถึงการประสานงานขออนุญาตเชื่อมต่อกับ MEA หรือ PEA แทนเจ้าของโครงการ โดยจัดเตรียมเอกสารทางวิศวกรรมและแบบแปลนตามข้อกำหนดของการไฟฟ้าแต่ละแห่ง เจ้าของคลังสินค้าต้องเตรียมเอกสารสิทธิ์ที่ดินและหนังสือมอบอำนาจเพื่อประกอบการยื่นขออนุญาต
แผงโซลาร์บนหลังคาคลังสินค้าต้องมีการบำรุงรักษาอย่างไรบ้างหลังติดตั้ง
ระบบโซลาร์บนหลังคาคลังสินค้าควรทำความสะอาดแผงทุก 3–6 เดือนขึ้นอยู่กับปริมาณฝุ่นในพื้นที่ ตรวจสอบสายไฟและจุดต่อทุก 12 เดือน และตรวจสอบประสิทธิภาพผ่านระบบ monitoring อย่างสม่ำเสมอ อินเวอร์เตอร์มีอายุใช้งานเฉลี่ย 10–15 ปี ควรวางแผนงบประมาณสำรองสำหรับการเปลี่ยนทดแทน
ส่งสเปก + ปริมาณ → ใบเสนอราคาภายใน 2 ชม.
ทีมสหวัฒนกิจ (1988) ตอบกลับในเวลาทำการ จ-ศ 08:30-17:30
ขอใบเสนอราคา