Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
กลับไปดูบทความทั้งหมด
Sahawatthanakit (1988)7 นาที

ทะเบียนใบเสนอราคา + Win Rate — ทำไม SME ส่วนใหญ่ตอบไม่ได้ว่าตัวเองชนะงานกี่เปอร์เซ็นต์

ใบเสนอราคาที่ออกจาก Word แล้วส่ง PDF เข้า LINE จะหายไปในประวัติแชทเสมอ — ไม่มีทะเบียน ไม่มีสถานะ ไม่มีการนับว่าแพ้เพราะอะไร วิธีตั้งทะเบียนใบเสนอราคาที่ทำให้การตามเป็นระบบ และคำนวณ win rate แบบที่ตำราบริหารทีมขายใช้จริง: ชนะ ÷ (ชนะ+แพ้) เฉพาะใบที่ตัดสินแล้ว

win rateทะเบียนใบเสนอราคาตามใบเสนอราคาการขาย B2Bpipelineใบเสนอราคาsales management
สรุป (TL;DR)

ใบเสนอราคาที่ออกจาก Word แล้วส่ง PDF เข้า LINE จะหายไปในประวัติแชทเสมอ — ไม่มีทะเบียน ไม่มีสถานะ ไม่มีการนับว่าแพ้เพราะอะไร วิธีตั้งทะเบียนใบเสนอราคาที่ทำให้การตามเป็นระบบ และคำนวณ win rate แบบที่ตำราบริหารทีมขายใช้จริง: ชนะ ÷ (ชนะ+แพ้) เฉพาะใบที่ตัดสินแล้ว

บทความนี้เป็นหลักการบริหารการขายภายในกิจการ ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชี ภาษี หรือกฎหมาย

คำถามที่เจ้าของธุรกิจเกือบทั้งหมดตอบไม่ได้

ลองถามตัวเองสามข้อ: ปีนี้ส่งใบเสนอราคาไปกี่ใบ · ชนะกี่เปอร์เซ็นต์ · แพ้เพราะอะไรบ่อยที่สุด

ธุรกิจ SME ส่วนใหญ่ตอบไม่ได้สักข้อ — ไม่ใช่เพราะขายไม่เก่ง แต่เพราะ ใบเสนอราคาไม่เคยถูกจดไว้ที่เดียวกัน ใบเสนอออกจาก Word หรือโปรแกรมบัญชีซึ่งไม่มีช่อง "สถานะ" แล้วถูกส่งเป็น PDF เข้า LINE — ซึ่งเป็นช่องทางหลักของการขาย B2B ไทยตามที่งานวิเคราะห์ social commerce ของฝั่งธนาคารชี้ตรงกัน — จากนั้นใบก็จมหายไปในประวัติแชท เหลือแต่ความรู้สึกว่า "ช่วงนี้เงียบ ๆ"

ผลคือ 3 อย่างที่มองไม่เห็น: ใบไหนถึงเวลาตามแล้ว · ใบไหนใกล้หมดอายุยืนราคา · และเมื่อแพ้ ไม่มีใครนับว่าแพ้เพราะราคา เครดิตเทอม สเปค หรือเจ้าประจำ — ราคาที่ตั้งจึงไม่เคยได้ feedback จริงสักครั้ง

กิจกรรมคุมได้ ผลลัพธ์คุมไม่ได้ — หลักคิดเดียวที่ทำให้ win rate ขยับ

ตำราที่วงการบริหารทีมขายใช้อ้างอิงกันมากที่สุดเล่มหนึ่งคือ Cracking the Sales Management Code (Jordan & Vazzana, 2012) ซึ่งแยกตัวชี้วัดออกเป็นชั้น ๆ อย่างคม: win rate เป็น "ผลลัพธ์" ที่สั่งตรง ๆ ไม่ได้ — ไม่มีใครสั่งให้ตัวเองชนะบ่อยขึ้นได้ สิ่งที่สั่งได้คือ "กิจกรรม" เช่น ความเร็วในการตามครั้งแรก จำนวนครั้งที่ตาม และการบันทึกเหตุผลแพ้ทุกใบ แล้วผลลัพธ์จะขยับตามเอง

นั่นแปลว่าเครื่องมือที่ถูกต้องไม่ใช่รายงานสวย ๆ ท้ายเดือน แต่คือ ทะเบียนที่บังคับให้กิจกรรมเกิดขึ้นจริงทุกวัน: ส่งใบวันนี้ จดหนึ่งแถววันนี้ · เปิดมาเช้าไหนก็เห็นว่าต้องตามใครก่อน · และการปิดใบ (ชนะ/แพ้) ต้องแนบวันที่กับเหตุผลเสมอ

นิยาม win rate ที่ถูกต้อง — และกับดักสองตัวที่ทำให้ตัวเลขโกหก

Win rate = ชนะ ÷ (ชนะ + แพ้) เฉพาะใบที่ตัดสินแล้ว

กับดักตัวแรกคือการนับใบที่ยังรอคำตอบเป็นตัวหาร — ทำให้ win rate แกว่งตามจังหวะการส่งใบ ไม่ใช่ตามฝีมือปิดงาน กับดักตัวที่สองคือการนับใบ "ยกเลิก" (ลูกค้าล้มโปรเจกต์ ไม่ซื้อจากใครเลย) เป็นแพ้ — งานที่ล่มทั้งโครงการไม่ได้บอกว่าเราขายแพ้ใคร มันบอกแค่ว่าตลาดเปลี่ยนใจ สูตรจึงต้องแยกสถานะยกเลิกออกไปต่างหาก

และควรอ่านคู่กันสองมุมเสมอ: นับใบ (ปิดงานบ่อยแค่ไหน) กับ นับมูลค่า (เงินที่เสนอไปกลับมากี่เปอร์เซ็นต์) — ธุรกิจที่ชนะใบเล็กแต่แพ้ใบใหญ่จะเห็นสองตัวนี้ห่างกันมาก ซึ่งตัวมันเองก็คือคำวินิจฉัยแล้ว

เหตุผลแพ้: ห้าคำที่เปลี่ยนราคาจากการเดาเป็นข้อมูล

ทะเบียนที่ดีบังคับให้ทุกใบที่แพ้ต้องเลือกเหตุผลจากชุดที่ล็อกไว้ เช่น ราคา · เครดิตเทอม-เงื่อนไขชำระ · สเปคไม่ตรง · เจ้าประจำ-ความสัมพันธ์ · เงียบหาย — การล็อกชุดเหตุผลสำคัญกว่าที่คิด เพราะถ้าปล่อยพิมพ์อิสระ เดือนนี้เขียน "แพงไป" เดือนหน้าเขียน "ราคาสู้ไม่ได้" ระบบจะรวมยอดไม่ได้ และการสรุปรายไตรมาสจะกลายเป็นเรียงความ

พอมีข้อมูลสะสม ตารางเหตุผลแพ้จะตอบคำถามที่เถียงกันในบริษัทมานาน: แพ้ราคาจริง ๆ กี่เปอร์เซ็นต์ (มักน้อยกว่าที่ทีมขายรู้สึก) · แพ้เพราะเครดิตเทอมเท่าไหร่ (แก้ได้ด้วยนโยบายการเงิน ไม่ใช่ลดราคา) · และ "เงียบหาย" ซึ่งในวัฒนธรรมธุรกิจไทยจำนวนมากคือ การปฏิเสธราคาแบบรักษาหน้า — ถ้าไม่บันทึก มันจะไม่มีตัวตนในข้อมูลเลย

จังหวะการตามที่เป็นระบบ ไม่ใช่ตามความจำ

งานรวบรวมสถิติฝั่ง vendor หลายสำนัก (ZoomInfo, Salesgenie — พึงอ่านอย่างระวังเพราะไม่ใช่งานวิชาการ แต่หลายแหล่งชี้ทางเดียวกัน) พูดตรงกันสองเรื่อง: เจ้าที่ตามเร็วที่สุดหลังส่งใบได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญ และดีลส่วนใหญ่ต้องตามมากกว่าหนึ่งครั้ง — ขณะที่คนขายส่วนใหญ่หยุดที่ครั้งเดียว

ระบบที่ใช้ได้จริงในบริบทไทยต้องนับจังหวะเป็น วันทำการ — โทรตามลูกค้าวันสงกรานต์หรือวันเฉลิมฯ คือการเสียมารยาททางธุรกิจ ทะเบียนที่ดีจึงต้องรู้จักปฏิทินวันหยุดราชการไทย แล้วคำนวณ "วันตามถัดไป" ข้ามเสาร์อาทิตย์และวันหยุดให้อัตโนมัติ ไม่ใช่ให้คนจำเอง

เครื่องมือที่ทำเรื่องทั้งหมดนี้ให้จบในไฟล์เดียว

ทะเบียนใบเสนอราคา + Win Rate คือไฟล์ Excel ที่สร้างจากหลักการในบทความนี้ทั้งหมด: กรอกใบเสนอหนึ่งแถว ระบบคำนวณวันหมดยืนราคา วันตามถัดไปแบบนับวันทำการไทย (ปฏิทินวันหยุดราชการ 2569-2570 ฝังมาให้ พร้อมช่องเติมปีถัดไปเอง) จอตามวันนี้ที่เรียงให้ว่าคุยกับใครก่อน สถานะไฟ 12 แบบรวมไฟเตือนข้อมูลไม่ครบ Win rate ทั้งนับใบและนับมูลค่า สรุปรายเดือน รายพนักงานขาย รายลูกค้า ตารางเหตุผลแพ้ 6 ชุดที่ล็อกให้เทียบกันได้ทุกเดือน และมูลค่า pipeline ถ่วงน้ำหนัก พร้อมชีตทดสอบระบบ 30 เคสที่คำนวณสดให้กดดูเองได้ ซื้อครั้งเดียวได้ทั้งฉบับภาษาไทยและ English (Thailand) Edition

→ ดูรายละเอียดสินค้า

แชร์:LINEFacebook
ดาวน์โหลดฟรี · ไม่ต้องรับสายขาย

รับเอกสารสรุปหัวข้อนี้เป็น PDF

บทสรุป + หัวข้อครบ + มาตรฐานอ้างอิง มีโลโก้ Saha แนบ memo/TOR ได้ทันที — ส่งเข้าอีเมลให้ด้วย

ใช้อีเมลเพื่อส่งเอกสาร + ติดต่อจากทีม Saha เท่านั้น · ไม่ส่งต่อบุคคลที่สาม

ปรึกษาฟรี · ใบเสนอราคาจริงภายใน 2 ชั่วโมง

อ่านแล้วมีคำถาม? ให้วิศวกรช่วย

บอกสิ่งที่อยากรู้สั้นๆ — วิศวกรสหวัฒนกิจช่วยเลือกสเปกที่เหมาะ พร้อมใบเสนอราคาจริง ไม่มีค่าบริการ

หรือติดต่อตรง:02-096-2118LINE: @sahawatt1988
บริการที่เกี่ยวข้อง

ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?

ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

1

win rate คิดยังไงให้ถูกต้อง

+
สูตรมาตรฐานของตำราบริหารทีมขายคือ ชนะ ÷ (ชนะ + แพ้) โดยนับเฉพาะใบที่ตัดสินแล้วเท่านั้น ใบที่ยังรอคำตอบไม่เข้าสูตร และใบที่ลูกค้ายกเลิกโปรเจกต์ทั้งงานก็ไม่เข้าสูตรเช่นกัน เพราะงานที่ล่มทั้งโครงการไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับฝีมือการขายของเรา การเอาใบรอตัดสินมาหารรวมจะทำให้ win rate ต่ำเกินจริงและอ่านแนวโน้มไม่ได้
2

ควรวัด win rate เป็นจำนวนใบหรือเป็นมูลค่า

+
ควรดูทั้งคู่เพราะตอบคนละคำถาม — win rate นับใบบอกว่ากระบวนการขายของเราปิดงานได้บ่อยแค่ไหน ส่วน win rate นับมูลค่าบอกว่าเงินที่เสนอไปกลับมาเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ ธุรกิจที่ชนะแต่ใบเล็กแพ้ใบใหญ่จะเห็น win rate นับใบสวยแต่นับมูลค่าต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณให้ไปดูว่าใบใหญ่แพ้เพราะอะไร
3

ใบเสนอราคาที่ลูกค้าเงียบหายไปเลย ควรบันทึกยังไง

+
อย่าปล่อยให้ค้างเป็นรอตัดสินตลอดกาล เมื่อตัดสินใจเลิกตามใบไหนแล้วให้บันทึกเป็นแพ้พร้อมเหตุผลว่าเงียบหาย เพราะในวัฒนธรรมธุรกิจไทยการเงียบมักเป็นการปฏิเสธราคาแบบรักษาหน้า ถ้าไม่บันทึกเป็นข้อมูล ตารางเหตุผลแพ้จะมองไม่เห็นปัญหาราคาที่ซ่อนอยู่
4

มูลค่า pipeline ถ่วงน้ำหนักคืออะไร

+
คือมูลค่าใบที่รอตัดสินทั้งหมดคูณด้วย win rate ที่วัดจากผลจริงของกิจการเราเอง ได้ตัวเลขประมาณการว่ายอดที่น่าจะปิดได้จาก pipeline ปัจจุบันคือเท่าไหร่ ใช้วางแผนกำลังผลิตและกระแสเงินสดล่วงหน้า แต่ต้องจำไว้เสมอว่าเป็นตัวเลขวางแผน ไม่ใช่คำสัญญา และกิจการที่ยังไม่มีใบตัดสินเลยจะยังไม่มีหลักฐานพอจะถ่วงน้ำหนัก

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความ·6 นาที

ตามใบเสนอราคายังไงไม่ให้เสียมารยาท — สคริปต์รักษาหน้าแบบไทย และจังหวะที่ควรตาม

ลูกค้าไทยจำนวนมากปฏิเสธราคาด้วยการเงียบ เพราะการบอกตรง ๆ ว่าแพงคือการหักหน้ากัน — วิธีตามใบเสนอราคาที่เปิดประตูให้ต่อรองแทนการบังคับให้ตอบรับ/ปฏิเสธ พร้อมสคริปต์สามจังหวะ: ตามครั้งแรก ก่อนหมดยืนราคา และเมื่อเงียบนาน — และเหตุผลที่ต้องนับจังหวะเป็นวันทำการ ไม่ตามวันหยุด

อ่าน
บทความ·6 นาที

ใบเสนอราคาควรยืนราคากี่วัน — ทำไม 30 วันคือมาตรฐาน และวันหมดอายุคือเครื่องมือปิดการขายที่คนมองข้าม

วันยืนราคาไม่ใช่พิธีกรรมท้ายใบเสนอ — มันคือเพดานความเสี่ยงต้นทุนและเรทเงินที่คุณแบกแทนลูกค้า และเป็นเหตุอันชอบธรรมที่สุดในการโทรปิดการขาย วิธีตั้งวันยืนราคาให้เหมาะกับสินค้า วิธีใช้ช่วงใกล้หมดอายุเป็นจังหวะทอง และวิธีจัดการใบที่หมดอายุไปแล้วแบบไม่เสียความสัมพันธ์

อ่าน