Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
กลับไปดูบทความทั้งหมด
Sahawatthanakit (1988)7 นาที

ใบแจ้งหนี้ 107,000 ทำไมเงินเข้าบัญชี 104,000 — ฐานหัก ณ ที่จ่ายคิดจากยอดก่อน VAT ไม่ใช่ยอดรวม

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคำนวณบนฐานก่อน VAT เสมอ ใบ 100,000 บวก VAT 7% เป็น 107,000 ถูกหัก 3% จากฐาน 100,000 คือ 3,000 บาท เงินเข้าจริง 104,000 — อธิบายว่าทำไมการคิดจากยอดรวมทำให้แผนเงินสดคลาดทุกใบ ทำไมงานบริการโดนหักแต่การขายสินค้าล้วนไม่โดน และเงินที่ถูกหักไปไม่ได้หายไปไหน

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายwithholding taxVATภ.พ.3050 ทวิกระแสเงินสดลูกหนี้การค้า
สรุป (TL;DR)

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคำนวณบนฐานก่อน VAT เสมอ ใบ 100,000 บวก VAT 7% เป็น 107,000 ถูกหัก 3% จากฐาน 100,000 คือ 3,000 บาท เงินเข้าจริง 104,000 — อธิบายว่าทำไมการคิดจากยอดรวมทำให้แผนเงินสดคลาดทุกใบ ทำไมงานบริการโดนหักแต่การขายสินค้าล้วนไม่โดน และเงินที่ถูกหักไปไม่ได้หายไปไหน

บทความนี้เป็นคำอธิบายหลักการเพื่อการวางแผนเงินภายในกิจการ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือกฎหมาย การปฏิบัติจริงควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของกิจการ และอ้างอิงประกาศล่าสุดของกรมสรรพากร

คำถามที่พนักงานบัญชีถูกถามซ้ำที่สุด

"ทำไมออกใบไป 107,000 แต่เงินเข้ามา 104,000 ล่ะ ลูกค้าจ่ายไม่ครบหรือเปล่า"

ลูกค้าจ่ายครบแล้ว และตัวเลข 104,000 นั้นถูกต้องทุกบาท สิ่งที่เกิดขึ้นคือภาษีหัก ณ ที่จ่าย และวิธีคำนวณของมันมีรายละเอียดหนึ่งจุดที่ทำให้คนคิดผิดกันทั้งประเทศ — ฐานที่ใช้หัก ไม่ใช่ยอดที่เห็นบนใบ

กลไก แยกทีละบรรทัด

ใบแจ้งหนี้ค่าบริการใบหนึ่ง

รายการ จำนวน
มูลค่างาน (ฐาน) 100,000
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 7,000
ยอดรวมหน้าใบ 107,000
หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของ ฐาน 100,000 −3,000
ยอดโอนเข้าบัญชีจริง 104,000

จุดชี้ขาดอยู่ที่บรรทัดที่สี่ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคิดจาก 100,000 ไม่ใช่ 107,000 จึงได้ 3,000 ไม่ใช่ 3,210

ทำไมฐานถึงไม่รวม VAT — เหตุผลมีตรรกะของมัน

ภาษีสองตัวนี้เก็บจากคนละอย่าง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่เงินได้ของผู้ขาย ผู้ขายเป็นแค่คนเก็บแทนรัฐ เงิน 7,000 บาทนั้นไม่เคยเป็นของกิจการ มันแค่ผ่านมือไปแล้วต้องนำส่งกรมสรรพากรตอนยื่น ภ.พ.30

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือภาษีเงินได้ที่ถูกเก็บล่วงหน้าจาก เงินได้ ของผู้รับ

เมื่อ VAT ไม่ใช่เงินได้ของผู้ขาย มันจึงไม่มีเหตุผลที่จะเป็นฐานของภาษีเงินได้ ถ้าคิดหักจาก 107,000 เท่ากับกำลังเก็บภาษีเงินได้จากเงินที่ไม่ใช่รายได้ของใครเลย

ไม่ใช่ทุกใบที่โดนหัก และตรงนี้พลาดกันบ่อย

อัตราและประเภทงานกำหนดไว้ในคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป. 4/2528 หลักกว้าง ๆ ที่กิจการซื้อมาขายไปควรรู้คือ

  • ค่าบริการ ค่ารับจ้างทำของ โดยทั่วไปหัก 3%
  • ค่าเช่า โดยทั่วไปหัก 5%
  • ค่าขนส่ง โดยทั่วไปหัก 1%
  • การขายสินค้าล้วน โดยทั่วไปไม่อยู่ในข่ายต้องหัก

กับดักอยู่ที่ งานที่มีทั้งของและการติดตั้งในใบเดียวกัน เช่น ขายอุปกรณ์พร้อมติดตั้งหน้างาน การแยกหรือไม่แยกมูลค่าสองส่วนนี้ในใบแจ้งหนี้มีผลต่อการหัก และในทางปฏิบัติฝ่ายจัดซื้อของลูกค้าแต่ละรายก็ตีความไม่เหมือนกัน กรณีแบบนี้ควรตกลงให้ชัดก่อนออกใบและปรึกษาผู้ทำบัญชี ไม่ใช่เดาแล้วมาเถียงกันตอนเงินเข้าไม่ตรง

ผลที่ตามมาสำหรับการวางแผนเงินคือ สองใบมูลค่าเท่ากันอาจให้เงินเข้าไม่เท่ากัน ขึ้นกับว่าเป็นงานบริการหรือขายของ แผนเงินสดจึงต้องรู้จักความต่างนี้ทีละใบ ไม่ใช่คูณอัตราเดียวทั้งกระดาน

เงินที่ถูกหักไปไม่ได้หาย แต่มันช้า และความช้าคือปัญหาเรื่องเงินสด

เงิน 3,000 บาทนั้นถูกนำส่งกรมสรรพากรในนามของเรา และผู้จ่ายต้องออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ตอนยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ยอดสะสมทั้งหมดนี้เอาไปหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายได้

ในแง่บัญชีจึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย มันคือสินทรัพย์ประเภทภาษีจ่ายล่วงหน้า

แต่ในแง่ เงินสด มันคือเงินที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในบัญชีเรา และจะกลับมาเป็นประโยชน์อีกหลายเดือนข้างหน้า กิจการที่รายได้เป็นงานบริการล้วนจะถูกกันเงินไว้ 3% ของยอดขายทั้งปีตลอดเวลา ซึ่งเป็นเงินก้อนไม่เล็กสำหรับกิจการที่ใช้ OD หมุน

แผนกระแสเงินสดจึงต้องบันทึก ยอดรับสุทธิ 104,000 ไม่ใช่ 107,000 เพราะคำถามที่แผนต้องตอบคือสัปดาห์นั้นมีเงินใช้เท่าไหร่ ไม่ใช่ออกใบไปเท่าไหร่

ความคลาดเคลื่อน 210 บาทที่กลายเป็นหลักหมื่น

ถ้าคิดหัก 3% จากยอดรวม 107,000 จะได้ 3,210 แทนที่จะเป็น 3,000 — คลาด 210 บาทต่อใบ

ตัวเลขนี้เล็กเกินกว่าจะสะดุดตาในใบเดียว แต่มีคุณสมบัติสองอย่างที่ทำให้มันอันตราย มันเกิดกับทุกใบ และมันไปทางเดียวกันเสมอ กิจการที่ออกใบเดือนละร้อยใบจะมีแผนเงินสดที่ต่ำกว่าความจริงเดือนละสองหมื่นบาทอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่มีใครหาสาเหตุเจอ เพราะไม่มีใบไหนคลาดมากพอให้สงสัย

ความผิดพลาดที่คงเส้นคงวาแบบนี้อันตรายกว่าความผิดพลาดที่ใหญ่แต่สุ่ม เพราะอย่างหลังมีคนทักท้วง ส่วนอย่างแรกกลายเป็น "ตัวเลขที่เราใช้กันมาตลอด"

อีกด้านหนึ่งของเงินสด ภาษีซื้อที่มากกว่าภาษีขาย

ในเดือนที่ซื้อของเข้าเยอะกว่าที่ขายออก ภาษีซื้อจะมากกว่าภาษีขาย เดือนนั้นจึงไม่ต้องจ่าย ภ.พ.30 และส่วนที่เกินไม่ได้หายไป แต่ยกไปเครดิตกับเดือนถัดไปได้ตามมาตรา 82/3

สำหรับแผนเงินสด นี่แปลว่า รายจ่าย ภ.พ.30 ของเดือนถัดไปจะน้อยลงหรือเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นเงินที่ไม่ต้องเตรียม แผนที่วางยอด ภ.พ.30 ไว้เท่ากันทุกเดือนจะกันเงินไว้เกินความจำเป็นในเดือนที่ไม่ต้องจ่าย แล้วไปขาดมือในเดือนที่ต้องจ่ายจริง

โซ่เครดิตข้ามเดือนนี้เป็นกลไกที่แม่แบบแผนเงินสดทั่วไปแทบไม่มี เพราะต้องคำนวณต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า ไม่ใช่คำนวณเดือนใครเดือนมัน

เครื่องมือที่คิดฐานให้ถูกตั้งแต่แรก

เงินสดล่วงหน้า 13 สัปดาห์ คำนวณยอดรับสุทธิให้ทีละใบโดยถอด VAT ออกจากฐานก่อนหักภาษี ณ ที่จ่ายเสมอ กรอกยอดหน้าใบกับอัตราที่ลูกค้ารายนั้นหัก แล้วระบบวางเงินจำนวนที่เข้าบัญชีจริงลงในสัปดาห์ที่คาดว่าจะได้รับ ไม่ใช่ยอดหน้าใบ · ใบที่ไม่ถูกหักตั้งอัตราเป็นศูนย์ได้ทีละใบ · พร้อมโซ่เครดิตภาษีซื้อข้ามเดือนที่ทำให้รายจ่าย ภ.พ.30 ในแผนลดลงตามจริงในเดือนที่ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย · และชีตทดสอบระบบ 48 เคสที่คำนวณสดให้ตรวจตัวเลขเองได้ทุกบรรทัด ซื้อครั้งเดียวได้ทั้งฉบับภาษาไทยและ English (Thailand) Edition

→ ดูรายละเอียดสินค้า

แชร์:LINEFacebook
ดาวน์โหลดฟรี · ไม่ต้องรับสายขาย

รับเอกสารสรุปหัวข้อนี้เป็น PDF

บทสรุป + หัวข้อครบ + มาตรฐานอ้างอิง มีโลโก้ Saha แนบ memo/TOR ได้ทันที — ส่งเข้าอีเมลให้ด้วย

ใช้อีเมลเพื่อส่งเอกสาร + ติดต่อจากทีม Saha เท่านั้น · ไม่ส่งต่อบุคคลที่สาม

ปรึกษาฟรี · ใบเสนอราคาจริงภายใน 2 ชั่วโมง

อ่านแล้วมีคำถาม? ให้วิศวกรช่วย

บอกสิ่งที่อยากรู้สั้นๆ — วิศวกรสหวัฒนกิจช่วยเลือกสเปกที่เหมาะ พร้อมใบเสนอราคาจริง ไม่มีค่าบริการ

หรือติดต่อตรง:02-096-2118LINE: @sahawatt1988
บริการที่เกี่ยวข้อง

ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?

ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

1

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคิดจากยอดรวม VAT หรือยอดก่อน VAT

+
คิดจากยอดก่อน VAT เสมอ เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ใช่เงินได้ของผู้ขาย แต่เป็นภาษีที่ผู้ขายเก็บแทนรัฐแล้วนำส่งต่อ จึงไม่ใช่ฐานของภาษีเงินได้ ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือใบแจ้งหนี้ค่าบริการ 100,000 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซ็นต์เป็น 107,000 บาท ผู้จ่ายหักภาษี ณ ที่จ่าย 3 เปอร์เซ็นต์จากฐาน 100,000 บาท คือ 3,000 บาท แล้วโอนเงินจริง 104,000 บาท ไม่ใช่หัก 3 เปอร์เซ็นต์จาก 107,000
2

ขายสินค้าโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยไหม

+
การขายสินค้าล้วนโดยทั่วไปไม่อยู่ในข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป. 4/2528 ต่างจากค่าบริการ ค่ารับจ้างทำของ ค่าเช่า ค่าขนส่ง และค่าโฆษณา ซึ่งมีอัตราหักกำหนดไว้ จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษคืองานที่มีทั้งของและการติดตั้งอยู่ในใบเดียวกัน เพราะการแยกหรือไม่แยกมูลค่าในใบแจ้งหนี้มีผลต่อการหัก กรณีแบบนี้ควรตกลงกับผู้ซื้อและปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนออกใบ ไม่ควรเดา
3

เงินที่ถูกหักไป 3,000 บาท หายไปเลยหรือเปล่า

+
ไม่หาย มันคือภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว ผู้จ่ายเงินต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือแบบ 50 ทวิ ให้เก็บไว้ แล้วนำไปเครดิตกับภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนยื่นแบบประจำปี ประเด็นที่สำคัญต่อการบริหารเงินคือมันไม่หายแต่มันช้า เงินก้อนนี้ออกจากมือวันนี้แล้วกลับมาเป็นเครดิตอีกหลายเดือนข้างหน้า ในแง่กระแสเงินสดจึงต้องนับว่าเงินไม่เข้าในสัปดาห์นั้นจริง
4

ถ้าคิดฐานผิดเป็นยอดรวม VAT จะคลาดเท่าไหร่

+
คลาดเท่ากับ 3 เปอร์เซ็นต์ของยอดภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งในตัวอย่าง 107,000 บาทคือ 210 บาทต่อใบ ฟังดูน้อยแต่ความผิดพลาดนี้เกิดกับทุกใบและไปในทิศทางเดียวกันเสมอ กิจการที่ออกใบเดือนละร้อยใบจะเห็นแผนเงินสดคลาดสะสมเป็นหลักหมื่นต่อเดือนโดยไม่มีใครหาสาเหตุเจอ เพราะแต่ละใบคลาดน้อยเกินกว่าจะสังเกต
5

ควรบันทึกยอดไหนในแผนกระแสเงินสด

+
ต้องบันทึกยอดรับสุทธิคือยอดที่เข้าบัญชีจริง ไม่ใช่ยอดหน้าใบแจ้งหนี้ เพราะแผนกระแสเงินสดตอบคำถามเดียวคือสัปดาห์นั้นมีเงินใช้เท่าไหร่ ยอดหน้าใบเป็นเรื่องของรายได้ทางบัญชีและลูกหนี้การค้า ส่วนยอดที่เข้าบัญชีคือเรื่องของเงินสด สองยอดนี้ต่างกันด้วยภาษีหัก ณ ที่จ่ายเสมอสำหรับงานบริการ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความ·8 นาที

แผนเงินสดล่วงหน้า 13 สัปดาห์ — เครื่องมือที่วงการกู้ธุรกิจใช้ และทำไม SME ไทยควรมีก่อนถึงวันที่จำเป็น

13-week rolling cash flow คือเครื่องมือมาตรฐานของที่ปรึกษาฟื้นฟูกิจการ ไม่ใช่รายงานบัญชี — รายสัปดาห์ละเอียดพอเห็นสัปดาห์ที่เงินขาด ยาวพอวางแผนแก้ทัน อธิบายว่าทำไมต้องเป็น direct method ทำไมต้อง 13 สัปดาห์ ทำไมติดลบไม่เท่ากับตายในบริบท SME ไทย และทำไมแผนที่ไม่เคยถูกเทียบกับของจริงจะไม่มีใครเชื่อภายในเดือนเดียว

อ่าน
บทความ·8 นาที

กำไรดีแต่เงินไม่พอจ่ายเงินเดือน — สัญญาณล่วงหน้าที่อ่านได้ก่อนถึงสัปดาห์นั้น

กิจการที่ยอดขายโตแล้วเงินขาดมือไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือ overtrading ที่มีวงจรชัดเจนและมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าหลายสัปดาห์ อธิบายวงจรเงินหมุน DSO บวก DIO ลบ DPO ว่าอ่านยังไง สัญญาณ 6 ข้อที่มาก่อนสัปดาห์ที่จ่ายเงินเดือนไม่ไหว และทำไมเงินเดือนเป็นเส้นตายที่เลื่อนไม่ได้ต่างจากรายจ่ายอื่น

อ่าน
บทความ·8 นาที

ลูกค้าจ่ายช้า ทวงแรงก็เสียลูกค้า ไม่ทวงก็เสียเงิน — บันไดตามหนี้ 4 ขั้นที่รักษาทั้งเงินและความสัมพันธ์

การตามหนี้ B2B ที่ได้ผลไม่ใช่การทวงแรงขึ้น แต่คือการยกระดับเป็นขั้นตามวันค้างอย่างสม่ำเสมอ — โครงบันได 4 ขั้น เตือนสุภาพ ขอวันจ่าย หนังสือแจ้งยอด ระงับส่งของ พร้อมถ้อยคำแบบรักษาหน้า และข้อเท็จจริงเรื่องเกณฑ์เครดิตเทอม 45 วันของ กขค.

อ่าน
บทความ·7 นาที

DSO กับ "ดอกเบี้ยเงินจม" — เครดิตเทอมที่ให้ลูกค้า มีราคาเป็นบาทต่อปี และส่วนใหญ่ไม่เคยถูกคิด

ขายเชื่อเทอม 30 วันแต่เก็บเงินได้จริงวันที่ 70 = ปล่อยกู้ฟรีให้ลูกค้า 40 วันโดยเราจ่ายดอกเบี้ย OD แทน — วิธีวัด DSO ของกิจการตัวเอง วิธีตีมูลค่าเงินจมเป็นบาท และทำไมยอดค้างต้องคิดจากเงินสดที่จะได้จริงหลังหัก ณ ที่จ่าย

อ่าน